[แปลไทย] นิยาย 花様年華 (THE NOTES) – หลังกลับจากทะเลนั่น ยุนกิ 15 JUN 2022

Do not copy, Re-Upload Please give my PAGE full credit
——————————————–
ยุนกิ
15 JUN 2022

ผมลืมตาตื่นเพราะความฝันอันแปลกพิลึก รู้สึกเหมือนใครสักคนเคาะประตู ผมลุกขึ้น แต่ไม่ได้ยินเสียงนั่นแล้ว  ผมได้ยินในฝันหรือเปล่านะ… ตอนนี้กี่โมงแล้ว? ผมคว้าเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู แต่ก็ต้องพบว่าแบตหมด… ผมเสียบสายชาร์ตและโทรศัพท์มือถือแสดงหน้าจออีกครั้ง ผมปวดศีรษะตุบตับ แถมไหล่ก็ตึง เพลงที่ผมได้ลงมือทำถูกเปิดกลับไปกลับมาซ้ำ ๆ จนถึงเช้ามืด งานทำเพลงของผมไม่คืบหน้าเลย ผมใช้เวลาหลายวัน โต้รุ่งก็ทำ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีเค้าลางว่าจะมีอะไรคืบหน้า

ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะการเปิดเพลงวนไปวนมาหรือเปล่าถึงทำให้ในภายในความฝันผมวิ่งตามเสียงผิวปากอันแผ่วเบา ผมหลงอยู่ท่ามกลางกลุ่มหมอก… ผมหลงอยู่ในนั้นเป็นระยะเวลานาน ก่อนที่จะมาเจอกับแปลงดอกไม้ของแมนชั่นแห่งหนึ่ง ผมเจอแป้นเปียโน 1 แป้นตกอยู่บริเวณหญ้าที่เกิดแซมบนรากไม้ใหญ่ เจ้าแป้นเปียโนที่ไหม้ไฟไปครึ่งถูกใบไม้ที่คละดินปกคลุม ผมเข้าไปยังแปลงดอกไม้นั่น ยื่นแขนไปยังแป้นเปียโน ในจังหวะที่มือของผมกำลังจะเอื้อมสัมผัสแป้นเปียโนนั้นทั้งแมนชั่น ทั้งหมอก และเสียงผิวปากก็หายไป ทันใดนั้นผมก็มายืนอยู่กลางห้องทำงานแห่งนี้ ที่ฟากตรงข้ามผมมองเห็นตัวเองและจองกุกนั่งอยู่ด้านหน้าเปียโน จองกุกพูดอะไรสักอย่างและผมก็หัวเราะคิกคัก นั่นมันฉากในตอนไหนกันนะ ผมจำวันได้ไม่ชัดเจนนักแต่ว่ามีเพียงแค่สถานที่ตรงนั้นที่เด่นชัดในความทรงจำ แต่ว่าผมเจอกับฉากนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อบรรยากาศด้านนอกหน้าต่างเริ่มมืดลงอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นผมก็กำลังเดินอยู่ในตัวเมืองยามค่ำคืน มันเป็นถนนในตอนที่กลับจากชายหาด เมื่อผมล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงขณะเดียวกันก็พูดถึงเรื่องการทำเพลงให้โฮซอกฟัง มือของผมก็สัมผัสกับแป้นเปียโน หลังจากนั้นก็เช่นกัน ความฝันยังคงดำเนินต่อไป ทันใดนั้นสถานการณ์ต่าง ๆ ก็ซ้อนทับกัน ความทรงจำของผมยุ่งเหยิงไปหมด

ในตอนที่เสียงดนตรีสงบลงก็ได้ยินเสียง “ปัง!” มาจากทางประตู ใคร? ผมลองออกไปดูด้านนอกแต่ก็ไม่พบใครสักคน ผมดื่มน้ำไป 1 แก้ว จากนั้นก็นอนเอกขเนกบนโซฟา ช่วงเวลาหลายสัปดาห์มานี่ผมใช้ชีวิตด้วยความวุ่นวาย การทำเพลงที่จู่ ๆ ก็มาเริ่มทำอย่างปัจจุบันทันด่วนนั้นไม่ราบรื่นเอาซะเลย เริ่มแรกของการทำเพลงผมรวบรวมสมาธิไม่ได้ นอกจากนั้นก็ยังไม่ชินกับการทำงานร่วมกันกับนักทำเพลงด้วยกัน

