[Review] เจ้าชายน้อย (Le Petit Prince)

จินยองอ่าน

เจ้าชายน้อย
(Le Petit Prince)

อบอุ่น…อบอุ่นมาก…แต่ก็เสียดสีซะจนฉันเจ็บไปหมด

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

เรื่องย่อ
เป็นเรื่องเล่าของ “ฉัน” ที่ขับเครื่องบิน แล้วเครื่องยนต์เกิดขัดข้อง ก็เลยตกลงที่ทะเลทรายซาฮาร่า ฉันมีน้ำดื่มสำหรับดื่มทั้งหมด 8 วัน นั่นหมายความว่า ฉันจะต้องซ่อมเครื่องยนต์ให้เสร็จภายใน 8 วัน ในระหว่างที่ฉันรู้สึกตัวและลืมตาตื่น “ฉัน” ก็พบกับเจ้าชายน้อย เขาเล่าเรื่องที่มาที่ไปและการเดินทางของเขาให้ “ฉัน” ฟัง ผ่านดวงดาวและเรื่องราวมากมาย ข้อคิด เสียงหัวเราะ น้ำตา…
และในตอนสุดท้าย เขากลับบ้าน

ความเห็น
เป็นเรื่องที่เบาสมองมากค่ะ อ่านเพลิน อ่านได้เรื่อย ๆ แต่แฝงไปด้วยปรัชญา คำสอน และการเสียดสีให้เจ็บ ๆ คัน ๆ เล่น เรื่องเล่าการเดินทางของเจ้าชายน้อยก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราสามารถพบเจอได้ทุกวัน เพียงแต่มองในมุมมองของเจ้าชายน้อย ที่เป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ เขาพูดทุกอย่างที่เขาคิด ซึ่งเมื่อเราเติบโตแล้ว เราไม่มีสิทธิ์ที่จะทำ หรือถ้าทำ เราก็ต้องเตรียมตัวว่าจะเกิดอะไรตามมา

เรื่องเล่าของเจ้าชายน้อยที่เดินทางไปยังดวงดาวต่าง ๆ และพบเจอผู้คนที่อยู่ดาวดวงนั้น เสียดสีสังคมได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะดวงดาวของนักธุรกิจ ที่เขากว้านซื้อดวงดาวไว้มากมาย ครั้นเมื่อเจ้าชายน้อยถามว่า ซื้อไว้แล้วไงต่อ? ชายนักธุรกิจกลับให้คำตอบไม่ได้ กลับบอกแค่ว่า ก็นำใบสิทธิบัตรที่เขาได้รับยัดใส่ในลิ้นชัก เจ้าชายน้อยพูดเบา ๆ ว่า แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร

คิดอะไรได้ไหมคะ?
ไคโนะคิดได้นะ….

หรือจะอีกเรื่อง ที่เจ้าชายน้อยกำลังพูดคุยเรื่องดอกกุหลาบให้ “ฉัน” ฟัง ซึ่งตอนนั้น “ฉัน” เครียดมากกับการซ่อมเครื่องยนต์ เลยหลุดปากต่อว่าเจ้าชายน้อย เจ้าชายน้อยร้องไห้ และก็ลำบาก “ฉัน” ที่จะต้องละทิ้งเครื่องยนต์มาปลอบเขา…

เรื่องบางเรื่อง สำหรับเรานั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก แต่มันอาจจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอีกคน…. อย่าใช้ความคิดของตนเป็นใหญ่ ในเมื่อไม่ได้ยืนอยู่ ณ. จุดนั้น… จุดที่อีกคนกำลังยืน…

อีกเรื่องที่วรรณกรรมเรื่องนี้สอนเราค่ะ นั่นก็คือ เรื่องการรับรู้ของบุคคล
ในเริ่มแรกของเรื่องนั้น “ฉัน” ได้วาดภาพของงูที่กลืนช้างเข้าไปทั้งตัวที่มองจากภายนอก ซึ่งเมื่อผู้ใหญ่ทุกคนมอง จะเข้าใจว่าเป็น “หมวก” … เมื่อถามใคร ทุกคนก็คิดว่าเป็น “หมวก” สุดท้าย “ฉัน” จึงไม่เอาภาพนั้นให้ใครดู หรือถ้าให้ดู ถ้าอีกฝ่ายตอบว่า “หมวก” … “ฉัน” ก็จะไม่แก้ความเข้าใจผิดของเขา….

