REVIEW : วันหนึ่งความทรงจำจะทำให้คุณแตกสลาย

บอกก่อนว่าความชอบต่าง ๆ นั้นขึ้นกับตัวบุคคลนะคะ ไคโนะอาจจะแนะนำว่าสนุก แต่บางคนอ่านแล้วอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย

แนะนำว่าอ่านรีวิวของไคโนะได้ แต่ถ้าอยากรู้ว่าสนุกจริงไม่จริง แนะนำให้อ่านเองค่ะ

สำหรับเรื่องนี้ ไคโนะไม่รู้จักมาก่อน ซื้อมาเพราะเดินไปร้านหนังสือ แล้วเจอชื่อเล่มก็หยิบขึ้นมาเลยค่ะ เพราะเห็นว่าเรื่องต้องดำมืดแน่นอน (ใครที่มีอดีตอันดำมืด อ่านเรื่องนี้แล้วจะยิ่งเข้าใจ ยิ่งอินมากขึ้นค่ะ)

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มรวมเรื่องสั้นของจิดานันท์ ซึ่งในเล่มมีทั้งหมด 9 เรื่องสั้น แต่ละเรื่องไคโนะสัมผัสได้ถึงความดำมืดและการตั้งคำถามต่อสังคมทั้งนั้นเลยค่ะ มันเป็นการตั้งคำถามที่เราจะต้องหันมาฉุกคิดว่า เออ แล้วมันยังไงกันแน่วะโลกใบนี้ สัมผัสได้ถึงความบัดซบขั้นสุด ไคโนะอ่านแค่ 1 ย่อหน้าตัดสินใจซื้อทันทีค่ะ

ฉากในเรื่องสั้นก็ไม่อะไรมากเลยค่ะ เป็นฉากตามพื้นบ้านเราทั่วไป ฉากบนรถตู้ ที่ทั้งเรื่องนั้นก็อยู่บนรถตู้เลยค่ะ แต่เรื่องที่ไคโนะเกิดการตั้งคำถามกับตัวเองมากที่สุดและรู้สึกถึงความไบแอสของตัวเองมากที่สุดเลยก็คือเรื่อง “การฆ่าตัวตายของพลวัต”

ในเมื่ออีกคนกำลังจะฆ่าตัวตาย เราสมควรที่จะห้ามไหม?
ถ้าเขาบอกว่า “ช่วยห้ามที” โอเค เราจะห้าม
แต่ถ้าเขาบอกว่า “ครั้งนี้อย่าห้ามนะ” หมายความว่า เราสมควรที่จะห้ามไหม ในเมื่อเขาต้องการเช่นนั้น เหมือนกับประเด็นรอยสัก “do not resuscitate” ที่เมื่อเราเจอแบบนี้ เราควรจะช่วยไหม ในเมื่อเขาไม่ต้องการ (อย่างน้อยเขาก็เขียนไว้ว่าเขาไม่ต้องการ)

มันเป็นประเด็นที่ชวนขบคิดมากค่ะ อีกทั้งหลังจากเขาฆ่าตัวตายแล้ว เราโดนดุด่าว่าทำไมไม่ห้าม ทั้ง ๆ ที่เขาก็บอกว่า “อย่าห้ามนะ” สรุป เราทำถูกหรือทำผิดกันแน่?

หรืออย่างเรื่องสั้นเรื่องที่มีชื่อว่า “ตายตะแคง”
อันนี้ก็เจ็บปวดและชวนตั้งคำถามเหมือนกัน
ไคโนะจะสปอยนิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยใช้บทสนทนานะคะ
“เราต่างโศกเศร้าเสียใจที่ย่าเสียชีวิต แต่ทำไมเราถึงกลับดีอกดีใจที่คนจรจัดหน้าบ้านเสียชีวิต?”
“คนจรจัดตายอยู่หน้าบ้าน บอกว่าจะทำให้ราคาบ้านและที่ดินลดลง แล้วตอนที่ย่าตายในบ้าน ทำไมไม่คิดแบบนั้นบ้าง?”

แค่ 2 ประโยคนี้ก็เชือดเฉือนมากค่ะ มันเป็นความย้อนแย้งมาก ที่ไคโนะเองก็พยายามหาคำตอบให้ตัวเอง แต่สุดท้ายก็ยังคงว่างเปล่า ผู้เขียนพยายามให้เราคิดจริง ๆ ค่ะ อีกทั้งยังสัมผัสได้ว่าผู้เขียนมีคำถามต่อสังคมเต็มไปหมด แต่ไคโนะคิดว่าเธอคงจะพูดออกมาทั้งหมดไม่ได้ เลยจัดการเขียนสะท้อนออกมาในรูปแบบของเรื่องสั้นซะเลย…

ไคโนะจำคำพูดนี้ได้ดีจากผู้เขียนเรื่อง “ชมพูเทา” คุณคาโต้
นวนิยายเรื่อง “ชมพูเทา” กล่าวไว้ว่า หากผมเขียนเป็นนวนิยาย ใครล่ะจะมาตัดเนื้อหาในนวนิยาย ถ้าผมให้สัมภาษณ์ พวกเขาจะนำไปตัดต่อ จนอาจจะเป็นสิ่งมาทำลายตัวผม งั้นผมเขียนออกมาเป็นนวนิยายแล้วกันนะ

สำหรับไคโนะแล้ว เรื่องเนื้อหา ไคโนะอยากจะแนะนำให้อ่านค่ะ

คราวนี้มาเรื่องรูปเล่ม
เห็นว่ามีหลายหน้าปก ของไคโนะหยิบปกตามภาพด้านบนมาค่ะ
ราคาอยู่ที่ 190+ บาท ไม่ถึง 200 บาท
ถามว่าแพงไหม สำหรับไคโนะ เทียบกับความหนา กระดาษด้านใน ไคโนะบอกเลยว่า “แพง” หนังสือไม่หนามาก เล่มน่าจะเล็กกว่า A5 กระดาษด้านในมัน แต่ก็บาง (ซึ่งไคโนะไม่ทราบว่ากระดาษแบบนี้แพงหรือไม่) แต่จากการมองเท่านี้ ตอนที่ซื้อพอเห็นราคาแล้วช็อคพอตัวค่ะ แต่ถึงจะช็อต แต่เพราะเนื้อหา ทำให้เอาว่ะ แพงเท่าไรก็จะซื้อ!!!!

แต่ส่วนตัว บอกเลยว่าแพง!
(ไม่รู้ว่าค่าลิขสิทธิ์หรืออะไรจ่ายเยอะหรือเปล่า ทำให้ราคาหนังสือออกมาเป็นเช่นนี้)

สรุป
อยากจะให้ทุกคนได้อ่าน ใครที่ยิ่งดำมืด อยากจะยิ่งให้อ่าน (แต่ก็กลัวดีเพลสมาก) เหมือนมีคนพูดในสิ่งที่เราต้องการจะพูด สำหรับไคโนะ ไคโนะเป็นเหมือนในตัวละคร มีคำถามถามสังคมเต็มไปหมด แต่มันก็ไม่มีคำตอบให้กับไคโนะเลย ยิ่งพออ่านเลยรู้สึกเหมือนเจอพวกเดียวกัน รู้สึกอินไปกับการอ่านหนังสือเล่มนี้มาก

ลองดูนะคะ
ถือว่าเป็นหนังสือดีอีกเล่ม

ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s