ทีมล่าม ตามหา 立場 # 2 [END]

ขอขึ้นคำเตือนตัวสีแดง ๆ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

คำเตือน
(อ่านให้จบ)

เอนทรี่นี้เป็นมุมมองจากฝั่งไคโนะล้วน ๆ เพราะงั้นความจริง ความรู้สึกจากอีกฝั่งเป็นเช่นไรไคโนะมิอาจทราบได้ ไม่ได้เขียนเพื่อก่อให้เกิดความขัดแย้ง แต่ไคโนะเขียนเพราะเป็นบันทึกไดอารี่ของไคโนะ … ไคโนะไม่ได้เครียดอะไรกับเรื่องนี้ แต่เขียนไว้ เผื่องานหน้า ๆ อาจจะช่วยประโยชน์ได้บ้าง

ใครที่อคติรอไว้ หรือเตรียมที่จะดราม่าแล้ว กดปิดไปค่ะ อย่าอ่านให้ดราม่าหรือเกลียดในตัวไคโนะไปมากกว่านี้ เพราะทุกวันนี้ก็มีคนเกลียดมากพอแล้วค่ะ

มีอ้างอิงชื่อบุคคล ขออภัยมา ณ. ที่นี้ด้วยนะคะ แต่จะไม่ทำให้เสียหายแน่นอนค่ะ

Ps. พาทนี้ดราม่าล้วน… ไม่ฮาเหมือนพาทที่แล้วค่ะ (โปรดอย่าใส่ใจ และคิดว่าเป็นความผิดของใครค่ะ ทุกอย่างผ่านมาแล้ว นี่เป็นแค่ไดอารี่บันทึกเฉย ๆ ณ.ตอนนี้ ทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องโจ๊กและบทเรียนที่มีประโยชน์แล้ว)

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

พาทที่ 1
พาทที่ 2

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

มันยังคงเป็นวันที่ไคโนะ และโนะคุยและนัดกันเหมือนเดิม เรายังคงนัดกันที่ 7-11 ของคณะศึกษาศาสตร์ โดยวันนี้จะใส่ชุดปี 1 ของมหาลัยหรือคณะก็ได้ และด้วยความที่บักไคไม่มีอะไรเลย งานนี้เลยไปขุดตู้เจ๊มาย และพบชุดเฟรชชี่ ซึ่งมันไซต์ S… (แต่ใส่ได้นะเออ) ก็เลยบอกโนะว่าไม่ต้องเอาชุดมาแล้ว เราได้ชุดแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าโนะเตรียมอะไรไว้ให้เราไว้มั้ย

ขอบคุณมากนะ

เรามาเจอกันที่ศึกษาศาสตร์ ก็เห็นทีมพี่ประสานงานนั่งทานข้าวอยู่ ซึ่งก็ตามระเบียบ บักไคมิสามารถมองเห็นใครได้ในระยะไกล เดินเข้าไปใกล้จึงรู้ว่าเป็นพี่ประสานงานและเพื่อน ๆ … เรากับโนะก็เข้าไปซื้อของใน 7-11 ออกมาอีกที เพื่อนสลายตัว 55555555 พอถามว่าจะไปไหนกัน เพื่อนบอกว่าจะไปรวมตัวกันที่ห้อง ROOM3 (ซึ่ง Room 3 มีอะไรเราก็มิอาจรู้ได้)

หลังจากที่ทุกคนสลายตัว ก็เหลือไคโนะ และโนะ เราก็นั่งกินข้าวกัน เรายังคงคุยเรื่อง JLPT กันเหมือนเดิม เราทั้งคู่ต่างก็บอกกันว่า อยากจะผ่านแล้ว… นั่นแหละ เรายังคงต้องช่วยกันภาวนาต่อไป…

จากนั้นก็เห็นฟ้ากับแต๊กอยู่ใน 7-11 เราพยายามส่งสัญญาณเรียก แต่ทว่าทั้ง 2 คนไม่เห็นเรา และเดินออกจาก 7-11 ไปอีก 1 ประตู เราคลาดกันในที่สุด

แต่เราก็ตามหากันจนเจอที่หน้าลิฟต์ที่เดิม… เราก็ยังอยู่ในสถานภาพตามหาทาจิบะ พวกเรากระวนกระวายมาก เพราะคนญี่ปุ่นยังไม่มา และพี่ประสานงานก็เริ่มโทรศัพท์รัว ๆ… สุดท้าย เราก็พาพี่เขาแว๊นมอไซจากคณะไปที่โรงแรมขวัญมอ เห็นคนญี่ปุ่นกำลังถ่ายภาพกันอยู่ เราก็เข้าไปสวัสดีตอนเช้ากับคณะของคนญี่ปุ่น…

