เมื่อฉันไปสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น รอบที่ 2 – เข้ารับฟังรายละเอียดการยื่นมหาวิทยาลัย


ไปแก้แค้นทุน
 
 
 

 

 
 
 
 
 
หลังจากที่เราฝ่าด่านการสัมภาษณ์จนผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะเป็นการฟังรายละเอียดทุนค่ะ
ซึ่งก็จะฟังที่สำนักข่าวสารญี่ปุ่น ของสถานทูตเหมือนเดิม พี่ยามที่นี่แทบจะจำหน้าชั้นได้อยู่และ 55555
เราก็แสกนร่างกาย แล้วก็เข้าไปนั่งรอ
รอบนี้ได้คุยกับเพื่อนเยอะขึ้น อะไรขึ้น ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องภาษาญี่ปุ่นกัน
ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ 
 
พอเวลา 09.00 น. โดยประมาณ ก็เข้าไปข้างในห้องประชุมค่ะ เป็นห้องที่ใหญ่พอสมควร
เก้าอี้ถูกจัดไว้แบบนี้
 
โดยเก้าอี้แต่ละตัวนั้นจะมีซองเอกสารสีน้ำตาลจากทางสถานทูตวางอยู่ค่ะ
แต่ก่อนที่เราจะไปนั่งเก้าอี้ ก็ต้องมาต่อแถวเซนชื่อกันก่อน
 
จากนั้นก็นั่งเก้าอี้กันตามสะดวก แต่เนื่องจากตามธรรมเนียมคนไทย ส่วนมากจะนั่งกันตรงกลาง
คุณสุพัตราก็เลยบอกว่า ใครนั่งแถวแรกได้ทุน
เท่านั้นแหละ เซ็นชื่อเสร็จก็เดินไปนั่งเลย (นี่ขนาดตรูไม่ได้อยากได้นะ 555555)
 
พออะไรเรียบร้อยเสร็จ ก็เข้าสู่ขั้นตอนการแนะนำรายละเอียด
โดยทุกคนก็จะยกซองเอกสารขึ้นมา
เช็คของภายใน
ซึ่งจะมีเอกสารดังนี้
1. เอกสารรายละเอียดทุน (จะมีเอกสารภาษาไทยแนบอยู่ 1 แผ่น ใบสุดท้าย)
2. เอกสารรายละเอียดทุน (จะมีกฎ มีเกณฑ์ มีบลา ๆ)
3. ใบสมัครฉบับจริง (เหมือนฉบับที่ให้โหลด 90% แต่จะไม่เหมือนตรงที่ มันเป็นกระดาษ A3 และมีสีออกม่วง ๆ กับให้เขียนอะไรยิบย่อย ดูขลังกว่า) จำนวน 2 ฉบับ
4. ใบเลือกมหาวิทยาลัย 1 ฉบับ
5. แบบฟอร์มการตรวจร่างกาย 1 ฉบับ (ตรวจละเอียดยิบมาก)
6. ซองเอกสารจากสถานทูต  3 ซอง
 
อิตรงซองนี่แหละมีปัญหา คือคนอื่นได้ซอง มีดิฉันกับนุ๊กกี้ 2 คน ที่ไม่ได้ 5555555
วร๊อททททททท
 
คือดิชั้นนี่มีปัญหาทุกขั้นตอนเลยค่ะ
ตอนสัมภาษณ์ – เรียงความหาย
ผ่านสัมภาษณ์มาฟังรายละเอียด – ซองเอกสารไม่ครบ
 
เออค่ะ คนจะได้ไป 55555555555555555555555555
 
จากนั้น คุณสุพัตราก็จะแปลเอกสารให้ฟัง ของคุณสุพัตราจะเป็นเกี่ยวกับเงื่อนไขต่าง ๆ
ซึ่งพอฟังเงื่อนไขการรับทุนแล้ว -.- น่ากลัวมากอ่ะ
โดยเฉพาะ – คุณจะต้องทำวิจัย 1 เล่ม
วร๊อททททท
 
2. การไปของคุณนั้น ไปเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
(อันนี้ชั้นเข้าใจดีค่ะ ดิชั้นตระหนักตั้งแต่วันเกิดปีที่แล้วแล้วค่ะ หลังจากที่ได้รับข้อความจากสายการบินไทย ประจำประเทศญี่ปุ่น ) <- รู้สึกเป็นบุคคลลิมิเต็ด 5555555
 
3. ห้ามรับทุนใด ๆ ระหว่างที่รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (ตรูว่าจะไปไฟต์ JASSO ต่ออยู่)
4. หากทำผิดกฎจะถูกส่งตัวกลับ และต้องใช้ทุน
5. หากให้ข้อมูลเท็จในการสมัคร และตรวจสอบได้ในภายหลัง จะถูกส่งกลับประเทศ และต้องชดใช้ทุน
6. หากการเรียนไม่ดี จะถูกส่งตัวกลับ และต้องใช้ทุนคืน
 
บลา ๆๆๆ กรณีเกือบจะทุกกรณีคือจะต้องใช้ทุนคืน….
 
