เมื่อรุ่นน้องมาสังเกตชั้นเรียน

เมื่อรุ่นน้องมาสังเกตชั้นเรียน

เรื่องราวการสังเกตชั้นเรียนเดินทางมาถึงเอนทรี่สุดท้าย ไคโนะจะไม่เขียนบอกว่าชั้นเรียนของไคโนะเป็นอย่างไร เพราะเมื่อวานดีที่สุดแล้ว และเราก็พอใจ ถึงจะมีติดขัดอยู่บ้าง ก็ยังคงต้องปรับปรุงกันต่อไป แต่เมื่อวานได้มีสิ่งที่ทำให้ไคโนะฉุกคิดได้หลายประเด็น และอยากจะเขียนบล็อคนี้บันทึกไว้ ก่อนที่ความทรงจำของไคโนะจะจางหายไป

1. การเดินทาง
รุ่นน้องได้สอบถามไคโนะมาว่า การเดินทางมายังโรงเรียนนั้น ทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งก็ได้แนะนำไป และน้องมีเรียนถึงเที่ยง นั่นหมายความว่ารุ่นน้องมีเวลาเดินทางมาที่นี่ราว ๆ 110 นาที หลายคนอาจจะบอกว่ายังไงก็ทันแน่นอน… นั่นมันในกรณีของการมีรถส่วนตัวค่ะ แต่ถ้าต้องใช้บริการขนส่งมวลชนล่ะ?

น่าคิดดีนะคะ

จากการสอบถาม รุ่นน้องขับมอเตอร์ไซไปรอรถที่เซนทรัล ผลปรากฏว่า รถที่จะมาถึงโรงเรียนนั้นออกไปไม่กี่นาทีก่อนหน้า และรอบต่อไปคือ 13:00 น. รุ่นน้องจะมีเวลาเพียงแค่ 50 นาทีมาให้ถึงที่นี่ ด้วยความที่พวกเราเรียนสาขาญี่ปุ่นกันมา เรื่องเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก

ในเมื่อไม่มีทางอื่นแล้ว…

รุ่นน้องตัดสินใจขับมอเตอร์ไซมาที่โรงเรียนค่ะ
เป็นเรื่องที่ชวนตกอกตกใจมาก เพราะรุ่นน้องไม่เคยขับมอเตอร์ไซไกลขนาดนี้ มีเพียงแค่ขับภายในมหาวิทยาลัยเท่านั้น นอกจากจะขับไกล ยังต้องขึ้นถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นถนนสายหลัก เต็มไปด้วยรถรามากมาย โดยเฉพาะรถบรรทุก รถพ่วง รุ่นน้องขับรถไม่นิ่ง มอเตอร์ไซออโตเมติคที่ไม่เหมาะจะขับทางไกล…

และที่สำคัญ ต้องแข่งกับเวลาที่มีเพียง 50 นาที…

วัดใจกันเลยทีเดียวค่ะ
ขับกันที่ 80…
มาถึงโรงเรียนภายใน 50 นาที แต่ก็อันตรายกันพอตัว…

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ไคโนะเลยแซวว่า มีครั้งที่ 1 เดี๋ยวก็มีครั้งที่ 2 แต่รุ่นน้องบอกว่า ไม่เอาอีกแล้ว…. ไคโนะเข้าใจนะ แต่อย่างน้องก็ดีใจล่ะว่า รุ่นน้องได้ลองประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว อย่างน้อยก็ก้าวข้ามความกลัวบางอย่างได้แล้ว อาจจะอกสั่นขวัญแขวนบ้าง แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี

ไคโนะชื่นชมรุ่นน้องนะ เพราะตั้งแต่ไคโนะย้ายมาอยู่ที่นี่ ตั้งใจว่าจะขับมอเตอร์ไซเข้ามหาวิทยาลัยก็หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่กล้าซักครั้ง รุ่นน้องนำหน้าไคโนะไปแล้วล่ะ ^^

2. พี่ไคสอนเรื่องครอบครัว แล้วถ้าเราเลี้ยงสัตว์ด้วยล่ะคะ?
คำถามนี้มาจากรุ่นน้องค่ะ หลังจากที่สังเกตการสอน จะมีการสะท้อนผลกัน และรุ่นน้องก็ได้ยิงคำถามมาหาไคโนะ เนื่องจากไคโนะได้ให้นักเรียนเขียน Family Tree … ก็จะเรียนคำศัพท์ คุณพ่อ คุณแม่ ตัวเรา พี่ชาย น้องชาย พี่สาว น้องสาว

ทุกคนอาจจะงงกันว่า เอ๊ะ? แล้วสัตว์เลี้ยงเกี่ยวอะไรกับ Family Tree … มันก็ไม่ได้เกี่ยวโดยตรงหรอกค่ะ แต่ถ้าเราเลี้ยงแล้วอยากจะพรีเซ้นต์ขึ้นมา จะทำยังไง

ไคโนะมองไม่ถึงจุดที่ว่ามีสัตว์เลี้ยงเลย การที่รุ่นน้องทักมาแบบนี้ ทำให้ไคโนะฉุกคิดว่า อืม… เราคิดตื้นไปจริง ๆ เรามองแคบไปจริง ๆ

