[Review] 夢を与える (Yume o Ataeru)

สวัสดีค่ะ!
หลังจากที่รีวิว 賢者の愛 ไป กระแสตอบรับก็ดีมาก ได้รับความร่วมมือจากเพจที่แปล (Chatvs FS) ช่วยเรื่องลิ้งค์สำรองด้วย ใครยังไม่ได้ดู ก็โฉบไปดูนะคะ งานดีๆ

เอาล่ะ มากันที่ละครเรื่องใหม่ที่ไคโนะดูกันดีกว่า เรื่องนี้ไคโนะดูไม่ทรหดเหมือนเรื่อง 賢者の愛 ค่ะ แต่เห็นแชร์ในทวิตเตอร์ ก็เลยไปหามาดู ชื่อเรื่องว่า “夢を与える (ไขว่คว้าฝัน)”

มีทั้งหมด 4 EP … EP ละ 1 ชั่วโมง
นักแสดงนำ ไม่ใช่ใครที่ไหนค่ะ โคมัทสึ นานะ เจ้าเก่านิเอง ซึ่งก็ยังคงความมีเสน่ห์เหมือนเดิมค่ะ เสน่ห์ของโคมัทสึคือใบหน้านิ่ง ๆ ของเธอ มีเสน่ห์มาก เรื่องนี้ก็แสดงได้ดีเช่นกันค่ะ ตอนสดใสก็สดใสมาก ตอนดาร์กก็… เออ นั่นแหละ หน้าง่วงนอน + ตาขวาง ๆ

เรื่องย่อ
เล่าถึงอาเบะ ยูโกะ นักแสดงเด็กที่เข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ด้วยความที่เธอน่ารัก ทำอะไรก็น่ารักไปหมด ทำให้ชีวิตในวงการของเธอนั้นสดใสตั้งแต่ 5 ขวบยันโตเป็นสาว และด้วยความน่ารักนี่เอง ศัตรูก็ต้องเยอะ และต้องอยู่ให้ได้ในวงการนี้

คุณแม่ก็เลยอาสาลาออกจากงานมาเป็นเมเนเจอร์ส่วนตัวให้ แต่คนที่หลงไปกับโลกมายากลับเป็นคุณแม่ค่ะ เพราะคุณแม่รับงานมาเยอะมาก พยายามผลักดันลูกให้เด่นให้ดัง เวลาออกรายการทีวี คุณแม่ก็จะเสี้ยมลูกว่า คนนั้นคนนี่พยายามแย่งซีนหนูอยู่นะ รู้มั้ย? หนูอย่าให้เขาแย่งนะ รีแอคชั่นให้เยอะ ๆ แสดงให้มันเว่อร์ ๆ เล่นใหญ่เข้าไว้

พอถูกคุณแม่เสี้ยมแบบนั้น ตัวของยูโกะเองก็ทำตามค่ะ แต่ทว่า มีหรือที่สังคมจะไม่รู้? เริ่มมีเสียงวิจารณ์พฤติกรรมของยูโกะว่าตอแหลมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวยูโกะเองก็เครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทำยังไงได้ เพราะคุณแม่สั่งมาแบบนี้

สุดท้าย… ทุกอย่างมันสะสม พลังงานกำลังพอเหมาะ
และ…
แตก….

ความคิดเห็น
บอกก่อนว่าไม่หวีดหนักเท่า 賢者の愛 แต่น้ำตาไหลพราก… ถามว่าทำไมไคโนะถึงร้องไห้ เพราะตอนจบ (ประมาณตอนที่ 3-4) มันเริ่มที่จะเรียลมากยิ่งขึ้นค่ะ ด้วยความที่ตอนนี้ไคโนะเริ่มผันตัวเองมาอยู่เบื้องหลังกล้อง อะไรที่ถ่ายทอดออกมาจากละครเรื่องนี้ มากกว่า 80% คือสิ่งที่ไคโนะเห็นและรับรู้มา แต่เราทำอะไรไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเรา ก็ได้แค่นั่งมองความเป็นไป ว่าจะดับ หรือแค่ริบหรี่

เนื้อเรื่องสื่อให้เห็นความสวยงาม และความสกปรกของโลกมายาค่ะ
โลกเบื้องหน้า (กล้อง)
โลกเบื้องหลัง (กล้อง)
และโลกส่วนตัว

พวกเขามีทั้งหมด 3 โลก (เหมือนอาเบะ ยูโกะ) ในช่วงที่เธออยู่หน้ากล้อง เธอดูมีความสุขมาก แต่เมื่อไรที่หลบหลงกล้อง เธอจะเป็นอีกคน หากมองในแง่ของการทำงาน เธอดูเป็นมืออาชีพ แยกแยะอารมณ์ได้ แต่ถ้าหากมองในแง่ของตัวเธอเอง เธอรู้สึกว่าเธอกำลังโกหกสังคมแต่พูดอะไรไม่ได้ และเมื่อเธออยู่ในโลกส่วนตัว เธอขอร้องกับผู้เป็นแม่ว่า เราหนีจากโลกบ้า ๆ นี้เถอะ หนูไม่ไหวแล้ว