เธอเป็นคนที่มีนิสัยตรงไปตรงมาและบ้าบิ่น เธอชอบแวะไปเวียนมาที่ห้องทำงานตามแต่เวลาที่เธอใจเธอต้องการ ในตอนที่เธอประเมินงานเพลงของผมนั้นเธอไม่เคยพูดติด ๆ ขัด ๆ หรืออ้อมค้อม เธอจะประเมินงานเพลงของผมอย่างตรงไปตรงมา เมื่อผมตั้งท่าจะสูบบุหรี่ เธอก็จะคว้าไฟแช็กไปจากมือ และยัดอมยิ้มมาแทน นอกจากนั้นเธอยังชอบบ่นอีกด้วยเช่นนอนให้เพียงพอ กินข้าวให้อิ่ม… และที่ผมไม่สามารถโต้กลับกริยาของเธอได้นั้นก็เพราะว่าการแสดง, งานเพลงที่เธอทำนั้นน่าทึ่งเอามาก ๆ และเพราะเธอประเมินผลงานได้อย่างเที่ยงตรง

ความเป็นจริงในส่วนนั้นเป็นแรงผลักดัน แรงกระตุ้นให้กับผม ระยะเวลาที่ผมใช้ในห้องทำงานเริ่มยาวนานขึ้นทีละนิด ผมหมกมุ่นอยู่กับการทำงานจนลืมเรื่องเวลาไปเสียหมด มันกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วหากว่าผมได้เริ่มทำสักครั้งแล้วจะอยู่ยันเช้า ผมไม่รับโทรศัพท์ และไม่เช็คข้อความ เพราะมันทำให้ผมรู้สึกกังวล นอกจากนั้นผมยังไม่อยากจะคุยกับใคร ไม่อยากจะแจ้งอะไรกับใครทั้งนั้น การแจ้งเตือนข้อความของแอพลิเคชั่นแชทเองก็เช่นกัน ผมก็กดปิดให้หมด จนถึงตอนนี้ผมไม่อยากใช้เวลาไปอย่างไร้ค่า เพราะผมสัมผัสได้ว่าถ้าผมยังทำเพลงต่อไปเรื่อย ๆ ป่านนี้ผมน่าจะมีทักษะที่เหมือนกันกับเธอติดตัวผมแล้ว ผมไม่อยากจะแพ้เธอ

“นี่สุดยอดไปเลย” เธอที่มายังห้องทำงานของผมในตอนเย็นเมื่อวานพูดขึ้นหลังจากที่ได้ฟังงานเพลงที่ยังไม่เสร็จดีของผม มันเป็นงานเพลงที่หยิบยกเอางานเพลงก่อนหน้านี้มาต่อยอด “นี่สุดยอดไปเลย” เมื่อผมรู้สึกว่าผมฟังคำนี้ไปเมื่อไรกันนะ ในขณะที่กำลังรื้อฟื้นความจำอยู่ เธอก็คว้าเอากีต้าร์ของตัวเองออกมา หลังจากนั้นก็เริ่มทำเสียงประสานและเรียบเรียงทำนองใหม่ ส่วนผมก็เดินไปนั่งอยู่ด้านหน้าเปียโน

