นิเทศครั้งสุดท้าย ฉันเจออะไรบ้าง?

เมื่อฉันนิเทศครั้งสุดท้าย

นักศึกษาฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา จะถูกอาจารย์สาขานิเทศทั้งหมด 2 ครั้ง/เทอม สรุปรวมเป็น 4 ครั้งตลอดทั้ง 2 เทอมการศึกษา โดยอาจารย์แต่ละสาขาจะมีวิธีการนัดแนะนักศึกษาของตนไม่เหมือนกัน อย่างบางสาขา จู่ ๆ นึกอยากจะไปก็ไป ไม่ให้นักศึกษาได้ตั้งตัว หรือบางสาขา อาจจะให้นักศึกษามีสิทธิ์ที่จะเลือกวันเวลาที่จะให้นิเทศ หรือแม้แต่เลือกอาจารย์นิเทศได้ (ซึ่งจะได้อาจารย์ที่ต้องการไหมนั้น ก็ต้องมาดูกันอีกว่าอาจารย์ท่านว่างไหม)

นิเทศครั้งสุดท้ายของไคโนะในครั้งนี้ ชนห้อง ม.1/X ในวันพุธ มีรุ่นน้องมาของสังเกตการสอนด้วย 1 กลุ่ม (6 คน) เป็นแผนการสอนแผนเดียวกับห้อง ม.1/X ที่ได้สอนในวันอังคาร ซึ่งการสอนในวันอังคารนั้น ราบรื่นมาก นักเรียนเล่นด้วยเยอะมาก คิดว่าแผนการสอนตัวนี้โอเค เลยไม่ได้ปรับแผนอะไร

ในวันนิเทศ อาจารย์และรุ่นน้องมาถึงประมาณ 12:45 น. ก็เลยให้มานั่งรอในห้องหมวด คุยกันตามประสาอาจารย์ ศิษย์ พี่ น้อง… เราคิดถึงพวกเขามาก เราดีใจมากที่พวกเขามาหาเรา อยากจะกลับด้วย อยากจะกลับด้วยมาก ๆ แต่เพราะหน้าที่ต่าง ๆ ก็กลับด้วยไม่ได้

พอได้เวลา 13:00 น. นักเรียนมารอกันแล้ว โดยหัวหน้าห้องและสมาชิกเตรียมเก้าอี้ไว้ให้อาจารย์และรุ่นน้องเรา 7 ตัว นั่งอยู่ด้านหลัง ในการนิเทศ เรามักจะไม่มองอาจารย์สาขาหรือรุ่นน้องเรา เราจะทำเหมือนไม่มีใครดูเราทั้งนั้น เพราะไม่งั้นเราจะประหม่า

เนื้อหาที่สอนในครั้งนี้เป็นเนื้อหาต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ที่แล้ว…แต่หลายสิ่งที่เราเจอคือ
1. นักเรียนเข้าช้า ช้าแล้วไม่มีที่นั่ง แล้วมาบอกเราว่าไม่มีที่นั่ง ด้วยความที่เราเป็นคนที่ไม่ชอบบอกคำตอบ และมักจะให้คิดเอง เราจึงตอบเขาไปว่า “หนูควรทำยังไงคะลูก?” แล้วนักเรียนก็วิ่งออกไปหาเก้าอี้มา
2. นักเรียนไม่เอางานของคาบที่แล้วมา มาถามเราอีก เราก็ยังตอบเหมือนเดิม “หนูควรทำยังไงคะลูก?” และนักเรียนก็เอางานของเพื่อนไปถ่ายเอกสาร *ความผิดพลาดครั้งที่ 1*

หลังจากนั้นเราก็สอนตามปกติ คิดว่านักเรียนจะจำเนื้อหาในคาบที่แล้วได้ แต่เปล่าเลย เรายังทวนกันใหม่อีกรอบ แต่ก็รวดเร็วพอตัว จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงสอนบทสนทนา *ความผิดพลาดครั้งที่ 2*

พอฝึกสนทนาแล้ว เราก็ให้เขาได้พูดเอง จับคู่ และพูด *ความผิดพลาดต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 และ 2*

