Review : เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด

เป็นหนังสือที่เราใช้หลักการถามตัวเองอยู่ 1 ปีเต็มกว่าจะตัดสินใจซื้อมาได้ ครั้งแรกที่เห็น และมีความรู้สึกอยากจะซื้อ เราบอกตัวเองว่าเราอาจจะ “อยาก” เลยตัดสินใจไม่ซื้อ ทิ้งช่วงไปนานพอสมควร ก็มาเจออีกที่ร้านหนังสือ เราหยิบขึ้นอ่าน แต่ยังไม่ซื้อ เพราะมีหนังสือที่อ่านค้างไว้เยอะมาก (ตระกูล #จินยองอ่าน ทั้งหลาย) ก็เลยวาง และครั้งที่ 3 ที่เราตัดสินใจซื้อมา ซึ่งเราไม่ผิดหวังเลย

ขอเกริ่นก่อนว่าหนังสือเล่มนี้ถูกกล่าวถึงไว้เยอะมาก เพราะงั้นค่อนข้างรับรองได้ว่าจะต้องมีซัมติง สเปเชียลมาก ๆ มากขนาดที่ว่าสำนักพิมพ์ไทยดีลผู้เขียน (อาจารย์คิมรันโด) มาแจกลายเซ็นกันที่งานสัปดาห์หนังสือ

สำหรับเนื้อเรื่องภายในหนังสือนั้น หากหวังว่าจะเป็นแนวให้กำลังใจ ก็ไม่ถือว่าทำให้ผิดหวังไปเสียทีเดียว ก็มีให้กำลังใจอยู่บ้าง แต่ไม่คล้ายกับหนังสือโค้ทชีวิตทั้งหลายที่ผลักดันด้วยถ้อยคำปลุกใจ บอกให้เราหยิบมีดแล้วลุกขึ้นสู้นะ

หนังสือเล่มนี้สอนให้มองความเป็นปัจจุบันมากกว่า
สอนเราด้วยน้ำเย็น อาจารย์เอาผ้าชุบน้ำ แล้วเช็ดตัวเราอย่างเบามือ
เช็ดตัวเราที่กำลังร้อนรุ่ม

แต่มีเรื่องที่ไคโนะรู้สึกได้ระหว่างที่อ่านหนังสือเล่มนี้คือ เราน่าจะมีความรู้สึกร่วมกับหนังสือในหลากหลายมุมมองตามช่วงอายุของเรา เช่น ถ้าหากให้นักศึกษามหาวิทยาลัยหยิบจับมาอ่าน อาจจะขัดหูขัดตาพวกเขานิดหน่อย พวกเขาอาจจะคิดว่า “นี่มันไม่วัยรุ่นเลย”…. แต่สำหรับไคโนะ ที่เรียนจบทำงาน และโบกมือลาจนตอนนี้ล่อง ๆ ลอย ๆ แล้ว ไคโนะรู้สึกว่าย้อนอดีตกลับไปนั่งมองสิ่งที่ตัวเองทำเมื่อครั้งเป็นนักศึกษาเลยค่ะ หลากหลายบทที่เขียนอยู่ในหนังสือเล่มนี้เชือดเฉือนไคโนะมาก

ยกตัวอย่างเช่น ประเภทของนักศึกษา อาจารย์คิมได้แบ่งนักศึกษาเป็น 2 ประเภท ประเภทลูกธนู คือคนที่วางแผนแล้ว มีเป้าหมายแล้ว แล้วนำเป้าหมายนั้นไปเล่าให้อาจารย์คิมฟัง ว่ามันเวิร์คมั้ย มันโอเคมั้ย กับอีกประเภท ที่ไม่มีอะไรเลย แล้วเข้าไปถามอาจารย์คิมว่า “จะเอาไงกับชีวิตดี” (ประเภทนี้เรียกว่า “เรือกระดาษ”)

ความแตกต่างของเด็ก 2 ประเภทนี้คือ ลูกธนูจะเดินตามเป้าหมายโดยไม่สนใจอะไรรอบข้าง ไม่ยืดหยุ่น ไม่มีแผนสำรอง ในขณะที่อีกประเภท ไม่มีอะไรเลย แต่ยืดหยุ่น…

คราวนี้ก็ปล่อยให้เป็นคำถามปลายเปิดไปว่าจะเอาไงยังไงต่อ… แต่มีสิ่งหนึ่งที่อาจารย์เตือนลูกศิษย์ทั้ง 2 ประเภทไว้ก็คือ “จงยืดหยุ่น (ให้พอเหมาะพอดี)” ซึ่งไคโนะไม่ใช่แบบนั้น ไคโนะกล้าพูดว่าตัวเองเป็นลูกธนู ไม่ยืดหยุ่นกับตัวเองเลย จนสุดท้าย จนหัวธนูมันไม่แหลมคมเหมือนเดิม มันไม่สามารถยิงทะลุเป้าได้อีกต่อไปแล้ว ถึงยอมวางทุกอย่างแล้วกลับมาซ่อมหัวธนูของตัวเอง

ถือว่าเฉือนมากสำหรับบทนี้

แต่ส่วนมากในหนังสือจะเป็นการบอกเตือนเหล่าวัยรุ่น เหล่านักศึกษามากกว่า ชีวิตนักศึกษาถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้ผลิบานมากที่สุด มีความสุขมากที่สุด มีอิสระมากที่สุด เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ เพราะอายุเกิน 20 ปี และยังถูกปลอบอย่างอ่อนโยนจากสังคมรอบข้าง เพราะยังเป็นนักศึกษา ทุกอย่างมันลงล็อค ลงตัวที่ช่วงชีวิตนี้ แต่… สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ต้องการจะเตือนเหล่าวัยรุ่นก็คือ อย่าหลงให้มันมากนัก มันงดงาม มันบางเบาเหมือนปุยนุ่น มันนิ่มเหมือนนอนอยู่บนก้อนเมฆสีขาว… กระนั้น มันก็อ่อนบางเหลือเกิน พร้อมที่จะขาดลงทุกเมื่อในยามที่เราไร้สติ

เช่นนั้นแล้ว วัยรุ่นควรที่จะมีสติท่ามกลางความสุขสุดเหวี่ยงของชีวิตอยู่เสมอ
และยังมีบทอื่น ๆ ที่คอยเตือนสติเรา คอยให้กำลังใจเรา
หนังสือเล่มนี้ราคาอยู่ที่ 199 บาท ไคโนะไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยแม้แต่บาทเดียวค่ะ

สำหรับเด็กมัธยมปลาย อ่านไว้ก็ไม่เสียหาย เอาไว้เตือนสติตัวเองตอนเป็นนักศึกษา
สำหรับนักศึกษา อ่านไว้ก็ไม่เสียหาย เอาไว้เตือนสติตัวเอง ณ ปัจจุบันว่ากำลังนอน “ยิ้ม” บนปุยเมฆหรือเปล่า กำลังประมาทกับชีวิต หรือกำลังใช้ช่วงเวลาที่เบ่งบานที่สุดแบบเสียเปล่าอยู่หรือเปล่า
สำหรับวัยทำงาน อ่านไว้ก็ไม่เสียหาย เอาไว้ทบทวนตัวเองว่าช่วงชีวิตนักศึกษาพลาดอะไรไปบ้าง และ ณ วินาทีนี้พอจะทำอะไรได้บ้าง

สรุปง่าย ๆ เหมาะกับทุกวัย 5555555

ขอให้มีความสุขกับหนังสือที่ท่านรักค่ะ

Note : หนังสือเล่มนี้พูดถึง Spring

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s