“พรุ่งนี้เช้านายอย่าลืมสัญญาที่ว่าจะไปเจอกันที่โรงพยาบาลนะ” เธอเก็บกีต้าร์และลุกขึ้นยืนก็เมื่อเวลาผ่านไปมากกว่า 2 ชั่วโมงแล้ว พอผมเงยหน้าขึ้นมอง เธอก็ทำหน้าคล้ายจะบอกว่า ห้ามบอกนะว่าลืมไปแล้ว จากนั้นสีหน้าเอือมระอาก็ลอยตามมา สุดท้ายผมก็นึกออก เธอเคยบอกผมว่าเธอเพิ่งกลับมาจากไปแสดงดนตรีเดี่ยวฟรี ๆ ในสถานที่อย่างเช่นโรงพยาบาลหรือโรงเรียน และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมก็เพิ่งโดนเธอชวนว่าการแสดงครั้งต่อไปให้ไปด้วยกัน ผมไม่ตอบอะไรเธอกลับไป และเธอก็เลยทึกทักตัดสินใจเอาเองเลยว่าผมก็ไปด้วย นอกจากนั้นเธอยังบอกอีกว่าพรุ่งนี้ช่วงเช้าจะรีบโทรมา ยังไงก็ช่วยรับสายเธอด้วย

หลังจากที่เธอกลับไป ผมนั่งลงตรงหน้าเปียโนอีกครั้ง งานเพลงไม่ได้แย่อะไร แต่ผมรู้สึกเหมือนขาดอะไรสักอย่างที่สำคัญไป ก่อนหน้านี้ในตอนที่ทำเพลงผมเห็นอย่างเช่นจัดแล้วล่ะว่าอะไรสักอย่างมันไม่ใช่ แต่ต่อให้ผมปรับแต่งตรงนั้นตรงนี้ผมก็ยังรู้สึกว่าไม่มีอะไรเลยสักอย่างที่สามารถพูดออกมาได้ว่า ‘นี่แหละ!’… ด้วยความหงุดหงิด ผมลุกขึ้นจากเปียโน และเพราะว่าผมนึกอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้วก็เลยอาจจะให้ความสำคัญกับมันมาก ๆ จากสถานการณ์ตอนนี้แล้วปรับปรุงตัวเพลงอีกสักนิดหน่อยก็น่าจะดี เมื่อผมมองออกไปนอกหน้าต่างถึงได้รู้ว่าตอนนี้ดวงอาทิตย์กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า

ผมได้ยินเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ที่บ่งบอกว่ามันกลับมาใช้ได้แล้ว ยังไม่มีแจ้งอะไรมาจากเธอคนนั้น ผมนอกเอกขเนกลงบนโซฟาอีกครั้ง สักพักไม่นานโทรศัพท์ก็ส่งเสียงดัง ชื่อของจีมินเด่นหราขึ้นที่หน้าจอ ในตอนนั้นเองที่ผมนึกถึงสถานที่หนึ่งในความฝันขึ้นมาได้ บ้านที่ถูกไฟล้อมรอบ ใครสักคนถามผม “ข้างในมีใครมั้ย?” และผมตอบกลับไปว่า “ไม่ครับ ไม่มีใครอยู่เลย” สถานที่เปลี่ยนอีก ผมนั่งอยู่ในห้องของแม่ที่ไม่มีแสงทอลอด แม่พูดว่า “ถ้าแค่ฉันไม่ตั้งท้องแกมา… ถ้าแค่ฉันไม่ได้ทำให้แกเกิดมา…”

ผมจำไม่ค่อยได้ว่าผมออกมาจากห้องทำงานนั้นอย่างไร และผมจำไม่ค่อยได้ว่าผมมาถึงโรงพยาบาลได้อย่างไร พอรู้ตัวอีกทีผมก็วิ่งขึ้นบันไดอย่างเอาเป็นเอาตาย ที่บริเวณทางเดินและมืดผิดปกติ บรรดาผู้ช่วยที่สวมชุดผู้ป่วยเดินผ่านไปมา หัวใจของผมเต้นตึกตัก ใบหน้าของแต่ละคนซีดเซียวและไร้อารมณ์ใด ๆ ทุกคนดูราวกับบุคคลที่ตายไปแล้ว ผมได้ยินเสียงหายใจอันหนักหน่วงของตัวเองก้องในโสตประสาท