สอนเสร็จ เข้าสู่ช่วงสะท้อนผล
อาจารย์ให้เราวิเคราะห์ตัวเองออกมาเป็นข้อ ๆ
1. จุดมุ่งหมายในแผนครั้งนี้คืออะไร
2. คิดว่าประสบความสำเร็จกี่เปอร์เซ็นต์ และไม่ประสบความสำเร็จกี่เปอร์เซ็นต์ และทำไม
3. ข้อดี ข้อเสีย ที่เจอในวันนี้
4. จะปรับปรุงแก้ไขยังไง

สำหรับจุดมั่งหมายที่ไคโนะตั้งในครั้งนี้คือ นักเรียนสามารถสนทนาในเรื่อง XX ได้
ประสบความสำเร็จ 70% พลาด 30%
70% คือนักเรียนพูดได้ จำคำศัพท์ได้
พลาด 30% คือ นักเรียนประหม่า นักเรียนไม่กล้าพูด
ข้อดี –
ข้อเสีย ตัดสินใจไม่รอบคอบ, กดดันนักเรียน
ปรับปรุงแก้ไข – (เราตอบอ้อมมากในข้อนี้ เพราะเราเหมือนตายไปแล้วเลย แบบตอนนั้นลอยมาก)

วิเคราะห์ความผิดพลาด
ความผิดพลาดครั้งที่ 1 – ข้าพเจ้าให้นักเรียนเอางานเพื่อนไปถ่ายเอกสาร ซึ่งถ้าให้เขาเขียนงานอยู่ในคาบ ก็น่าจะทำเสร็จ และได้ร่วมกิจกรรมกับเพื่อน การที่นักเรียนเอางานเพื่อนไปถ่ายเอกสารนั้น กระทบเพื่อนที่นักเรียนเอางานไปด้วย เพราะเพื่อนคนนั้นก็จะไม่มีงานร่วมกิจกรรมเหมือนกัน อีกอย่าง การไปถ่ายเอกสารมันเร็วก็จริง แต่ถ้าร้านคนเยอะล่ะ? ช้าไปอีก

ความผิดพลาดครั้งที่ 2 – ข้าพเจ้าฝึกนักเรียนไม่มากพอ ให้เขาพูดไม่มากพอ ทำให้ตอนที่ให้เขาจับคู่สนทนา เขาเกิดความอาย ความประหม่า และพอสุ่มหมายเลข เขาพูดเสียงเบามาก ข้าพเจ้าไปยืนข้าง ๆ นักเรียน นักเรียนตอบถูกนะ แต่ตอบเบา เพราะกลัวตอบผิด

ถ้าข้าพเจ้าให้นักเรียนฝึกพูดเยอะ ๆ เขาจะไม่กลัว เพราะเขามั่นใจว่าเขาตอบถูกแน่ ๆ

ความผิดพลาดต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 และ 2 – พอให้จับคู่สนทนา และสุ่มหมายเลขออกมา นักเรียนไม่พูด นักเรียนพูดเบา นักเรียนไม่มีความมั่นใจในการตอบคำถาม นักเรียนไม่มีงานที่จะเอามาร่วมกิจกรรม…

ถ้าไม่มีความผิดพลาดครั้งที่ 1 และ 2 ก็จะไม่มีความผิดพลาดต่อเนื่อง…

พอเราวิเคราะห์ตัวเองเสร็จแล้ว จะเป็นการสะท้อนผลจากอาจารย์
ซึ่งอาจารย์ก็จะแนะนำเรา เช่น ไคโนะควรให้นักเรียนได้ฝึกเยอะกว่านี้ เพื่อคลายความประหม่าให้นักเรียน
นักเรียนเป็นเด็ก ม. 1 ควรจะใช้ภาพเยอะ ๆ เพื่อให้นักเรียนไม่รู้สึกเครียด (ไคโนะใช้ตัวอักษรเยอะ)
ในตอนที่ถามว่า XX ควรที่จะใช้เครื่องหม่ายคำถาม อย่าเพิ่งให้นักเรียนเห็นสิ่งที่ตัวเองต้องตอบ
ไคโนะควรปรับปรุงบุคลิกภาพ ไคโนะอย่ากดดันนักเรียน
ไคโนะควรผลักดันนักเรียน ใส่พลังเข้าไป

และเราตอบอาจารย์ไปว่า
หนูรู้สึกว่าความอยากเป็นครูหนูหายไป
พอความเป็นครูหนูหาย คำว่า “เท” ก็ตามมาค่ะ (เราเขียนคำว่า “ความอยาก” และคำว่า “เท” ลงในกระดาษ มองมัน แล้วเราก็ตอบอาจารย์)

