[แปลไทย] นิยาย 花様年華 (THE NOTES) – ทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น ยุนกิ 25 JUL 2022

Do not copy, Re-Upload Please give my PAGE full credit
——————————————–
ยุนกิ
25 JUL 2022

ผมลืมตาขึ้นมาในช่วงกลางดึก ฝนกำลังตก เมื่อผมรู้สึกคลื่นไส้ยามลุกขึ้นนั่งจึงนั่งอยู่อย่างนั้นสักพัก ผมไม่รู้ว่าฝนได้ตกลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนนี้ร่างกายของผมเปียกโชก ความเหน็บหนาวทำให้ร่างกายผมสั่นและฟันกระทบกันดังกึกกัก

“ถ้าพี่ยังจะหนี ก็หาย ๆ ไปไม่ต้องกลับมาอีก” คำพูดของโฮซอกลอยขึ้นมา หลังจากจองกุกออกจากโรงพยาบาลความทรงจำของผมก็มีแค่เพียงการโซซัดโซเซและหกล้ม เมาและปวดหัว หวาดกลัวและทำร้ายตัวเอง ความรู้สึกเหล่านี้ผสมปนเป ผมรู้สึกมึนงง ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร และที่นี่คือที่ไหน ระหว่างที่ผมกำลังมึนงงอยู่นั้นผมก็ได้พบกับโฮซอกโดยบังเอิญ ทันใดนั้นความรู้สึกบางอย่างก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ทั้งความยินดี ทั้งความรู้สึกโล่งใจ ถ้าเป็นหมอนั่นแล้วล่ะก็ผมรู้สึกว่าเขาจะต้องเข้าใจในความกลัวและความสับสนที่แม้แต่ตัวผมยังมิอาจเข้าใจ

แต่ทว่า…โฮซอกดันเมินหน้าหนี เขามองไปเบื้องหน้าแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นผม กินเวลาไม่นานไฟจราจรก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว ผมจ้องมองด้านหลังของโฮซอกที่ห่างไกลออกไปสักพัก ทันใดนั้น ผมล้มลงกับพื้นตรงนั้นในจังหวะที่ใครสักคนผลักผม ใครสักคนส่งเสียงโวยวายและใครหลายคนทำสีหน้าบูดบึ้ง

“ทำไมพี่ถึงไม่ไปหาจองกุก!? พี่ไม่รู้เหรอว่าสำหรับจองกุกแล้วพี่มีความหมายอะไรกับน้องมันน่ะ?” ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้… แต่บางทีนั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ฉันไม่สามารถเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยได้…ฉันมันมนุษย์จำพวกขวางโลก พวกเย็นชา ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาอยู่ข้างฉันต่างก็ต้องเจ็บปวดไปเสียหมด

ผมเงยหน้าขึ้นพลางต้องมองไปยังเส้นทางบนภูเขาที่ไร้ผู้คน เส้นทางเป็นทางแยกและทอดยาว มีทางแยกระหว่างเส้นทางที่มุ่งลึกเข้าไปในภูเขา และเส้นทางที่มุ่งออกจากภูเขา ผมเดินเข้าไปยังทิศที่เป็นป่าอันมืดมิด เมื่อผมเดินมาถึงทางแยกผมก็ตัดสินใจเลือกทิศที่จะมุ่งหน้าไปโดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น ไม่มีแม้กระทั่งจุดหมายปลายทาง ผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ผมรู้สึกว่าผมเดินวนอยู่ในสถานที่เดิม ๆ ตอนนี้หัวเข่าของผมแทบจะแตกร้าวเพราะความเหน็บหนาวและความเหนื่อยล้า ผมหายใจไม่ออก หัวใจเต้นแรง ถ้าผมล้มและตายลงที่นี่… ก็แค่ตายแหละ… ผมนั่งลงยังที่ตรงนั้น