จากนั้นพี่ประสานงานก็พาคนญี่ปุ่นขึ้นรถตู้มาที่คณะ ส่วนเราก็แว๊นมอไซกลับ 55555

มาถึงคณะ คนญี่ปุ่นเดินขึ้นบันไดที่ฝั่งอิล่าม 4 หน่อนั่งอยู่ เราก็เริ่มเกิดอาการเกร็งว่า อ้าว แล้วคนไทยที่เหลือล่ะ? อิล่ามมองหน้ากัน … เอาไงต่อ? แต่ว่า ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ก็เลยทำหน้าที่พาคนญี่ปุ่นไปยังห้องที่จะฟังแล็คเชอร์ของท่านคณบดี ตอนแรกเราก็รู้สึกว่ามีที่ยืนแล้ว จนกระทั่ง พอขึ้นมาชั้น 2 คนญี่ปุ่นเดินจะเข้าห้องเท่านั้นแหละ…. ความล่ามตามหาทาจิบะกลับมาอีกแล้ว

พวกเราหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง ปล่อยให้คนญี่ปุ่นเข้าไปด้านใน ซึ่งในนั้นมีคนไทยรออยู่แล้ว พวกเขากล่าวทักทายกัน และล่าม… พวกเรายิ้มให้กัน และยืนต้อนรับอยู่ที่หน้าประตูห้อง… พวกเรากล่าวคำว่า 「おはようございます」ตลอด จนกระทั้งคนสุดท้ายเข้าไปในห้อง พวกเราจึงตามเข้าไป…

และพบว่าทุกคนมีที่นั่งเรียบร้อยแล้ว… ไคโนะตัดสินใจให้น้องล่ามเข้าไปในห้องก่อน ตัวเองตามเข้าไปทีหลังและปิดประตูให้เรียบร้อย น้องล่ามเกิดอาการเอ๋อ ๆ ว่าจะไปนั่งตรงไหน… โอเค… เราเลือกนั่งมุมซ้ายโต๊ะตัวสุดท้าย พวกเรานั่งเกาะกลุ่มกันอยู่ 4 คน นั่งมองสถานการณ์รอบตัว พี่ประสานงานวิ่งมาหาเราว่าฝากเราถ่ายภาพด้วย เราก็ตอบตกลง ลุกขึ้นไปถ่ายภาพบรรยายกาศให้จนกระทั่งเวลาหนึ่ง เราจึงกลับมานั่งรวมกับน้องล่าม

เพื่อนบ้านฝากกล้องไว้กับเรา ไม่รู้ว่าเพราะเราไม่คิดอะไร หรือเราคิดตื้นเกินไป หรือเราไม่ใส่ใจอะไรเลย เราก็เข้าใจว่าจะให้เราใช้กล้องตัวนี้ถ่าย ก็เลยเปิด ๆ กระเป๋า แล้วเอาออกมาถ่าย… ความ 70D เสียงชัตเตอร์นี่มันไพเราะติดหูจริง ๆ ได้ยินเสียงชัตเตอร์มาตั้งแต่ที่นักศึกษาจาก ม.วาเซดะ (มิยุ) ถือมาแล้ว…มันเป็นเสียงที่เบาแต่ค่อย ๆ ฉีกตัดบรรยากาศ เสียงไพเราะมาก แต่น้ำหนักของตัวกล้องกับเลนส์ก็หนักมากเช่นกัน (ถือวิ่งซักกิโล 2 กิโลกล้ามคงขึ้นเท่าพี่หวังอาค่ะ 55555)…

ความสามารถที่มาพร้อมกับน้ำหนักของมันสินะ…

เราก็กด ๆ ถ่ายไปเรื่อย ๆ … โดนดุนิด ๆ ที่เอาออกมาถ่าย เราก็เลยเอากล้องเก็บลงกระเป๋าเหมือนเดิมอย่างเบามือ (เพราะมันไม่ใช่ของเรา ถึงต้องระวังให้ดี) และกลับมานั่งที่อย่างสงบเสงี่ยม