ลึกเข้าไปผ่านประตูห้องพักผู้ป่วยที่เปิดแง้มไว้ ผมมองเห็นจองกุกนอนอยู่ในชุดผู้ป่วย ถึงเขาจะนอนอยู่แต่เมื่อผมมองดูแล้วกลับดูเหมือนเขาไร้ชีวิต “ได้ยินมาว่าเฉียดตายเลยล่ะครับ คุณหมอบอกว่าที่ฟื้นขึ้นมาได้นี่คือปาฏิหาริย์ ดูเหมือนว่าจะเป็นคืนวันนั้นครับ… คืนวันที่เรากลับจากทะเลนั่น” เสียงของจีมินยังคงดังอย่างชัดเจนอยู่ในโสตประสาทให้ผมได้ยิน

ผมหมุนตัวกลับ ผมไม่สามารถมองเขาไปตลอดได้ ผมมองเห็นหลากหลายเหตุการณ์ผุดขึ้นมาอยู่เบื้องหน้า เปลวไฟลุกไหม้ส่งเสียงเปาะแปะจากถังน้ำมันดิบขึ้นสู่อากาศบริเวณสถานที่ก่อสร้าง, ห้องของแม่ที่ไม่ว่าเมื่อไรก็ไร้แสง, เสียงเปียโนที่ได้ยินมาจากข้างในกองไฟ, ภาพด้านหลังจองกุกที่กำลังดีดเปียโนอย่างมือสมัครเล่นที่ร้านขายเครื่องดนตรี, ไม่มีใครสักคน, ภาพของจองกุกที่อยู่ในสภาพโรยราล้มลงเพียงคนเดียว, ความทุกข์ทรมานและความขลาดกลัวที่จองกุกได้สัมผัสในขณะที่ไม่ได้สติ….

“เพราะแกนั่นแหละ” แม่พูด “ถ้าไม่มีแกสักคน…” แม่พูด… เสียงของแม่… ไม่สิ… เียงของผม… ไม่สิ… เสียงของใครสักคน… ผมเจ็บปวดเพราะคำพูดเหล่านั้นมาเนิ่นนานอย่างไร้ทางสิ้นสุด ผมอยากจะเชื่อเหลือเกินว่ามันไม่ใช่ แต่ว่า จองกุกนอนหลับอยู่ตรงนั้น…จองกุกกำลังอยู่ในโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยสีหน้าไร้วิญญาณเดินกันขวักไขว่ ถ้าในตอนที่เจอเขาโดยบังเอิญที่ร้านขายเครื่องดนตรี ผมแสร้งทำเป็นไม่มองเขาแล้วหันหลังกลับแล้วล่ะก็… ถ้าผมตายไปในกองไฟล่ะก็… ถ้าทุกอย่างมันเป็นแบบนั้น… เรื่องทั้งหมดนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

ในตอนนั้นเองที่ทำนองกีต้าร์ก็วิ่งเข้ามาในหัว เสียงกีต้าร์ของเธอ, เสียงที่เปลิงสีแดงฉานส่งเสียงของออกมา, เสียงเปียโน และเสียงอื่น ๆ นับไม่ถ้วนซ้อนทับกัน ผมทั้งกุมศีรษะ ทั้งยกมือขึ้นปิดหู แต่เสียงเหล่านั้นก็ยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ ผมกลับหลังหันและออกวิ่งตรงทางเดินทันที ผมวิ่งชนคนที่เดินสวนทางแต่ว่าผมไม่ได้มีเวลามาสนใจขนาดนั้น เสียงของใครสักคนที่ตำหนิผมลอยตามหลังมา แต่ว่าผมไม่หันกลับไปมอง ผมจะต้องหนีจากเสียงและภาพหลอนนั่น ผมปวดหัว… ผมไม่มีความมั่นใจ… ผมโซซัดโซเซในขณะที่วิ่งอยู่ที่ทางเดิน ผมโซเซออกมาจากโรงพยาบาล

กลับสารบัญ


NEXT : หลังกลับจากทะเลนั่น
ยุนกิ
13 JUN 2022

Translate by : INFINITA & INFINITA v.2 Admin
Book : 花様年華 The Notes 1 Japanese version

Advertisements

One thought on “[แปลไทย] นิยาย 花様年華 (THE NOTES) – หลังกลับจากทะเลนั่น ยุนกิ 15 JUN 2022

  1. Pingback: [แปลไทย] นิยาย 花様年華 (THE NOTES) – 1

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s