เม็ดฝนตกลงกระทบใบหน้า ความมืดมิดนั่นซ้อนทับกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าซึ่งต่อให้ผมจะหลับตาหรือลืมตามันก็ไม่มีอะไรต่าง ผมคิดถึงความตายหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน ผมอยากจะหนีจากความอยากและความหวาดกลัวที่ยื่นหน้าออกมาเสียเดี๋ยวนี้ ผมอยากจะหนีจากความหวาดกลัวที่ฉุดลากผมอย่างไร้ค่าและผมไม่สามารถเผชิญหน้าได้โดยตรง ผมอยากจะหนีจากความเจ็บปวดที่ผลักผมจากอีกที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ผมกำลังคิดว่าตอนนี้น่าจะได้เวลาแล้ว ผมคิดว่านี่แหละ มันดีสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง

ผมสร้างบาดแผลให้กับผู้อื่นให้เหมือนกับตอนที่ผมเจ็บปวด ผมรับรู้ถึงบาดแผลของผู้อื่นแต่ก็ยังเมินหน้าหนี ผมไม่อยากจะรับผิดชอบ เลยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว สิ่งมีชีวิตอย่างผมเนี่ยมันก็เป็นมนุษย์ประมาณนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว เพราะงั้น ตอนนี้ ในเวลานี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่จะมอบคำอวยพรให้กับพวกผมทุกคนก็ได้ ผมถูกความง่วงเข้ามาทักทาย… ผมกระพริบตา ความเหน็บหนาว ความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้ามลายหายไป อีกทั้งผมไม่สามารถสัมผัสได้ความมืดมิด แสงสว่าง และวิวทิวทัศน์ ทุกสิ่งทุกอย่างดูลางเลือนและไกลออกไป

ผมลืมตาตื่นอีกครั้งเพราะได้ยินเสียงเปียโน แต่รอบตัวของผมกลับเงียบสงัด นอกจากเสียงของฝนตกและเสียงของใบไม้สั่นไหวแล้วก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอื่น ผมได้ยินเสียงเปียโนยังคงบรรเลต่อไปเบา ๆ ราวกับมันจะหายไปท่ามกลางเสียงเหล่านั้น ไม่มีทางที่จะมีของแบบนี้กลางเขายามค่ำคืนได้ แต่การแสดงบรรเลงก็ยังคงดำเนินต่อไป

ผมหัวเราะเสียงเย็น มันเหมือนกับทำนองนั้นเลย ทำนองที่ผมพยายามเค้นความทรงจำออกมาแทบตาย เหมือนมันยังขาดสิ่งสำคัญอะไรบางอย่างไป แต่ไม่รู้ว่าสิ่งสำคัญนั้นคืออะไร มันเป็นทำนองดนตรีที่ไม่ยอมให้ผมได้หลับได้นอนเป็นเวลาเนิ่นนาน แล้วทำไมแม้กระทั่งเวลานี้ ทำนองดนตรีนี้ถึงได้โผล่ขึ้นมาในห้วงความคิด? ผมตั้งสมาธิมากยิ่งขึ้น แต่เสียงเปียโนนั้นกลับเบาบางและไกลออกไปยิ่งกว่าเก่า เสียงของฝนเข้ามาแทรก ผมไอออกมา

ผมพยายามที่จะลุกขึ้นแต่ก็ตัดสินใจหยุดการกระทำ จนถึงตอนนี้หลังจากที่ผมทำให้ทำนองดนตรีนี้มันแน่ชัดขึ้นมาได้แล้ว แล้วผมจะทำอะไรต่อ? ต่อให้จะทำแบบนี้แล้วสามารถทำเพลงให้เสร็จได้ แล้วอะไรมันจะเปลี่ยนแปลงไปเหรอ? ผมไม่ได้มีความคิดที่อยากจะได้รับการยอมรับจากคนทั้งโลก หรือเสียงปรบมือ หรือมีชื่อเสียง อีกทั้งผมไม่ได้มีความรู้สึกที่อยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง ถ้าเช่นนั้นแล้ว การที่ทำเพลงนี้ให้สำเร็จลงได้มันจะมีความหมายอะไรเหรอ?

แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ดันมือลงไปที่พื้นที่ลุกขึ้นยืน ค่อย ๆ พยังร่างที่สั่นเพราะความเหน็บหนาว ผมเดินไปทิศที่ได้ยินเสียงเปียโน โซซัดโซเซอย่างไร้จุดหมาย ทั้งมือและใบหน้าสูญเสียความรู้สึก หรือทั้งขาและต้นขาก็ไม่รู้สึกอะไรเช่นกัน ราวกับส่วนในส่วนหนึ่งของร่างกายหลุดออกจากการควบคุมของผม แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังเดินไปทีละก้าว ทีละก้าว เดินมุ่งหน้าไปยังทิศที่ได้ยินเสียงทำนองนั่น

ฝนอันรุนแรงสาดกระเซ็นเข้าที่ใบหน้า น้ำฝนไหลตกลงจากเสื้อเชิ้ตที่เปียกปอน ทั้งข้อต่อและกล้ามเนื้อทุกส่วนต่างส่งเสียงร้องทุกข์ทรมาน แม้แต่การก้าวขาออกไปเพียงก้าวเดียวก็ยังรู้สึกยากลำบาก เท้าของผมลื่นเพราะต้นใหญ่ที่เปียก กิ่งก้านของต้นไม้ที่ยื่นออกมานั้นกระแทกเข้ากับไหล่ เขาของผมสั่นหนัก และจิตใจที่อยากจะนั่งพักเต็มทนเพราะความหนาวครั่นเนื้อครั่นตัว เท้าที่ก้าวย่างเริ่มเชื่องช้าลง สักพักเสียงเปียโนก็เริ่มขาดห้วงลงทีละน้อย

และที่ผมบังคับเร่งความเร็วเท้าอันโซซัดโซเซของตัวเองนั้นก็เป็นตอนที่ผมรู้สึกว่าผมจะไม่ได้ยินเสียงเปียโนนี้เป็นครั้งที่ 2 อีกแล้วถ้าเสียงเปียโนเงียบลง ผมดันทุรังเดินมุ่งหน้าไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่าที่ไหนคือถนน หรือที่ไหนคือพุ่มไม้ กิ่งไม้ที่เรียงแถวกันเป็นแนวยาวฟาดกระทบร่างราวกับไม้เรียว ทันใดนั้นหัวเข่าของผมก็งอพับ ผมล้มเอนไปข้างหลังลงที่พื้นดิน ผ่านไปไม่นานความรู้สึกต่าง ๆ ของผมก็กลับมา ผมสามารถรับรู้อย่างได้ชัดเจนถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ลึกเข้าไปในภูเขา, ความเหน็บหนาวและความเหนื่อยล้า ยิ่งผมเร่งฝีเท้าเร็วเท่าไร ยิ่งผมพุ่งชนกับกิ่งไม้บ่อยครั้งเท่าไร ยิ่งขาผมหักพับมากเท่าไร เสียงเปียโนก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งความเจ็บปวดเพิ่มมากขึ้นเท่าไร เสียงเปียโนก็ยังดังขึ้นมากเท่านั้น

ผมหยุดก้าวเดินก็หลังจากที่เดินอยู่ท่ามกลางเม็ดฝนสักพัก ระหว่างนั้นเสียงท่วงทำนองกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เจ้าเสียงนั่นผนวกรวมกับท่วงทำนองเปียโนและดนตรีที่ผมกำลังเดินหน้าทำอยู่จนถึงเมื่อหลายวันก่อน เกิดการระเบิดขึ้นภายในศีรษะขอผม ผมยกมือขึ้นกุมศีรษะและนั่งลง เจ้าสิ่งนั้นมันใกล้เคียงกับความรู้สึกบางอย่างมากกว่าที่จะเรียกว่าดนตรี มันไม่ได้กระตุ้นการได้ยินของผมแต่อย่างใดหากแต่มันไปกระตุ้นความทรงจำอันเจ็บปวดของผม ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวด, ความหวัง, ความยินดี, ความหวาดกลัว ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งที่ผมพยายามจะหลีกหนี

ทันใดนั้น เบื้องหน้าของผมก็มีแสงแดดยามบ่ายโมงส่องสว่างเป็นวงกว้างแสบตา ผมกำลังนั่งบรรเลงทำนองอยู่หน้าเปียโนในห้องทำงาน ในหัวของผมเป็นท่วงทำนองนั้นแหละ “พี่ครับ นี่ดีมากเลยนะครับ” จองกุกเข้ามาใกล้พลางพูด ผมหัวเราะเบา ๆ แล้วตอบเขา “ไม่ใช่ว่าอะไรนายก็บอกว่าดีไม่ใช่เหรอ?”