ท่านคณบดีเข้ามาในห้อง ทุกคนจัดการหาที่นั่งให้ตัวเอง คนญี่ปุ่นนั่งด้านหน้า ส่วนคนไทยที่ไปญี่ปุ่นนั่งถัดมา และปิดท้ายด้วยล่าม… งานนี้ก็รู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่แรกแล้ว พวกเราล่ามก็คุยกันว่ามาสุมกันอยู่ตรงนี้มันจะเป็นอะไรมั้ยนะ แต่นั่นแหละ… พวกเราคิดว่าท่านคณบดีจะบรรยายภาษาอังกฤษล้วน จึงคิดว่าไม่มีอะไร และอีกอย่าง ไม่รู้ด้วยว่าจะไปแทรกอยู่ตรงไหน… ล่ามแต๊ก กับล่ามฟ้าก็นั่งอ่านข้อมูลโรงงานไข่ไก่ญี่ปุ่นกันหน้าเครียดมาก โดยเฉพาะล่ามฟ้า เครียดแรง 55555

ซัพพอร์ตไคกับล่ามโนะก็นั่งเม้ามอย (วรั๊ย~)

พวกเราฟังบรรยายไปเรื่อย ๆ … ไคโนะฟังไม่ออกหรอก แต่ได้ล่ามโนะคอยแปลให้ตลอด จนกระทั่งท่านคณบดีเริ่มที่จะพูดภาษาญี่ปุ่น ไคโนะเริ่มฟังออกค่ะ แต่รังสีเริ่มตามมา เพราะคนไทยส่วนมาก ไม่ใช่เอกภาษาญี่ปุ่น…

พวกเราชาวล่ามก็ยังคงนั่งหน้าตาเฉย แถมยังหัวเราะให้กับมุขตลกของท่านคณบดี เราหัวเราะกันเสียงดังมาก และมีส่วนร่วม ยกไม้ยกมือคุยกับท่านคณบดี … เราคิดว่ามันโอเคสุด ๆ การบรรยายสนุกมาก ฟังไม่เบื่อเลย ตลก… แต่ท่ามกลางความตลกที่อิล่าม 4 หน่อและคนที่ฟังภาษาญี่ปุ่นออกได้รับนั้น มีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไรกัน….

ความเครียดมันเริ่มที่ว่า พี่ประสานงานจู่ ๆ ก็วิ่งไปฝั่งคนไทยที่อยู่ตรงข้ามกับเรา และมีนักศึกษาบอกให้ไคโนะอ่าน inbox ของ Facebook … พอบอกให้อ่านเท่านั้นแหละ จากหน้าเรายิ้ม ๆ นี่นิ่งเลย… เหมือนน้องล่ามจะสัมผัสได้ด้วย เพราะน้องถามเราว่าเกิดอะไรขึ้น ล่ามแต๊กทักแชตมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เราตอบเพียงแค่ว่าไม่มีอะไร (เราโกหก) แต่เราก็แอบบอกโนะ โนะคงจะบอกต่อ ๆ ไป…

พวกเราล่ามเงียบกัน… จนกระทั่งพี่ประสานงานเดินมาหา แล้วค่อย ๆ พูดกับเราว่า มีคนไทยหลายคนที่ฟังไม่รู้เรื่อง ซึ่งพี่เขาก็บอกว่าเป็นความผิดของพี่เขาเอง…

อิล่าม 4 หน่อว่าไงคะ?
สลดกันเป็นแถบจ้าาาาาาาาา
นี่มาเพื่อที่จะช่วยซัพพอร์ตพี่เขา กลายเป็นว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย ไคโนะเลยบอกน้อง ๆ เหมือนที่ใน inbox บอกมา ว่าตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ปล่อยผ่านเท่านั้นแหละ ซึ่งน้องล่ามก็เห็นเหมือนกันว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว… เพราะระหว่างที่ท่านคณบดีแล็คเชอร์อยู่ อิล่ามจะลุก แล้วเดินไปประจำแต่ละโต๊ะมันก็ใช่เรื่อง แถมทุกโต๊ะนั่งได้ 3 คน ถ้าอิล่ามโผล่ไป ก็จะเป็น 4 แล้วคนที่ 4 จะนั่งตรงไหน? ทาจิบะจะให้อยู่ก็ไม่มีอยู่ดี…