และอาจารย์ก็ตอบว่า อื้อ ก็รู้สึกเหมือนกัน ไคโนะต่างจากเทอมแรกมาก ความอยากสอนของหนูหายไปไหน ครูรู้ว่าหนูไม่อยากจะเป็นครู หนูไม่ชอบ แต่ไหน ๆ ก็จะจบแล้ว ทำให้นักเรียนจดจำหนู หนูจะเทไม่ได้

ใคร ๆ ก็รู้สึกทั้งนั้นแหละว่าเราไม่ไหวแล้ว….
คนที่ไม่รู้สึกก็น่าจะเป็นคนที่ไม่มีเซ้นต์ด้านมนุษย์แรงมาก…
ดูตาเดียวก็รู้ว่าเราเทหมดทุกอย่างแล้ว
ซึ่งเราก็เทจริง ๆ….

หลังจากคำว่า “ความอยาก” และคำว่า “เท” หลุดออกมา เหมือนความจริงมันก็ตามออกมาด้วย เปิดใจคุยกันทันที เราถามแม้กระทั่งรุ่นน้องว่า ไอ้ความที่อยากจะโดดเรียนนี่มันอะไรกัน มันเป็นยังไงเหรอ เล่าให้เราฟังได้ไหม รุ่นน้องก็บอกเราว่า เพื่อนโดด เราก็โดด

ซึ่งเราก็งงว่า เราไม่โดดได้ไหม
รุ่นน้องก็บอกอีกว่า ถ้าไม่โดดก็จะแตกต่างจากเพื่อน

เราเลยแบบ… อ้อ เพราะไม่เคยสัมผัสก็เลยไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนนั้นมันเป็นยังไง กลัวความแตกต่างมันเป็นยังไง เพราะตลอดชีวิตเรา เราทำอะไรต่างจากชาวบ้านมาโดยตลอด เราไม่แคร์ใครเลย (ถึงได้เพื่อนน้อยแบบนี้ไง) ถ้าเราคิดว่าเราทำถูก เราก็ทำ เราแทบจะไม่เคยโดดเรียน ถ้าโดดเรียน เราก็เป็นฝ่ายชวนทั้งนั้น (แต่เรารู้ตัวว่าเราทำผิด) เราไม่เคยตามเลย ถ้าเราอยาก เราจะทำ ถ้าไม่อยาก เราก็ไม่ทำ เพราะงั้นเลยไม่เข้าใจว่า คำว่าทำตามเพื่อนมันคืออะไร…

ทำไมถึงกลัวที่จะแตกต่างล่ะ?
กลัวไม่มีเพื่อนคบเหรอ?
แล้วทำไมถึงไม่คิดว่าการที่เพื่อนชวนทำนั้นมันดีมั้ย?
ถ้ามันไม่ดี ทำไมถึงทำ…

ก็เป็นปัญหาโลกแตก และเราก็ไม่ want ที่จะหาคำตอบอะไรอีกแล้ว เสียเวลาเปล่า
เพราะแบ็คกราวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน…
ทุกคนมีเหตุผลนั่นแหละ และเราไม่ต้องการจะถามหาเหตุผลนั่นหรอก…

อีกอย่าง เราให้รุ่นน้องคอมเม้นต์เราด้วย รุ่นน้องพูดตรงกันว่า “ไคโนะอย่ามองบนบ่อย”
ถามว่าเรารู้ตัวไหม เรารู้ว่าเราทำ…

สรุปคือ การนิเทศครั้งนี้ ดันกลายเป็นการคุยเรื่องชีวิตไปซะได้…
เราคุยเรื่องชีวิตกันนานมากกว่าสะท้อนผลการสอนซะอีก และสุดท้าย ทุกอย่างจบลงที่ว่า

“ไคโนะอดทนนะ มันจะจบแล้ว อีกนิดเดียว”

แต่ทุกคนก็เตือนเราทั้งนั้นว่า

สังคมครู เบาสุดแล้วนะ…
หนูเจอล่าม หนูหนักกว่านี้…ไม่ใช่หนักแค่หน้าที่การงาน แต่หนักทางด้านสังคมด้วย

ซึ่งเรารู้ เรารู้มาโดยตลอด
การที่เราทิ้งทุกอย่างจากฝั่งนี้ เราอาจจะตัดสินใจผิดก็ได้ แต่เราก็อยากจะลองดูก่อน