นอกจากจะชี้ให้เห็นถึงความสุขและความทุกข์ทรมานของ Super Star แล้ว ละครยังชี้ให้เราเห็นด้วยว่าดาราหรือศิลปินดัง ๆ พวกเขาแบกอะไรไว้บนบ่าบ้าง
– ชื่อเสียง
– เมเนเจอร์
– สตาฟฟ์
– แฟนคลับ
– ผู้ที่เกี่ยวข้อง

กล่าวคือ การที่จะสร้างดาราดัง ๆ ขึ้นมาได้ 1 คน ไม่ใช่แค่ตัวเขาพยายามคนเดียว พยายามคนเดียว พวกเขาไม่สามารถผุดขึ้นมาได้ จะต้องมีเมเนเจอร์เข้ามาช่วย มีสตาฟฟ์เข้ามาช่วย มีเส้นสายเข้ามาช่วย… แล้วยังไงต่อ? นั่นหมายความว่า หากดาราคนนั้นอยากจะออกจากวงการ เขาหรือเธอจะต้องคิดให้หนักว่ามันจะกระทบใครบ้าง เมเนเจอร์จะต้องหางานใหม่ไหม? สตาฟฟ์ที่ทำงานกับเขาหรือเธอมาตั้งแต่ต้นจะไปอยู่ที่ไหน แฟนคลับล่ะ จะเอายังไงต่อ?… กลายเป็นสร้างความลำบากใจให้กับดารามากยิ่งขึ้น ซึ่งตัวละครอาเบะ ยูโกะก็เจอกับเหตุการณ์นี้เหมือนกันค่ะ

ในมุมมองของอาเบะ ยูโกะ เธอรู้สึกว่าทำไมเธอต้องทนกับเรื่องพวกนี้
แต่ในแง่ของธุรกิจ
บริษัทจะมองว่า ฉันปั้นเธอขึ้นมา เธอต้องทำงานให้ฉัน … ซึ่งถ้าเรามอง เราจะมองว่าบริษัทเห็นแก่ตัว แต่ถ้ามองในมุมของบริษัท เราก็ต้องคำนึงว่า เขาก็ต้องจ้างพนักงานเหมือนกัน ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเขาก็ต้องมี เพราะงั้นต้องหาเงินเพื่อพยุงและใช้จ่ายในบริษัท…

สรุปใครกันแน่ที่เห็นแก่ตัว?
สำหรับไคโนะ ไคโนะคิดว่า ไม่มีใครเห็นแก่ตัวทั้งนั้น
ทุกการกระทำมีเหตุผลเสมอ
เพียงแค่ว่า เรายอมรับเหตุผลของอีกฝ่ายได้มากน้อยแค่ไหน

นอกจากนั้นละครยังชี้ให้เห็นถึงรีกต้องห้ามของคนที่เป็นดารา เป็นไอดอลอีกด้วย
เรื่องความรักเป็นเรื่องปกติ แต่ทำไมสำหรับดารา หรือไอดอลถึงมีความรักไม่ได้? เรื่องนี้อาเบะ ยูโกะตะโกนถามทุกคน (แบบเงียบๆ) แต่ก็ไร้คำตอบ เธอต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไปหาแฟน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากสำหรับความรักของมนุษย์ แต่ก็นั่นแหละ สุดท้าย มันจบที่ว่า

เธอเป็นดารา

และอีกหลาย ๆ ประเด็นที่ละครหยิบยกมาให้ขบคิด ทั้งเรื่องเหยียบศพกันขึ้นไปเพื่อไขว่คว้าดวงดาว จะผ่านมากี่ศพอย่าไปนับ คว้าดาวให้ได้ก็พอ…

โลกแห่งความเป็นจริงมันโหดร้าย
โลกมายาต้องหัดอยู่ให้เป็น ถ้ายังอยากจะหายใจในโลกใน

ฝีมือการแสดง
ไม่ขอคอมเม้นท์อะไรทั้งนั้น โคมัทสึ นานะ ก็คือโคมัทสึ นานะ เป็นโปรมากกับเรื่องนี้ แต่แบบ… ทุกเรื่องนี้เลิฟซีนทั้งนั้น… โอ้โหหหหห รอบนี้เจอแมคเคนยูค่ะ!!! (ออกมา EP เดียวเหอะ)

คู่ควรแก่การดูไหม?
ถ้าจะดูเพราะผู้ชาย ก็… จะรู้สึกว่าเสียเวลา
ถ้าจะดูเพราะนานะ ก็แนะนำ
ถ้าจะดูเพราะชอบเรื่องเกี่ยวกับวงการมายา ก็แนะนำ
ถ้าจะดูเพราะฝึกภาษา ก็แนะนำ

ลิ้งค์ : Yume wo Ataeru
เครดิต : Dark-Dramas

ลองดูรอยยิ้มของพวกเขานะคะ
ยิ้มไปถึงดวงตาหรือเปล่า?
พวกเขาร้องไห้หรือเปล่า?
พวกเขากำลังถูกฆ่าอย่างช้า ๆ หรือเปล่า?
และเราเองหรือเปล่า ที่เป็นส่วนหนึ่งในการฆ่า “พวกเขา”

“พวกเขา” ที่เรารัก
“พวกเขา” ที่เรายอมจ่ายให้

…………………………………………………………

มีภาพยนตร์แนวนี้อีกเรื่องนะคะ
Pink and Gray
ดาร์กพอ ๆ กันค่ะ ตอนจบสลด

ขอให้มีความสุขกับละครที่ท่านรักค่ะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s