งานนี้มีจนค่ะ 555555
 
จากนั้นพี่ผู้หญิง (จำชื่อไม่ได้อ่า) ก็จะมาอธิบายถึงวิธีการกรอกใบสมัครอย่างละเอียด (ละเอียดมาก) แต่ไคโนะก็คือไคโนะ บ่ได้จดรายละเอียดใด ๆ เลยคร่าาาาาาาา (*.*)
ก็มานั่งแปลเอาทีหลัง =.=
 
แต่จากการสรุป ตามนี้
1. กรุณาใช้ปากกาดำ ตามธรรมเนียมญี่ปุ่น
2. สามารถใช้น้ำยาลบคำผิดได้ แต่ทางที่ดี ไม่ควรใช้ (ตรูใช้ไป 3 ครั้งและ)
3. ชื่อ-สกุล, ชื่อเฉพาะ กรุณาเขียนตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด
4. ชื่อผู้ปกครอง กรุณาเป็นบุคคลทีี่สามารถติดต่อได้จริง ๆ
5. อีเมล์ กรุณาใช้อีเมล์ที่ติดต่อได้จริง ๆ
6. เบอร์โทรศัพท์ มีกี่เบอร์ใส่ให้หมด
7. มีแค่ข้อ 6 เท่านั้น (พูดถึง Study Plan) ที่สามารถแนบเอกสารได้ ในกรณีที่ Study Plan คุณยาวเป็นหางว่าว แต่ข้อที่เหลือ ห้าม! (ไม่เชิงห้าม แต่กรุณานึกถึงใจคนที่จะต้องมานั่งอ่าน) พยายามทำให้กระชับ และเขียนให้อยู่ภายในช่องที่กำหนด
8. ประวัติการศึกษา ที่ถามว่า เรียน ม. ปลายมากี่ปี ใส่แค่ปี เดือนไม่ต้องใส่
9. ตรงอธิบายประวัติการศึกษา ให้ใส่ตามนี้ (ถ่ายของพี่เขามา)
10. การลงลายเซ็น ทุกลายเซ็นที่ลงจะต้องใช้ลายเซ็นตามพาสปอต
11. เขียนตัวหนังสือให้อ่านง่าย (ข้อนี้บาย~~~)
 
จากนั้นพี่เขาก็สอนการจ่าหน้าซองจดหมายถึงตัวเอง
3 ซองที่ท่านได้ไปอ่ะ กรุณาจ่าหน้าซองถึงตัวเองให้หมดทุกซอง ใช้ภาษาไทย อย่าใช้ภาษาอังกฤษเดี๋ยวไปรษณีย์ไทยสับสน (อันนี้ไม่ได้ดูถูกไปรษณีย์ไทยว่าอ่านอิ้งไม่ออก แต่ดิชั้นเจอแล้วกับตัว ส่งผิดที่) TT
ใครจ่าหน้าซองถึงตัวเองไม่ถูก กรุณาถาม Google 
 
จากนั้น ก็จะอธิบายเรื่องการเลือกมหาลัย
มุมมองของไคโนะตามนี้
1. เลือกให้เข้ากับ Study Plan ของตัวเอง
—- กล่าวคือ กรุณาไปศึกษารายละเอียดคลอสต่างชาติของแต่ละมหาวิทยาลัยว่ามีมหาวิทยาลัยไหนมั้ย ที่มีคลอสเรียนตอบโจทย์กับ Study Plan ของเราได้ เพราะถ้า Study Plan ของคุณจะไปศึกษาวิถีชีวิตไอดอล แต่เสือกเลือกมหาลัยด้านการเมืองเงี่ย 
วร๊อทททท มันเกี่ยวกับไอดอลตรงไหน????
 