สรุป พวกเราก็ปล่อยไป ท่ามกลางความกระวนกระวายที่วิ่งวุ่นในจิตใจ…

ไคโนะก็บอกพี่ประสานงานว่า ไม่ใช่ความผิดของพี่คนเดียวค่ะ ความผิดของพวกหนูด้วย พวกหนูไม่ไปแทรกตามโต๊ะอื่น ๆ เอง ก็ขอโทษพี่เขาไป พยายามบอกพี่เขาว่าไม่เป็นไร คนที่ผิดมากที่สุดถ้ารองลงมาจากพี่ประสานงาน ก็น่าจะเป็นตัวไคโนะเอง เพราะไคโนะเป็นพี่ มีประสบการณ์มาก่อนแล้ว ทำไมไม่จัดแจงน้อง ๆ ให้ไปนั่งประจำโต๊ะ…

ล่ามแต๊กเลยจัดการถามพี่ประสานงานอีกท่านว่าเป็นอะไรยังไง พี่เขาบอกว่า ท่านคณบดีต้องการแบบนี้เอง ไม่ต้องใช้ล่าม แล้วน้องล่ามก็บอกต่อ ๆ กันมา จนมาถึงเรา … เราก็ยิ้ม ๆ แหละ … คือต่อให้มันพลาด ตอนนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วล่ะ ถามว่าตอนนั้นสบายใจขึ้นมั้ย ถ้าในส่วนกับทีมล่าม เราสบายใจ แต่ในส่วนกับทีมคนไทย ยังคงอยากจะบอกว่า “ขอโทษค่ะ”

สรุปว่าไง?
สรุปว่า แลกเชอร์สนุกดีค่ะ มุขตลกดี และอิล่ามก็ไม่ได้ทำอะไรเลย จบไปแบบนั้น ท่านคณบดีก็จบการแล็คเชอร์และเตรียมที่จะบินไปเชียงใหม่ ระหว่างนั้นก็เป็นเวลาพัก เราก็กด ๆ ดู inbox และพบว่าเพื่อนเมทเราที่โรงเรียนฝึกสอน บอกให้ไปรับที่ บขส ซึ่งเราก็งง ๆ ว่า เอ๊า จะรีบกลับทำไม เราเลยบอกเพื่อนเมทไปว่า ตอนนี้อยู่คณะ ช่วยงานพี่ประสานงาน เพื่อนเมทท่าจะตกใจมาก และคงจะโกรธเราด้วยแหละ (สัมผัสได้จากข้อความ) บอกว่า วันนี้มีนัดซ้อมละครเวทีนักเรียนที่จะไปแข่งนะ เราก็งง ๆ ว่า ซ้อมไรวะ นัดตอนไหน….

เพื่อนเมทเลยบอกว่า นัดเมื่อวันศุกร์ เธอก็อยู่ตอนที่นัดกันนะ… เราก็แบบ ห๊ะ? นัดตอนไหน ทำไมไม่รู้เรื่อง!!!!!! (เราเป็นพวกที่ ตื่นเช้าขึ้นมา จะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นราว ๆ 90% เพราะงั้น ยิ่งเป็นเรื่องของวันศุกร์ ยิ่งจะไม่เหลือความทรงจำเลย)

ความที่บักไคจะไปต่อกับทีมล่ามจบลงค่ะ รีบกลับโรงเรียนฝึกสอน แต่กลับตอนนั้นก็ไม่ทันและ แต่ก็ต้องกลับ เลยบอกน้องล่ามว่าอยู่ต่อไม่ได้แล้วนะ ต้องกลับแล้ว … ล่ามแต๊กก็เอาผ้าขนหนูชมพูเทามาให้ (เราตัดเครดิตที่ไทย และให้ส่งไปให้น้องตอนอยู่ญี่ปุ่น) สภาพเราที่กระวนกระวายกับทุกเรื่องเคลียทันที… เราเอาผ้าขนหนูออกมากอด มันนุ่มมาก สีสวยมาก

จากนั้นก็เอาของฝากไปให้คนญี่ปุ่น 4 คนที่นั่งรถคันเดียวกันกับเราในตอนแรก (มิกิ โฮชิ เรียวตะ เอริโกะ) … ของฝากพร้อมจดหมาย เรียบร้อย เนื้อความในจดหมาย เราพยายามเขียนแบบเปิดช่องทาง หาโอกาสให้ทุกคนได้มีโอกาสไปคุยกับทีมล่าม ก็ไม่รู้ว่าได้คุยกันหรือเปล่า เราเขียนไปว่า “ถ้าไม่เข้าใจวิธีใช้ยังไง ให้ถามทีมล่ามทั้ง 3 ได้ ล่ามจะบอกวิธีใช้แปลก ๆ แก่พวกคุณได้ค่ะ” แต่คิดว่าคงไม่น่าจะได้อ่านกัน เพราะเวลาเร่งทั้งนั้น