หรืออย่างวันนี้ที่คุยกับน้องที่ฝึกสอนด้วยกัน ในมุมมองของอาจารย์ อาจารย์คิดว่าการให้เขียน Family Tree นั้นมีจุดบอดอยู่ นั่นคือ ถ้าบางคนไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ อาจจะเป็นการจี้แผลในใจของเขา อาจารย์แนะนำให้เรากำหนดสถานการณ์มา ว่าครอบครัวมีใครบ้าง จากนั้นให้แจกให้นักเรียน และให้นักเรียนเขียน Family Tree ขึ้นมา ตามเงื่อนไขที่ได้รับ

3. พี่ไคใช้ปากกาหลาย ๆ สี พี่ไคต้องการเน้นอะไรไหมคะ?
เนื่องจากในชั้นเรียน ไคโนะถือปากกาทั้งหมด 3 สี เวลาเขียน นึกอยากจะเขียนสีไหนก็เลือกสีนั้น ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น แต่รุ่นน้องกลับสงสัยว่า เรามีเหตุผลอะไรบางอย่างหรือไม่ ถึงได้ใช้ปากกาถึง 3 สี…

เรื่องนี้ส่งผลให้ไคโนะฉุกคิดอะไรได้บ้าง…

การกระทำของเราค่ะ

เรากระทำโดยไม่ได้คิดอะไร แต่อีกคนกลับคิดก็ได้… ถ้าเขาคติดีกับเรา มันก็ดีไป แต่ถ้าไม่ล่ะคะ?… งานนี้อาจมีพัง… เราอาจจะบอกว่า เราไม่ได้คิดอะไรเลย ที่ทำลงไปก็ทำลงไป ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่อีกคนคิดค่ะ

ยกตัวอย่างเช่น
ไคโนะเดินไปช่วยนักเรียนชายถือของ
คนอื่นอาจจะมองว่า เออ ดีเนอะ เป็นครูมีน้ำใจดี
หรืออีกมุม อาจจะคิดว่า ทำไมวะ ทำไมถึงช่วยแต่ผู้ชาย ทำไมต้องนักเรียนชาย…

เห็นไหมคะ การกระทำของเรา ที่เราไม่ได้คิด-่าอะไรเลย แต่คนที่มองมากลับคิดไปล้านแปด…
ทุกการกระทำของเรามันถูกโลกภายนอกตัดสินเสมอค่ะ
เหมือนที่เทเลอร์ สวิฟพูดไว้ว่า “People are going to judge you anyways so you might as well do what you want (สุดท้ายแล้ว คนอื่นก็ตัดสินคุณอยู่ดี เพราะงั้น ทำในสิ่งที่คุณอยากทำเถอะ) ”
หรือที่กล่าวไว้ในคลิปนี้…

ถ้าเขาตัดสิน แล้วเขามาถามถึงเหตุผล เพื่อยืนยันว่าเขาตัดสินเราถูกต้องไหม ก็ถือว่าดีนะคะ อย่างน้อยเราก็ได้มีโอกาสพูดอะไรบ้าง แต่ถ้าตัดสินแล้วไม่ถามอะไรซักคำ แถมยังขยายต่อไปแบบผิด ๆ อีก อันนี้มันก็เข้าเค้าว่า “คนอื่นก็ตัดสินคุณอยู่ดี”

และคำถามอื่นๆ  อีกเยอะค่ะ
ส่วนมากรุ่นน้องจะรู้สึกกลัวการออกฝึกสอน ไคโนะก็บอกอะไรน้องมากไม่ได้ นอกจากที่ว่า หนูอยากจะเป็นครูไหม? ถ้าหนูอยาก ต่อให้มันลำบากยังไง หนูก็จะสู้ หนูก็จะฟันฝ่า หนูจะพยายามหาทางแก้ไขปัญหาอยู่เสมอ หนูจะมีไฟ…

เหมือนกับพี่แหละค่ะ พี่อยากจะผ่าน N1… พี่พยายาม พี่มีไฟ พี่ไม่ย่อท้อ พี่ทดลองวิธีนี้ไม่ได้ผล พี่ก็ไปทดลองวิธีใหม่ ทดลองไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะผ่าน แต่มองกลับกัน พี่ไม่มีความอยากที่จะดื่มแอลกอฮอล์ ต่อให้ใครบอกว่ามันหวาน มันอร่อยยังไง พี่ก็โบกมือลา ไม่แม้แต่พยายามจะยกมันขึ้นจิบ…

เห็นไหมคะ?
หนูไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นค่ะ ถ้าหนู “อยาก”
แต่ที่หนูกังวล อาจจะเพราะหนู “อยาก” ไม่มากพอก็ได้ค่ะ
“อยาก” ไม่มากพอ ยังไม่หนักเท่าคนที่ “ไม่อยาก” ค่ะ

ขอบคุณที่มาสังเกตการสอนชั้นเรียนของพี่ทั้ง 2 ครั้ง ถ้าพี่คนเดียว พี่คงจะคิดว่าแผนการสอนที่พี่เขียนนั้น ผ่านการคิดมาดีแล้ว ถ้าไม่มีคำถามของน้อง ๆ ถึงสิ่งที่พี่ทำในชั้นเรียน คงไม่ทำให้พี่ฉุดคิดในหลาย ๆ ประเด็น

เวลาของพี่กับทางสายนี้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
น้องเป็นสิ่งดี ๆ ที่พี่เจอในเส้นทางสายนี้
ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากจริง ๆ
ไว้เจอกันใหม่นะ เจอกันใหม่บนเส้นทางซักสายที่จะโคจรมาพบกัน

kaino1.1

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s