2. เลือกให้เหมาะสมกับเงินทุนที่คุณได้
—-ได้เดือนละ 117,000 เยน อย่าไปเลือกตระกูล Waseda, Keio, Sophia เด็ดขาด!!! เงินบ่พอค่ะ เว้นแต่ว่าทางบ้านคุณจะสนับสนุนอาค่ะ เพราะถ้าทางบ้านไม่สนับสนุน แค่ค่าหอ ยกตัวอย่าง วาเซดะ เอาที่น่าจะถูกที่สุด แต่ก็ปาไป 60,000 เยน ยังไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเนต ตีไปทั้งหมดราว ๆ 70,000 เยน
คุณจะเหลือใช้อยู่ประมาณ 40,000 เยน
แล้วคุณจะแดกอะไรใน 1 เดือน? มาม่าเหรอคะ???? 555555555
(และเราก็ตัดวาเซดะทิ้งเรียบร้อย TT ขอโทษนะ ทั้ง ๆ ที่พยายามจะเป็นเด็กวาเซดะให้ได้แล้วแท้ ๆ ทั้ง ๆ ที่พยายามมากับมงมาก เพราะคิดว่ามงให้หนัก ก็ให้หนักจริง แต่ไม่พอ~~~~ ขอโทษนะวาเซดะ แต่ไม่ต้องห่วงนะ ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราจะเทคคลอสกับวาเซดะให้ได้ รอเราก่อนนะ!!!)
 
3. เลือกให้เหมาะกับระดับภาษาญี่ปุ่นตัวเอง
—-สมมติว่าบ้านดิชั้นสนับสนุนเรื่องค่าที่พัก ดิชั้นอยู่ N4 แต่เสือกมั่วข้อสอบมงผ่าน แล้วดันตอบสัมภาษณ์กรรมการได้ แล้วดิชั้นเลือก Waseda
มันจะรอดมั้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ฟังจากรุ่นพี่มา รุ่นพี่บอกว่าเรียนกันสนุกสนานมาก หัวปั่น อาจารย์กัดไม่ปล่อย
 
แล้วเงื่อนไขทุนมงมันมีข้อนึงที่บอกว่า “หากการเรียนไม่ดี จะถูกส่งตัวกลับ และต้องใช้ทุน”
เอาละเหวยยยย อย่าเสี่ยงเลยค่ะ เลือกให้มันเหมาะกับระดับภาษาของเราเถอะค่ะ
จะได้ไม่เป็นภาระของสมอง TT
(แต่ตรูก็เลือก ม. ระดับ N2 ไปและ 55555555)
 
คร่าว ๆ น่าจะมีเท่านี้
และจากนั้น ทางสถานทูตก็จะให้คัมภีย์มาเล่มนึง ทั้งหมดทั้งมวลนั้น จะบรรจุไปด้วยลิสมหาวิทยาลัยที่โคทุนกันกับมง
วาเซดะ, เคโอ, โซเฟีย มีค่ะ โฮเซ ก็มีนะคะ (ที่ที่ นคจม นางไปถ่ายซุยคิวอ่ะ <- ถ้าจำไม่ผิด)
 
คัมภีย์มันจะหน้าตางี้นะ
 
เอากลับไปเปิด จากนั้นก็เอามาคืนที่สถานทูต
โดย 1 มหาวิทยาลัยจะได้ 1 เล่ม
แล้วคิดดูว่าสมมติว่า มธ ติด 10 คน
10 คน ต่อ 1 เล่ม
555555
 
โหดไป
 
แต่คุณสุพัตราก็ให้ไปเพิ่มอีกเล่มอ่ะ
 
wwww
 
จากนั้นก็แยกย้าย
ใครอยากจะถามอะไรเพิ่มเติมก็อยู่ต่อ
 
ส่วน Study Plan สามารถแก้ไขได้ แต่อย่าออกจากแนวเดิม เพราะเราสัมภาษณ์ไปแบบไหน ก็ให้คงธีมเดิมไว้
 
ส่วนมงจะให้เลือกเรียน มี 2 คลอสคือ
1. เมนหลัก วัฒนธรรม เมนรอง ภาษา
2. เมนหลัก ภาษา เมนรอง วัฒนธรรม
 
เลือกให้ดี
เราพลาดมาแล้ว ถ้าไม่เก่งภาษา ให้เลือกเมนหลักเป็น วัฒนธรรม
เพราะถ้าเมนหลักภาษา คุณจะเรียนหนักมาก
แล้วมันแก้ทีหลังไม่ได้ 
 
เว้นแต่ไปถึงญี่ปุ่นแล้ว ค่อยไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่นู่นอีกที ถ้าอาจารย์ใจดี อาจจะให้เปลี่ยน
แต่ถ้าอาจารย์เข้ม ก็อาจจะเปลี่ยนไม่ได้ ตอนนั้นก็รับกรรมล่ะค่ะ
ดิชั้นกับเด็ก มธ นี่มองหน้ากันเลย เพราะเลือกเมนภาษาไป คิดว่าถ้าภาษาโง่ ให้เลือกเมนภาษา จะได้ไปพัฒนาทักษะภาษาของตัวเอง
เข้าใจผิดมหันตร์
 
 
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s