จุดนี้สอนอะไร?
สอนให้เรารู้สึก background knowledge ของแต่ละบุคคลค่ะ เพราะพวกผู้ใหญ่เจอหมวกในลักษณะนี้มาเยอะ พวกเขาจึงตอบว่าหมวกตั้งแต่แรก โดยไม่คิดอะไร

ไคโนะจะยกตัวอย่างให้ง่ายขึ้นนะคะ
คำว่า “MAC” อ่านออกเสียงว่า “แมค”
ถ้าคุณพูดคำว่า “MAC”
สำหรับ ช่างแต่งหน้า จะหมายถึง เครื่องสำอาง
สำหรับคอเทคโนโลยี จะหมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัท Apple
สำหรับคอนิตยสาร จะเป็นคำย่อของคำว่า Magazine
สำหรับวงการครูหรือวงการสำนักงาน อาจจะหมายถึง เครื่องเย็บกระดาษ
สำหรับคอกินฟาสฟู๊ด อาจจะหมายถึง McDonalda

คุณเห็นไหมคะว่าคำคำเดียวตีความหมายได้ตาม background knowledge ของแต่ละคน เพราะงั้น ชี้ให้เห็นว่า ถ้าเห็นคนทำอะไรแปลก ๆ หรือคิดไม่ตรงกับเรา นั่นอาจจะเป็นผลมาจาก background knowledge ของเขาคนนั้น ถ้ามองแบบนี้ ก็จะช่วยให้เราอยู่ในสังคมแบบปล่อยวางได้ง่ายขึ้น

ไคโนะเคยลองทำอะไรที่แตกต่างนะคะ
ในชั่วโมงเรียนวิชาภาษาญี่ปุ่น (การสอน) อาจารย์ให้คำศัพท์คำว่า “Apple” มา… เพื่อนทุกคนวาด Apple ที่เป็นผลไม้ ในขณะที่ไคโนะวาด Apple ที่เป็นโลโก้ของบริษัท Apple เพียงคนเดียวในห้อง… ถามว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น…. (ช่างมันเถอะค่ะ) ← เพียงแค่ต้องการจะชี้ให้เป็นว่า background knowledge มีผลเยอะมากต่อความคิดของคนคนนั้น

อีกอย่าง…
จุดที่ “ฉัน” ไม่ตอบกลับความผิดเพี้ยนของพวกผู้ใหญ่ ถ้าไคโนะจะตีความง่าย ๆ คงจะเป็นแบบ “เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยจนชิน ความชินชากลายร่างเป็นขี้เกียจที่จะอธิบาย และปล่อยให้เข้าใจผิดเช่นนั้น”

เป็นวรรณกรรมที่ดีมาก ๆ ค่ะ
เล่มนี้ก็อยากจะแนะนำให้อ่านเช่นกันค่ะ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

ฉันจะไม่เจ็บปวดเลย
ถ้าฉันไม่ผูกพันธ์

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

kaino1.1

Ps. จากที่ลองอ่านหนังสือตามปาร์ค จินยองมา 2 เล่ม ชี้ให้ไคโนะเห็นว่า เราจะเข้าใจหนังสือเล่มนั้นได้ลึกซึ้งมากแค่ไหน ขึ้นกับสิ่งที่เราประสบพบเจอมาค่ะ ถ้าไม่พบเจอมากับตัวเอง บางเรื่องที่เขียนในหนังสือจะไม่เข้าใจเลย หรืออาจจะไม่อิน

Advertisements