ไม่สิ…นั่นมันไม่ใช่ท่วงทำนองหนึ่ง ในอดีตอันห่างไกล ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ผมดีดแป้นเปียโนเล่นซนธรรมดา ๆ… หรือในความทรงจำตอนที่เพื่อนกำลังเต้นให้เข้ากับจังหวะเปียโนของผมในห้องเรียนโกดังนั่น…  หรือในตอนที่ทำเพลงดึกดื่นจนเช้าวันใหม่ของอีกวันมาเยี่ยมเยือน จะเห็นได้ว่าแต่ละช่วงเวลาที่มีความสุขนั้นจะมีเปียโนอยู่ด้วย ทุก ๆ ครั้งความทรงจำอันแสนสุขมันมักจะแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่เรื่องนั้นมันก็เป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

มันจะมีความหมายอะไรต่อการทำให้งานเพลงชิ้นนี้สำเร็จไหมนะ? ผมยังมองไม่เห็นคำตอบนั่นเลย แต่ว่า มันก็มีอะไรอื่นที่จะอยู่นำหน้าคำถามและคำตอบนั่น ผมอยากจะไขว่คว้าสิ่งทั้งหมดนี้ไว้ก่อนที่มันจะกระจัดกระจายออกไป ไม่ใช่เพื่อใคร ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์อะไร ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่เพื่อตัวผมเองด้วย ผมแค่อยากจะผูกมัดความหวาดกลัว, ความเจ็บปวด, ความรู้สึกที่มันตั้งท่าจะระเบิดออกมาในอก ในหัวสมองของผมเข้ากับดนตรีก็เท่านั้น ต่อให้สิ่งที่ผมทำมันจะไม่ใช่จุดเริ่มต้นของอะไรสักอย่างก็ช่างมัน ต่อให้มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยก็ช่างมัน ผมอยากจะให้เพลงนี้มันเสร็จสมบูรณ์

เผลอแป๊บ ๆ เสียงเปียโนก็เงียบหายไป ฝนเริ่มอ่อนเบาลง แต่ร่างของผมสั่นไปทั้งร่างราวกับไม่สามารถระงับได้ เมื่อผมหลับตาลงผมสามารถสัมผัสทุกสิ่งทุกอยางที่อยู่รอบตัวผมได้อย่างมีชีวิตมากยิ่งขึ้น เม็ดฝนที่ตกกระทบแก้มและลมเย็น, กลิ่นดินที่ขึ้นมาจากพื้น, เสียงสั่นไหวของใบไม้, น้ำฝนที่ไหลเป็นสายน้ำขนาดเล็กหลังจากที่ตกกระจายลงที่พื้น จนถึงเสียงหายใจของผม… ผมลุกขึ้นอีกครั้ง มองเห็นป้ายชี้บอกแหล่งน้ำผุด ผมลังเลอยู่เพียงครู่ แต่แป๊ปเดียวผมก็กลับไปยังที่ที่ผมเริ่ม และ… ถนนก็แยกออกเป็นสองทางที่ทอดยาวเหมือนเดิม ผมเดินไปยังทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น

กลับสารบัญ


NEXT : ทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น
จีมิน
28 JUL 2022

Translate by : INFINITA & INFINITA v.2 Admin
Book : 花様年華 The Notes 1 Japanese version

Advertisements

One thought on “[แปลไทย] นิยาย 花様年華 (THE NOTES) – ทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น ยุนกิ 25 JUL 2022

  1. Pingback: [แปลไทย] นิยาย 花様年華 (THE NOTES) – 1

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s