เมื่อฉันฟังเรื่องเล่า : การติ่ง ก็ไม่ได้แย่เสมอไปหรอก

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพอะไรที่เป็นความรู้ซะเท่าไร ส่วนมากเราจะอัพเกี่ยวกับชีวิตฝึกสอนของเรา ยังเหลือรีวิวการสอบ JLPT N1 รอบเดือนธันวาคม 2559 ที่เรายังไม่ได้เขียน และไม่รู้ว่าจะเขียนตอนไหนด้วย คือตอนนี้มีเรื่องต้องเขียนเยอะมาก แต่ขอเขียนเรื่องนี้ก่อนแล้วกันค่ะ

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าไคโนะเรียนคณะศึกษาศาสตร์ เอกการสอนภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมีที่เดียวในประเทศไทย (ในขณะนี้) ด้วยความที่เป็นศึกษาศาสตร์ ปี 5 จะต้องเข้าไปฝึกสอนที่โรงเรียนเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม หรือ 2 ภาคการศึกษา ในขณะที่อยู่โรงเรียน เราจะใกล้ชิดกับเด็ก ๆ มากค่ะ เวลาอยู่ในห้องหมวด เราจะเห็นคุณครูคุยปรึกษากันเรื่องเด็กแต่ละคน ว่าเป็นอย่างไร มีปัญหาการเรียนอย่างไร หรือมีพัฒนาการน่าชื่นชมอย่างไร

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ไคโนะยอมเขียนออกมาเป็นบล็อคค่ะ

—————————————————————–

เรื่องมีอยู่ว่า ไคโนะนั่งตรวจข้อสอบย่อยของนักเรียนอยู่ ระหว่างนั้นอาจารย์กับเพื่อนนักศึกษาฝึกสอนอีกคนก็นั่งคุยกันเรื่องนักเรียนที่สอนค่ะ โดยนักเรียนคนนี้นั้นตอนนี้อยู่ชั้น ม.6 … ตอนที่อยู่ชั้น ม.4 และชั้น ม.5 นั้น ผลการเรียนค่อนไปทางน่าเป็นห่วงค่ะ ประมาณว่าเกือบจะเรียนไม่ได้อยู่แล้ว แต่ช่วงที่อยู่ชั้น ม.5 น้องคนนี้เกิดอาการ “ติ่ง” ไอดอลขึ้นมาค่ะ!!!

แน่ะ พออ่านถึงตรงนี้หลายคนคงจะอยากกดปิดไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด…
ไคโนะไม่ห้ามนะคะ ถ้าอยากจะอ่านต่อ ก็เลื่อนลงมา ถ้าเบื่อ ก็กดปิดไปค่ะ

คือหลังจากที่น้องเป็น “ติ่ง” การเรียนของน้องก็เปลี่ยนไปค่ะ น้องเริ่มติ่งไอดอลของจีน ที่มีชื่อวงว่า “TFBOYS”

ถามว่าไคโนะรู้จักวงนี้มั้ย ไคโนะก็เพิ่งมารู้จักวงนี้ก็ตอนฝึกสอนเทอมแรกใกล้จะจบค่ะ นักเรียนเอกเกาหลีแนะนำมา (TFBOYS เป็นวงจากจีนค่ะ) หลังจากนั้นก็มารู้อีกว่า เพื่อนฝึกสอนของตัวเองทำซับให้กับวงนี้… (เอ๊าาาา)

โอเค กลับมาที่เรื่องน้องคนนี้ต่อ คือหลังจากที่น้องติ่ง TFBOYS มา การเรียนภาษาจีนของน้องก็พัฒนาขึ้นเยอะมากค่ะ พัฒนาแบบก้าวกระโดดมาก เพื่อนฝึกสอนบอกว่าตอนนี้น้องสอบวัดระดับภาษาจีน (HSK) ได้ระดับที่ 4 (มีทั้งหมด 6 ระดับ)

ไคโนะไม่ค่อยจะเข้าใจในความยากง่ายของการสอบวัดระดับของภาษาจีน เลยถามเพื่อนฝึกสอนว่า ระดับ 4 นี่ขนาดไหน เพื่อนบอกว่า ก็ขนาดเด็กมหาวิทยาลัยแหละ อาจารย์สอนภาษาจีนเลยเข้ามาเสริมว่า สำหรับโรงเรียนประจำอำเภอแบบนี้ พรีสอบวัดระดับผ่าน ระดับ 2 ครูคนสอนก็ใจชื้นแล้ว นี่น้องเล่นฟาดผ่านระดับ 4 ตอนอยู่ ม.6 คือไม่ธรรมดาแล้ว

เราเลยถามว่า น้องเก่งมาตั้งแต่เริ่มเรียนเลยไหม? คำตอบที่ได้คือ “ไม่” ค่ะ… น้องมาเริ่มสปีดเมื่อตอน ม.5 ขึ้น ม.6 นั่นหมายความว่า น้องใช้ระยะเวลา 1 ปีในการเร่งตัวเอง… นี่คือติ่ง 1 ปี???

