เมื่อฉันไปสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น รอบที่ 2 – ส่งเอกสาร


ไปแก้แค้นทุน
 
 
 

 

 
นั่งรถตอนตี 1 ถึง กทม 6:30 โดยประมาณ
เข้าห้องน้ำ ไปหาข้าวกิน นั่งเล่น ฆ่าเวลา
7:30 นั่งแทกซี่ไป MRT กำแพงเพชร
ไปที่ MRT ลุมพินี
กินเวลาไม่ถึง 30 นาที
เดินเตร่ ไปสถานทูต ระหว่างนั้น ก็มองไปที่ป้ายอาราชิหน้าสถานทูต
ปรากฏว่า อิป้ายอาราชิที่ขอบคุณชาวไทย หาย!!!!
เป็นป้ายนี่มาแทน
อาราชิหายไปแล้ว~~~ 555555
 
 
 
พอเวลา 08:00 น. ประตูสถานทูตเปิด
 
ก็เข้าไป
แสกนร่างกายดังที่ผ่านมาแล้วสิบรอบ (เว่อร์)
 
ก็ขึ้นไปชั้น 2 เหมือนเดิม
 
วันนี้จะมีส่งเอกสาร 2 โปรแกรมคือ
1. โปรแกรมครู
2. โปรแกรมญี่ปุ่นศึกษา
 
 
เวลาเกือบ ๆ จะ 09 น. ก็เข้าไปในห้องประชุม การจัดโต๊ะก็เหมือนเดิม
จากนั้นคุณสุพัตรา จะเรียกแต่ละหมายเลขมาให้เช็คเอกสาร
โดยการเช็คเอกสาร 
ให้เรียงลำดับตามนี้ค่ะ
 
ทำการเช็คลิสไปด้วยเลย
 
แยกเอกสารออกเป็น 2 กอง 
 
แล้วใบสมัครนั้น จะเป็นขนาด A3 (มันคือขนาด A4 แนวตั้ง 2 แผ่นมาต่อกัน)
 
 
เพราะงั้น เอกสารทุกอย่าง ให้สอดไว้ในใบสมัคร เป็นชุดของใครของมัน แบบนี้
 
เรียงเสร็จ ก็ให้เดินไปที่โต๊ะด้านหน้า จะมีพี่ที่สถานทูตนั่งอยู่ 2 คน 
จะมีคนนึงรับผิดชอบของโปรแกรมญี่ปุ่นศึกษา และอีกคนรับผิดชอบโปรแกรมครู
 
พี่ที่รับผิดชอบโปรแกรมญี่ปุ่นศึกษารอบนี้ชื่อพี่วาว ชอบสีม่วง 5555
(ไอโฟน 6 พี่เขาเป็นเคสสีม่วง)
 
พี่ที่นั่งประจำโต๊ะก็จะตรวจเอกสารเราอีกรอบ คราวนี้ตรวจละเอียดค่ะ ไล่ไปทีละบรรทัด
จนมาถึงใบเลือกมหาวิทยาลัยของไคโนะ
คือไคโนะเขียนไปว่า ถ้าไม่ได้ทั้ง 3 มหาวิทยาลัย ไม่ต้องหาให้ฉันแล้ว ชั้นพอแค่นี้
 
พี่เขาก็เลยถามว่า จะไม่ให้หาให้จริงเหรอ
เราก็เลยบอกไปว่า เคยไปมาแล้วรอบนึง ถ้ารอบนึงตก ก็ไม่เป็นไรค่ะ
 
ก็ตามนั้น ความประสงค์ของเรา พี่เขาไม่ห้ามอะไร
พอเช็คเสร็จ ก็กลับได้
 
แล้วเราก็แบบ…
เดี๋ยว ๆๆๆ
นั่งรถมา 6 ชั่วโมง
เช็คเอกสารไม่ถึง 10 นาที 55555555
 
พี่วาวก็เลยแซวว่า เดี๋ยวก็ได้มาอีก จะนั่งรถมามั้ย
ไคโนะ// ถ้ามาอีก แสดงว่าได้ หนูจะนั่งเครื่องบินมาให้สมเกียรติเลยค่ะ55555
 
แล้วเราก็กลับ
แล้วก็เจอเพื่อนอยู่ชั้นล่าง กำลังเช็คเอกสาร
ก็เลยเข้าไปทัก
แล้วก็รีบเหาะตัวไปท่ารถอย่างรวดเร็ว
เลื่อนเวลาตั๋วให้เร็วขึ้น เป็นตอน 11:30 น.
มาถึงขอนแก่นตอน 18:30 น.
 