ไคโนะนั่งฟังการแนะนำมหาวิทยาลัยของ 3 มหาวิทยาลัย (ม.ขอนแก่น ม.東京学芸大学 ม.大阪教育大学) เริสดี ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษ เราก็มีให้โนะแปลให้บ้าง เพราะเราไม่รู้เรื่องเลย ทั้ง 3 มหาลัย เราเคยไปโอซาก้าเคียวอิคุ เพราะเพื่อนเราแลกเปลี่ยนที่นั่น อยากจะมีส่วนร่วมมาก แต่สุดท้ายก็คิดว่า เออ นั่งเงียบ ๆ ตรงนี้ดีกว่า…

จนเมื่อการแนะนำมหาวิทยาลัยจบลง และจะไปทานอาหารเที่ยงกัน ก่อนที่จะไปฟาร์มไก่ไข่ ตอนนั้นเราก็เดินไปหาอาจารย์ฝั่งญี่ปุ่น บอกว่าจะกลับแล้ว ซึ่งอาจารย์ก็รู้ตั้งแต่วันที่ทานข้าวเย็นแล้วว่าเรากลายเป็นนักศึกษาฝึกสอน ต้องกลับโรงเรียน ทั้งท่านคณบดีก็คุยกับเราตอนแล็คเชอร์ด้วย อาจารย์ก็เลยบอกว่ากลับดี ๆ นะ… เราก็บอกลาตรงนั้น เดินออกมาพร้อมกันกับทุกคน และยกอยู่ที่ชั้น 1 ของตึกคณะ

เราเดินไปที่ 7-11 รอประมาณ 5 นาทีเพื่อให้ทุกคนขึ้นรถและออกจากคณะไป เราถึงเดินกลับไปด้านหน้าคณะเพื่อไปเอามอไซ และแว๊นไปจอดที่คอมเพล็กของมหาลัย ขึ้นรถ กลับโรงเรียนฝึกสอน

เรารอรถนานมาก เดินทางไปถึงที่นั่นก็บ่ายสามโมง ทักเพื่อนเมทไปว่าตอนนี้อยู่ไหน เพื่อนบอกว่าจะเลิกซ้อมแล้ว… เราก็รู้สึกผิดแหละ ก็เลยทำความสะอาดบ้านไว้รอ เพราะจะมีนักเรียนมานอนด้วย แต่เพื่อนเมทบอกว่ามีแค่คนเดียว.. เราก็เลยแบบ… อื้อ คนเดียวก็ไม่เป็นไร จะทำความสะอาดไว้ให้…

ระหว่างนั้น เราก็แชตคุยกับทีมล่าม ว่าเป็นไงบ้าง โนะก็รายงานมา สุดท้าย เราถามโนะว่า หาที่ยืนให้ทีมได้หรือยัง ข่าวดีก็คือ ทีมล่ามหาที่ยืนได้แล้ว

โอเค… เราโล่งแล้วล่ะ อย่างน้อยน้องเราก็น่าจะทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่อึดอัดเท่าไร แค่นี้ ในฐานะพี่ ในฐานะซัพพอร์ตเตอร์ก็โอเคแล้ว

หลังจากนั้นวันนั้น เราก็ติดต่อกับทีมล่ามตลอดว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง โอเคมั้ย ยังคงข่าวดีค่ะ ทุกอย่างโอเค ได้ข่าวว่ามีความพีค มีความแฟนตาซีเกิดขึ้น ก็น่าจะโอเคแล้วล่ะค่ะ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

บันทึกการทำงานซัพพอร์ตล่าม 2 วันก็จบลงแค่นี้
ความรู้สึกอาจจะค้าง ๆ คา ๆ แต่ก็ขอจบบันทึกเพียงเท่านี้

ถึงพี่ประสานงาน
ขอบพระคุณที่ให้โอกาสหนูตลอด ขอบพระคุณที่ชวนหนูมาล่ามตลอด ขอโทษที่ทำให้ต้องวิ่งวุ่น ขอโทษที่ต้องทำให้พี่ออกรับแทนตลอด หนูจะจำไว้เป็นบทเรียนค่ะ หนูจะพยายามเรียนรู้จากความผิดพลาด เพื่อที่จะไม่ให้พลาดอีก ขอบพระคุณมาก ๆ ค่ะ เดี๋ยวหนูก็จะเรียนจบแล้ว หวังว่าหนูจะได้เจอพี่ และร่วมงานกับพี่ค่ะ หนูนับถือพี่มากค่ะ น้องล่ามบอกหนูตลอดว่าพี่วิ่งวุ่นมาก… ค่อย ๆ พักนะคะ