ติ่งไอดอล 1 ปีนี่พัฒนาจากไม่มีอะไร กลับมามีอะไรได้ขนาดนี้เชียวเหรอ? อาจารย์ยังเสริมอีกว่า เวลาให้ท่องศัพท์ หรือยกคำศัพท์ขึ้นมา น้องตอบได้หมด อาจจะใช้เวลาคิดบ้าง แต่น้องก็ตอบได้หมด อีกทั้งอาจารย์ชาวจีนยังพูดอีกว่า เวลาที่น้องเขียน หรือน้องพูด ส่วนมากจะเป็นศัพท์วัยรุ่นของเด็กจีนทั้งนั้น เราเลยถามว่า น้องเล่นแชทเหรอคะ? อาจารย์ก็บอกว่าใช่ น้องแชทกับเพื่อนคนจีน…
(คร่าว ๆ ที่จำได้ค่ะ)

—————————————————————–

ถามว่าทำไมไคโนะถึงอัพเรื่องนี้
ไคโนะอยากจะอัพเรื่องนี้เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเป็น “ติ่ง” แต่รู้สึกว่า ความเป็น “ติ่ง” ทำให้ตัวเองแปลกแยก หรือถูกแซะวันยันค่ำ ไคโนะอยากจะบอกว่า ไคโนะเองก็ “ติ่ง” ค่ะ ติ่งมาตั้งแต่ ม.2 อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ได้ก็เพราะเรื่อง “ติ่ง” ล้วน ๆ ได้ N2 มาได้ก็เพราะเรื่องติ่งล้วน ๆ และจะได้ N1 ก็เพราะเรื่องติ่งเช่นกันค่ะ อยากจะสัมภาษณ์น้อง แล้วเอามาเขียนเป็นคอลัมย์มากค่ะ

ถามว่าไคโนะรับแรงกดดันมาเยอะมั้ย … เยอะค่ะ เยอะมาก ทุกวันนี้ยังคงถูกแซะอยู่เรื่อยไป ก็มีน้อยใจบ้าง อะไรบ้าง บางครั้งก็ถูกแซะแรง แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ เพราะเราก็ติ่งอย่างที่ “สังคม” บอกจริง ๆ ….

แอบร้องไห้ก็มี… แต่ไคโนะอยากจะบอกว่า ติ่งไปเถอะค่ะ… ถ้ามันเป็นความสุขของเรา ก็ติ่งไปเถอะค่ะ ถ้ามันช่วยจรรโลงจิตใจที่ถูกทำร้ายมา ก็ติ่งไปเถอะค่ะ ให้ไอดอลเค้าได้เยียวยาจิตใจเราเถอะค่ะ เสียงรอบข้างอย่าไปฟังมันมากค่ะ ฟังแล้วปวดหัว หนีไปติ่งยังสบายใจกว่าค่ะ

เวลาไคโนะสอนนักเรียนในห้อง ไคโนะจะไม่ห้ามเรื่องเด็กที่เป็นติ่งเลย ไคโนะจะบอกนักเรียนเสมอว่า ติ่งไปเถอะค่ะ แต่ก็จะเตือนเด็กเหมือนกันว่า หนูมีสิทธิ์ติ่ง และหนูก็มีสิทธิ์ที่จะเอาผลประโยชน์จากการติ่งเข้ามาใส่ตัวเองเหมือนกัน อย่าเป็นฝ่ายเสียหายอยู่ฝ่ายเดียว อย่าเป็นฝ่ายเปย์อยู่ฝ่ายเดียว อย่าเป็นฝ่ายให้เลือดหล่อเลี้ยงพวกเขาหรือเธออยู่ฝ่ายเดียว เพราะถ้าให้เลือดตลอดโดยที่ไม่รับเลือดเข้ามา สุดท้าย จะตายเอา…

แต่จากที่สัมผัสเด็กที่เป็นติ่งมา บอกเลยว่ามีความสามารถพิเศษเยอะค่ะ
หลายคนอ่านภาษาที่เป็นภาษาแม่ของไอดอลตัวเองออก ทักทายเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้
มีคอนเน็คชั่นที่คาดไม่ถึง ทำอะไรที่คาดไม่ถึง เป็นแอดมิน เป็นนิม ทำซับ….
ซึ่งบางที สิ่งเล็กน้อยนี้ ติ่งทำได้ ในขณะที่คนที่แซะติ่งทำห่-อะไรไม่ได้เลย ได้แต่แซะไปวัน ๆ