นั่งรถ 7 ชั่วโมง
อยากจะบ้าตาย
 
 
ตอนนี้ก็ไม่ต้องขึ้น ๆ ลง ๆ กทมอีกแล้วค่ะ รอผลทางจดหมายอย่างเดียว
 
สรุปค่าเสียหายโดยประมาณ ตามนี้
 
ไปสอบ
ค่ารถไป-กลับ 403+383 = 768 บาท
ค่าเดินทางภายใน กทม โดยประมาณ 300 บาท
ค่าอาหารโดยประมาณ 200 บาท
รวม 1,286 บาท
 
ไปสัมภาษณ์
ค่ารถไป 383 บาท
ค่าแทกซี่ไป MRT กำแพงเพชร โดยประมาณ 60 บาท
ค่าอาหารโดยประมาณ 200 บาท
ค่า MRT ไปลุมพินี 42 บาท
ค่าเดินทางใน กทม โดยประมาณ 200 บาท
ค่าเครื่องบินโดยประมาณ 900 บาท
ค่าแทกซี่จากสนามบินขอนแก่น – หอพัก 160 บาท
รวม 1,945 บาท
 
ไปฟังบรรยาย (มีกินข้าวกับเพื่อน)
ค่ารถไป-กลับ 383×2 = 766
ค่าแทกซี่ไป MRT กำแพงเพชร โดยประมาณ 60 บาท
ค่าอาหารโดยประมาณ 400 บาท
ค่า MRT ไปลุมพินี 42 บาท
ค่าเดินทางใน กทม โดยประมาณ 200 บาท 
รวม 1,468 บาท
 
ขอเอกสารต่าง ๆ
ค่าใบทรานสคริป ฉบับ อิ้ง 30 บาท (มั้งนะ ลืม)
ค่าใบรับรองสถานภาพนักศึกษา ฉบับ อิ้ง 30 บาท (มั้งนะ ลืม)
ค่าตรวจร่างกาย 1,230 บาท
ค่าตรวจร่างกายเพิ่มเติม 50 บาท
รวม 1,340 บาท
 
ไปส่งเอกสาร
ค่ารถไป-กลับ 383×2 = 766
ค่าแทกซี่ไป-กลับ MRT กำแพงเพชร – ท่ารถ 60×2 = 120
ค่าอาหารโดยประมาณ 150 บาท
ค่า MRT กำแพงเพชร – MRT ลุมพินี (ไป-กลับ) 42×2 = 84
รวม 1,120 บาท
 
รวมทั้งหมดในการดำเนินการ
1,286 + 1,945 + 1,468 + 1,340 + 1,120 =ประมาณ 7,141 บาท!!!!!
 
 
เห็นเงินแล้วแบบ…
เงินดิชั้นทั้งเดือนได้ 8,000 บาทอ่ะ
แล้วต้องขุดเงินส่วนตัวออกมา เงินทุน กยศ. เงินบลา ๆ เอาสมทบกันให้มันอยู่รอบในเดือนนี้
คือการเดินทางมันโหดมากอะไรมาก!!!
 
สำหรับคนที่ไม่เคยไป ญป
 
 
 
 
 
ถ้า 7,141 บาท จ่ายไป แล้วได้ไป ญป คือมันก็คุ้มเงินที่เสียไป
แล้วถ้าผลไม่ได้ล่ะ? 7,141 บาท ที่เสียไปคืออะไรเหรอ?
 
 
 
 
ลองถามตัวเองดูนะ ไคโนะเห็นตัวเลขยังตกใจเลยอ่ะ
นี่เราจ่ายเยอะมาก =.= ทั้ง ๆที่คิดว่าจะไปขำ ๆ 
นี่ขำจนถึง 7 พันบาทเลยค่ะ
 
 
Advertisements