ถ้ามันจะผิด ถ้ามันจะพัง ก็ให้มันผิด ให้มันพังเพราะมือเรานี่แหละ
เราไม่อยากจะผิด ไม่อยากจะพังเพราะคนอื่นทำให้เราผิดหรือทำให้เราพัง

อ้อ อีกอย่าง อาจารย์บอกเราว่า ไคโนะ การเป็นครูก็เหมือนกับการแสดงแหละ ต่อให้เมื่อวานหนูจะสอบ JLPT ไม่ผ่าน หนูจะร้องไห้ยังไง แต่พอหนูอยู่หน้าชั้น หนูต้องตัดอารมณ์ออกไป
(ซึ่งวันที่เรานิเทศนั้น เรายังอึน ๆ กับผลสอบเราอยู่ ตาเราก็ยังบวมอยู่)

หลังจากนั้นเราก็ไปนั่งกินข้าวกับรุ่นน้อง และเมท
ก็ยังคงคุยเรื่องวันนี้กันอยู่ แต่เราเงียบเยอะมากกว่าเดิม รุ่นน้องก็บอกเราแค่ว่าอดทนนะ จะจบแล้ว แล้วรุ่นน้องก็เริ่มคิดมากว่าตัวเองจะรอดไหม…

ถ้าเธอเอนเตอร์เทนเก่ง เธอจะรอด…
หรือถ้าเธออยากจะเป็นครู เธอจะรอด

ฉันอยากเป็นครูนะ แต่ฉันอยากเป็นครูที่สอนคนที่อยากจะเรียน
ฉันรู้ว่าการทำให้เด็กที่ไม่อยากจะเรียน หันมามี “ความอยาก” ได้
มันคือความสำเร็จสูงสุดของคนเป็นครู

แต่ฉันไม่ล่ะ…
การพยายามเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามันไม่เห็นวี่แวว ก็ควรจะปล่อย
เพราะมันหาความคุ้มค่าไม่ได้เลย ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน…
(อาจารย์นิเทศครั้งนี้ สอนเราเรื่องการลงทุน)

อะไรที่มันฝืน
มันเหนื่อย มันพังทั้งนั้นแหละ….kaino1.1

สุดท้ายนี้
ขอบคุณที่มานิเทศหนูถึง 2 ครั้งนะคะ และยังพยายามให้กำลังใจหนูอยู่ตลอด ขอบคุณที่ให้อิสระกับภาษาของหนู ถึงหลาย ๆ ท่านจะไม่โอเค ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ

ขอบคุณรุ่นน้องที่มาสังเกตในครั้งนี้ ช่วยปลอบเรามาก อย่างน้อยก็มีคนมาหาเราบ้าง อย่างน้อยเราก็รู้สึกว่า เอาล่ะ ส่วนหนึ่งในชีวิตเราที่เราพยายามปกป้องยังไม่หายไปไหน เราให้กับการฝึกสอนไปครึ่งร่างของเรา อีกครึ่งเราปกป้องไว้ เราจะยังเป็นเราอยู่ เราจะยังคงทาเล็บในเย็นวันศุกร์ และลบออกในเช้าวันจันทร์

ขอบคุณที่เข้ามาทำให้ครึ่งร่างของเราได้ตื่นขึ้นมานะ หลังจากที่มันหลับไหลไปนาน

ขอบคุณการนิเทศ ที่ทำให้รู้ว่า คนเป็นครูมันไม่ง่าย

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ นี่เป็นสิ่งที่เราเจอ เราอาจจะเจอแตกต่างจากคุณ อย่ายึดเราเป็นศูนย์กลาง และอย่าด่าเราว่าไม่อยากเป็นครูมาเรียนทำไม… เราจะตอบคุณสั้น ๆ ว่า “อ๋อ สอบติดอาค่ะ เลยทนเรียน”

ถึงรุ่นน้องที่เตรียมออกฝึกสอน
อย่ายึดเราเป็นศูนย์กลาง หนูอาจจะเจอเด็กที่ดีก็ได้ ทุกอย่างจะเพอร์เฟคสำหรับหนู
รอเจอดีกว่านะ… อ่านเรื่องของเราได้ แต่ไม่ต้องเอาไปคิดมาก ปวดสมองเปล่า ๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s