ไคโนะถือคติประจำใจที่ว่า ถ้าใครดูถูกเราเรื่องติ่ง เดี๋ยวจะทำให้ดู!!! ซึ่งก็ทำมาหลายเรื่องแล้ว อย่างที่บ้านบอกว่า น้ำหน้าอย่างไคโนะ จะไปเจอศิลปินที่ชอบได้ยังไง… ก็ใช้เวลา 8 ปีกว่าจะพิสูจน์ให้ที่บ้านเห็นได้ว่า น้ำหน้าอย่างไคโนะเนี่ยแหละค่ะ เจอศิลปินที่ชอบได้แล้ว

หรือตอนที่เลือกเปลี่ยนจากสายวิทย์มาสายศิลป์ ตอนนั้นก็ทะเลาะกับที่บ้านรุนแรง ที่บ้านก็บอกว่า จบออกมาจะหางานอะไรทำได้ มีแค่ภาษาญี่ปุ่นติดตัว… เรื่องนี้ไคโนะยังพิสูจน์ให้ที่บ้านเห็นไม่ได้ค่ะ เพราะว่ายังเรียนไม่จบ แต่จะพิสูจน์ให้เห็นแน่ ๆ ค่ะ อาจจะต้องลำบากหน่อย

ล่าสุดก็เรื่องที่สละทุนบรรจุครู เพราะอยากจะทำล่ามให้วงการบันเทิง… ครั้งนี้แรง เพราะญาติบอกเลยว่า เลือกมาก ๆ เดี๋ยวจะไม่ได้อะไรเลย… ไคโนะจะพิสูจน์ให้เห็นแน่ ๆ ค่ะว่า อิเลือกมาก ๆ บางครั้งก็ได้อะไรที่ดีกว่าไม่เลือก แล้วเดินตามเส้นทางที่คนอื่นอยากจะให้เป็น….

ฝากถึงติ่งนะคะ…

อย่าอายที่จะเป็นติ่งเลยค่ะ
แต่จงเป็นติ่งชั้นดี…
จงเป็นติ่งที่อย่าให้ใครมาดูถูกได้ว่าติ่งแล้วไม่ก่อประโยชน์อะไร

ให้เอาไอดอลมาเป็นแรงบรรดาลใจค่ะ
อย่างตอนนี้ที่ลดน้ำหนักลงมาได้ 14 กิโลก็เพราะแจ็คสันหวังล้วน ๆ … เห็นมั้ยคะ ติ่งแล้วก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน สุขภาพก็ดี น้ำหนักก็ลง…

สุดท้ายนี้…
คุณมีสิทธิ์เลือก
เลือกที่จะเป็นตัวของตัวเอง ในแบบที่ตัวเองอยากจะเป็น

หรือ

เลือกที่จะเป็นตัวของตัวเอง ในแบบที่คนอื่นอยากจะให้เป็น

ถ้าเลือกอันแรก สิ่งเดียวที่จะทำได้คือต้องพิสูจน์ให้เห็น ลำบาก และคงต้องเสียน้ำตาหลายลิตร
แต่สู้เถอะค่ะ สู้เท่านั้นที่จะทำให้เรายืนขึ้นและหัวเราะเสียงดังได้

แต่ถ้าเลือกอย่างที่ 2 ไม่ต้องทำอะไรหรอกค่ะ เดินเข้าไปถามสังคมเลยว่าอยากจะให้เป็นอะไร
จากนั้นก็ทำตามที่เขาบอกค่ะ ง่ายดี สังคมซัพพอร์ตเยอะดี กำลังใจมาเต็ม
แต่ทนหลอกตัวเองไปได้ตลอดมั้ย นั่นอีกเรื่อง

ถึง TFBOYS
พวกคุณคงอ่านภาษาไทยไม่ออกหรอก
แต่ว่า… แฟนคลับของพวกคุณ เก่งที่สุดเลย!!!
ขอบคุณที่ทำให้เด็กคนหนึ่งหาหนทางของตัวเองเจอนะคะ

ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเธอจะได้เจอกับพวกคุณในซักวัน
ถึงวันนั้น โปรดมอบพลังและกำลังใจให้เธอด้วยนะคะ
ฉันเชื่อว่าเธอจะสามารถไปได้สวยในเส้นทางภาษาจีนแน่นอน

kaino1.1

คนที่แซะ อาจจะแซะเอาขำ แต่บางครั้ง คนเป็นติ่งก็ไม่ขำค่ะ เพราะนั่นอาจจะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่ทำให้เรารู้สึกว่า เรายังมีชีวิต เรายังมีแรงจะสู้กับวันข้างหน้าได้

เพราะงั้น ขอร้องล่ะค่ะ ถ้าจะแซะ เอาแค่พองามค่ะ
อย่าแซะจนเรารู้สึกต่ำต้อย อย่าแซะจนเรารู้สึกผิดที่เลือกผันตัวเองไปเป็น “ติ่ง”

Advertisements

One thought on “เมื่อฉันฟังเรื่องเล่า : การติ่ง ก็ไม่ได้แย่เสมอไปหรอก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s