[Review] The Mad Professor & The Faceless ศาสตราจารย์วิปลาส กับกำเนิดคณะละครไร้หน้า

ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้ไปงานสัปดาห์หนังสือในวันธรรมดาค่ะ เพราะว่ามีเหตุการณ์บางอย่างทำให้สามารถมาได้วันธรรมดาได้ คนน้อยมากค่ะ 5555 เป็นครั้งแรกที่เดินได้จุใจขนาดนี้ เพราะก่อนหน้านี้ส่วนมากจะไปวันเสาร์อาทิตย์…

ก็เลยได้มีโอกาสได้ดูหนังสือแบบจริง ๆ จัง ๆ … ซื้อมาหลายเล่มมากและจะทยอยรีวิวไปทีละเล่มค่ะ เริ่มจากเล่มนี้ก่อนเลย “The Mad Professor & The Faceless ศาสตราจารย์วิปลาส กับกำเนิดคณะละครไร้หน้า” ของคุณทรงศีล ที่ทำออกมาเป็นหนังสือนิยายภาพขนาดเล็กกระทัดรัด (ไซต์เล็กกว่าพาสปอร์ตค่ะ) ถืออ่านง่ายมาก เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน แต่ยังคงได้กลิ่นอายงานเขียนของคุณทรงศีลอยู่

เนื้อเรื่องกล่าวถึง ศาสตราจารย์คนหนึ่งที่สนใจในทฤษฎี “ไร้หน้า” และอยากจะทำการค้นคว้าหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทฤษฎีนี้ แต่ทว่า ตัวศาสตราจารย์เองนั้นเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความเสี่ยง ความอันตรายของการหาคำตอบเรื่องทฤษฎีนี้ ประจวบเหมาะกับศาสตราจารย์มีแฟนคลับเป็นนายแพทย์พอดี  (แฟนคลับที่พร้อมจะถวายหัวให้เลยทีเดียวเชียว) ศาสตราจารย์จึงหยิบยืมความเป็น “แฟนคลับ” ของนายแพทย์ท่านนี้ให้ทำการค้นคว้าวิจัยอันสุดแสนจะอันตรายนี้แทนตนเอง

แค่เนื้อเรื่องคร่าว ๆ ก็ส่อแววกลิ่นไม่ดีแล้ว พออ่านไป ไคโนะบอกเลยค่ะว่าดำดิ่งและทำให้เราฉุกคิดอะไรขึ้นมาเยอะมาก แต่มันก็เป็นการมองโลกที่ Real ดีค่ะ โดยไคโนะจะแยกออกเป็นข้อ ๆ ดังนี้นะคะ

  1. การใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือ – ดั่งที่ศาสตราจารย์ได้ใช้นายแพทย์ให้ทำการค้นคว้าวิจัยในเรื่องที่อันตรายนี้แทนตนเอง โดยอาศัยความจงรักภักดีที่เรียกว่า “คลั่งไคล้” มาเป็นตัวกระตุ้นให้นายแพทย์พยายามทำงานเพื่อตน โดยศาสตราจารย์นั้นรู้ดีว่าควรจะพูดอย่าง ควรจะเดินหมากอย่างไร เพื่อให้นายแพทย์เสนอตัวทำงานที่อันตรายนี้, เมื่อมองกลับมายังปัจจุบันแล้ว แหมะ… ก็สะท้อนสังคมได้ดีทีเดียวเลยค่ะ การที่เรารักหรือชื่นชอบใครสักคน พร้อมที่จะสนับสนุนเขาด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ แต่เราไม่รู้เลยว่า เขานั้นบริสุทธิ์ในกับเราหรือเปล่า
  2. ความคลั่งไคล้ทำให้เราตาบอด – สะท้อนออกมาในรูปแบบของนายแพทย์ผู้ที่ยอมถวายหัวทำทุกอย่างให้ศาสตราจารย์ที่เขาบูชา ไม่ว่างานนั้นจะต้องเสี่ยงชีวิตตัวเอง คนในครอบครัว หรืออะไรก็ตาม แต่เพื่อทำให้ศาสตราจารย์พึงพอใจและยอมรับในตัวเองแล้วนั้น อะไรก็ยอมทำ สื่อให้เราเห็นเป็นอย่างดีว่า นายแพทย์กำลังคลั่งไคล้โดยขาดการไตร่ตรองถึงเหตุถึงผล… แต่ไคโนะก็ไม่กล้าที่จะฟันธงลงไปว่านายแพทย์นั้นขาดการไตร่ตรองหรือเปล่า เพราะมองในอีกแง่ เขาอาจจะคิดแล้วก็ได้ว่า “ศาสตราจารย์” นั้น สำคัญกว่า “อะไรทั้งสิ้น”
  3. งานใหญ่ ใจต้องนิ่ง – ไคโนะขอยกคำนี้ให้กับศาสตราจารย์เลยค่ะ งานค้นคว้าวิจัยเรื่องทฤษฎี “ไร้หน้า” ของศาสตราจารย์นั้นเสี่ยงอันตรายมาก เขาไม่ลงมือทำเอง หากแต่หยิบยืมมือคนอื่น รู้ทั้งรู้ว่าเขาอาจจะเป็นต้นเหตุทำให้ชีวิตหรือใจจิตของใครสักคนบิดเบี้ยว ผิดไปจากปรกติ แต่ศาสตราจารย์ก็ยังคงเดินหน้าให้ “คนอื่น” กระทำการวิจัยแทนตนเองต่อไป เรียกได้ว่า สงสารได้ แต่อย่าเข้าไปช่วย หากต้องการก้าวหน้า ให้นิ่งเสีย… หากจะสูญเสียบุคลากรหรือใครไป ก็ถือซะว่าอุทิศให้เพื่อการค้นคว้าอันยิ่งใหญ่นี้… ฟังดูโหดร้ายนะคะ แต่ไคโนะคิดว่าหลาย ๆ สถานการณ์ในโลกปัจจุบัน มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ

จากที่อ่านงานเขียนของคุณทรงศีลมา 3 เรื่อง (ถั่งงอกและหัวไฟ, The Sea Castle, The Mad Professor & The Faceless) ไคโนะยังคงยืนยันคำเดิมว่าชอบงานเขียนของคุณทรงศีลมาก อารมณ์ของหนังสือจะนิ่ง ๆ อึน ๆ ทึม ๆ มืดมน ซึ่งรู้สึกว่าสามารถดึงเอาความดีเพรสที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเราออกมาได้เป็นอย่างดี ยิ่งใครที่มองโลกแบบ Real สุด ๆ มาอ่านแล้ว คุณจะรู้สึกได้เลยว่าหนังสือของคุณทรงศีลนั้นตอบโจทย์ของคุณมาก

เราพูดกันในเรื่องความโหดร้ายที่เราสามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน เอามันมาขยายให้ใหญ่ขึ้นและสะท้อนลงไปในงานเขียน แต่งานเขียนของคุณทรงศีลก็ยังคงแฝงแนวคิดให้เราได้มองอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ

ไคโนะแนะนำว่า หากใครชอบอ่านงานเขียนอึน ๆ ทึม ๆ มืดมน ห้ามพลาดเรื่องนี้เลยค่ะ อ่านง่าย เข้าใจง่าย จบเร็ว เล่มไม่หนัก ขนาดกระทัดรัด (แต่เรื่องราคาจะไม่พูดถึง ถือว่าเป็นค่าการวาดภาพ ความครีเอท และอะไรต่าง ๆ นานา)

ขอให้มีความสุขกับหนังสือที่คุณรักค่ะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s