[TRAN] 花様年華 the notes・นัมจุน 21/12/17

花様年華 the notes・นัมจุน 21/12/17

ผู้คนที่นั่งอยู่ภายในรถนั้นต่างก็เอามือถูกเข้าด้วยกันเนื่องจากความเหน็บหนาว, ส่วนผม ก็ยึดจับสายกระเป๋าไว้แน่นระหว่างนั้นก็นั่งก้มหน้าเนื่องจากไม่อยากจะสบสายตากับใคร, และที่นี่ก็คือย่านบ้านนอกที่ใน 1 วันจะมีรถบัสเพียงแค่ 2 เที่ยวเท่านั้น

และผมก็มองเห็นรถบัสมาจากที่ไกล ๆ
ผมก้าวขึ้นรถบัสติด ๆ กับคนเหล่านั้น

ผมมีเงื่อนไขสำหรับตัวของผมเองในยามที่ผมโอบกอดอารมณ์เร้าร้อนอะไรสักอย่าง
ผมมีเงื่อขไขสำหรับตัวของผมเองในยามที่ผมต้องการอะไรสักอย่าง
และผมก็มีเงื่อนไขสำหรับตัวของผมเองในยามที่ผมไม่เหลืออะไรและต้องการที่จะหนี

ผมไม่หันหลังมองกลับไป, ช่วงเวลาที่ผมหันกลับ, อะไรที่ผมรวบรวมความกล้าทำมา มันจะกลายเป็นอากาศธาตุทันที, และเมื่อผมลองหันหลังกลับ, มันจะหมายถึงความหวาดกลัว, ความผูกพันธ์ และความสงสัย

เพียงแค่เวลาที่ผมแก้ไขเรื่องราวเหล่านั้นได้ นี่จะเป็นการหนีครั้งสุดท้ายของผม

รถบัสออกตัวแล้ว
ผมไม่มีแผนการอะไร แม้แต่เรื่องสำคัญก็ยังไม่มี

และยิ่งกว่านั้น, อันดับแรกผมได้เข้าใกล้เหตุผลพิเศษของการหนีแล้ว

ใบหน้าเหน็ดเหนื่อยของแม่, การเร่ร่อนของน้องชาย และพ่อที่ป่วย
ซึ่งมันเป็นภาพที่ผมเห็นก่อนที่ผมจะหนี

เรื่องราวของบ้านช่องที่เริ่มร่อแร่ขึ้นทุกวัน ๆ
บ้านของผมพบเจอความสงบสุขแล้วอย่างถึงที่สุด, ผมแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ผมพยายามเป็นนายของตัวเอง ปลดแอกตัวเองจากบ้านที่พยายามจะหยุดผม

แต่ทว่า…จริง ๆ แล้ว ผมพยายามที่จะหนีจากความยากจนต่างหากล่ะ

ต่อให้เราไปถามใครว่า “คนจนคืออาชญากรรมใช่มั้ย?” ทุกคนก็ต้องตอบกลับมาว่า “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก” ทั้งนั้นแหละ, แต่ความจริงแล้วล่ะ พวกเขาคิดแบบนั้นจริงเหรอ? ความยากจนก็คือการขาดแคลนสิ่งที่ควรจะมีอยู่ในชีวิตประจำวัน, สิ่งของที่จำเป็นกลายเป็นสิ่งที่พวกเราขาด, เรื่องที่ไม่ควรจะยอมแพ้ เราก็ยอมแพ้, เพราะงั้นผมต้องหยุดยั้งการเติบโตที่เต็มไปด้วยความสงสัย และความหวาดกลัวนี้

รถบัสเคลื่อนตัวผ่านป้ายรถอันแสนจะคุ้นตาป้ายแล้วป้ายเล่า

ในตอนที่ผมทิ้งห่างจากสถานที่ตรงนั้นเมื่อ 1 ปีก่อน, ผมไม่ได้ทิ้งข้อความอะไรเอาไว้เลย, แล้วตอนนี้, ผมก็กลับมาโดยที่ไม่มีการแจ้งหรือความสังหรณ์อะไรเลย

ผมนึกถึงใบหน้าของเพื่อนพ้อง
ผมปิดกั้นการติดต่อทุกสิ่งอย่างจากเพื่อนเหล่านั้น

พวกเขาน่ะ… ตอนนี้ทำอะไรกันอยู่นะ?
ถ้าสามารถกลับมารวมตัวกันได้ จะดีใจกันไหมนะ?
ถ้าพวกเรารวมตัวกันได้ พวกเราจะหัวเราะไปด้วยกันระหว่างที่ฟังและเล่าเรื่องราวได้ใช่มั้ย?

เกิดน้ำค้างขึ้นที่กระจก ทำให้มองไม่เห็นทิวทัศน์ด้านนอก
ผมใช้นิ้วขีดเขียนอะไรบางอย่างบนหมอกนั่น

“ฉันจะต้องมีชีวิตรอด”

กลับไปหน้าสารบัญ the notes

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s