Hey! Say! JUMP

รุ่นพี่นักแสดงอย่างสุดะนั้นก็ได้ร่วมงานกับสมาชิกวง Hey! Say! JUMP อย่างยามาดะ เรียวสุเกะ ในภาพยนตร์เรื่อง “ห้องเรียนลอบสังหาร” ก็น่าจะทำให้คุยกันได้ง่ายขึ้น การได้แสดงร่วมกับนักแสดงที่มากประสบการณ์ และผ่านงานแสดงมาเยอะอย่างสุดะ สำหรับนาคาจิม่าแล้วนี่น่าจะเป็นสิ่งล้ำค่าเลยทีเดียว

“ก่อนหน้าที่จะมาแสดงร่วมกัน ผมเคยดูงานแสดงของเขาเรื่อง “The Backwater” ครับ ทั้ง ๆ ที่อายุห่างกันแค่ 2 ปีเท่านั้น แต่ผมกลับมีความรู้สึกกับเขาว่า “คนคนนี้นี่อะไรกัน!” คนคนนี้คงจะรักการแสดงจริง ๆ สินะ เพราะงั้นพ่อมดแห่งวงการจะมาเป็นคู่ภาพยนตร์ให้ ผมก็ยังคิดเลยว่าทำไงดี (หัวเราะ)… แต่ว่านะ ผมได้รับแรงกระตุ้นจากเขาจริง ๆ ครับ…มาซากินั้นไม่ได้เล่นบทที่เหมือนกัน และเรื่องเทคนั้นก็มีเปลี่ยนบทละครน้อยมากครับ ผู้กำกับยูคิซาดะบอกไว้ว่ามาซากิเป็นพวกที่ตัดสินกันที่เทคแรก แต่ในทางกลับกัน ผมเป็นพวกที่ยิ่งเจอเทคมากเท่าไรก็ยิ่งจะทำออกมาได้ดีมากเท่านั้น กว่าผมจะเข้าถึงอารมณ์ได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร สำหรับมาซากิแล้วในซีนนี้นั้น เหมือนเขาจะรู้สึกมาตั้งแต่แรกว่า อยากจะเล่นซีนนี้! จากนั้นก็เริ่มลงมือ สัมผัสได้เลยว่าผู้กำกับเองก็ตะลึงไปเหมือนกัน เรื่องละคร ไม่ใช่แค่ความรู้สึกนิ่งเท่านั้น แต่การเริ่มต้นลงมือให้ได้เหมือนเขาก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน นี่เป็นแรงผลักดันอย่างหนึ่งที่ผมได้รับมา”

ในอีกด้าน การรับบทครั้งนี้ก็ฉีกภาพลักษณ์เด็กหนุ่มผู้ใสซื่อที่นาคาจิม่าแสดงมา

“จริง ๆ คือ ผมก็กลัวอยู่นะครับว่าแฟนจะรับมือกับเรื่องนี้ยังไง แต่ว่าเพราะเป็นบทที่ตั้งแต่แสดงมายังไม่เคยเล่น ก็เลยรู้สึกสนุกมากครับ ตอนนี้ผมยังไม่ได้ดูตัวภาพยนตร์เต็ม ๆ ก็เลยไม่รู้ว่าแสดงออกมาได้แค่ไหน แถมมีพลังจากนักแสดงท่านอื่นอยู่ด้วย ก็เลยมีความรู้สึกว่า อ่า~ยังไม่เท่าไรสินะ ก็อยากจะขอบคุณสถานที่ถ่ายทำเหมือนกันที่ทำให้ความรู้สึก Dark แสดงออกมาได้ง่าย”

ตามบทที่ได้รับแล้ว สำหรับนาคาจิม่าแล้วไม่ว่าจะในฐานะนักแสดง หรือฐานะทั่วไปต่างก็เป็นประสบการณ์ที่ดี เป็นการเชื่อมไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

“โดยสรุปคือ บทละครที่ตัวเองเคยเล่นไปนั้นก็มีส่วนที่มีประโยชน์อยู่บ้าง จะแสดงออกมาเพียงแค่ฝีมือการแสดง หรือจะแสดงออกถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา อันนี้ก็ต่างไปแล้วแต่คนจะคิด แต่สำหรับตัวผมเองนั้นความสามารถยังไม่มากพอ ก็เลยอยากจะสั่งสมประสบการณ์ที่คนดูมีส่วนร่วมในอารมณ์ด้วย ต่อให้จะน้อยก็ตาม ถึงแม้จะไม่มีประสบการณ์ที่เหมือนกับในภาพยนตร์ แต่ก็อยากจะให้ได้คิดว่าถ้าเจอเรื่องแบบนี้จะทำยังไง ยกตัวอย่างเช่น ฉากที่มองตัวเองผิดไปจากเดิม ในระหว่างที่ตัวเองกำลังดี๋ด๋าได้ใจ ความผิดเพี้ยนนั่นก็เติบโตตามเช่นกัน”

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s