ถึงทีมล่าม
ขอบคุณที่กอดคอกันจนถึงวันสุดท้าย เหนื่อยมากใช่มั้ย? ป่วยกันใช่มั้ย? มีเหวี่ยงกันใช่มั้ย? ไม่เป็นไรนะ ณ.เวลานั้นเราเข้าใจว่ามันเป็นยังไง เพราะตอนที่เราล่าม เราก็อึนไปหลายวัน เราโทษตัวเองเยอะด้วยทั้งความสามารถของเรา และการบริหารจัดการของเรา

เราดีใจที่เราได้เป็นซัพพอร์ตให้ทีมนี้ เราเชื่อมาเสมอว่าทีมนี้จะรอด เพราะคนแกร่งทั้งนั้น เห็นมีคนชมถึงการทำงานด้วยนะ ว่าล่ามใช้ได้เลย แล้วก็… ยินดีกับล่ามโนะด้วย จับเงินเยนแล้ว~~~ เราเชื่อว่ามันจะจุดประกายให้ล่ามโนะเยอะเลยล่ะ สู้ ๆ นะ พยายามเข้า โนะพยายาม เราเองก็จะพยายามเหมือนกัน

อีกทั้งเรื่องไร้ที่ยืน ไม่เป็นไรนะ กอดกันไว้ แค่นี้ก็มีที่ยืนแล้ว อีกอย่าง มันเป็นเรื่องสุดวิสัยทั้งนั้น ไม่มีใครผิดหรอก เราแค่มองกันคนละมุม ไม่ต้องไปโกรธอะไรใครนะ เราให้โอกาสทีมล่ามน้อยใจ แต่รีบ ๆ เข้าใจสถานการณ์นะ ล่ามก็แบบนี้แหละ… (แต่ตอนนี้ผ่านมาหลายวันแล้ว คงไม่มีไรแล้วแหละ)

ถึงคุณนาย
เรายังคงต้องกล่าวขอบคุณคุณนายเป็นรอบที่ล้านแปด เราคิดว่าทีมล่ามยังคงต้องขอบคุณคุณนายเช่นกัน เพราะคุณนายช่วยทำให้เรามองภาพรวมทุกอย่างออก ขอบคุณที่มาเล่าให้ฟังในวันนั้นค่ะ ถ้าไม่มีคุณนาย พวกเราคงวุ่นกันเยอะกว่านี้ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ

อีกอย่าง วันนั้นทำไมคุณนายหน้านิ่งมาก เรากลัวมากค่ะ

ถึงเพื่อนเมท
เราไม่รู้ว่าเธอจะโกรธเรามั้ย แต่เราคิดว่าเธอคงโกรธและเอือมในความทรงจำปลาทองของเรา เธอชอบพูดเสมอว่า ถ้าไม่ใช่เรื่องไอดอล ก็ไม่จำ ขอโทษนะ…ขอโทษที่เป็นแบบนี้ แต่เราเป็นแบบนี้จริง ๆ เราก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมเรื่องไอดอล แม้กระทั่งเรื่องที่เล็กที่สุด เราก็ยังจำได้ แต่เรื่องในชีวิตจริง เรื่องสำคัญ ๆ ทั้งนั้น เรากลับจำอะไรไม่ได้เลย

เราได้ฟังเรื่องของเธอจากนักเรียนที่ไปแข่งแล้ว เรารู้สึกโทษตัวเองอยู่เสมอ เรารู้สึกผิดอยู่เสมอ และเราอยากจะขอโทษอยู่เสมอ แต่เราไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะว่ามั้ย… เราห่างกันเรื่อย ๆ นะ ตอนนี้แทบจะห่างกันสุด ๆ แล้วล่ะ….

ก็ไม่รู้ว่าจะขอโทษยังไง แต่ก็อยากจะขอโทษอยู่ดี วันนั้นวุ่นมากใช่มั้ย ขอโทษนะ…

ถึงเพื่อนบ้าน
เรายังคงเป็นอิพี่ที่ทำตัวเหมือนน้องตลอดใช่มั้ย… นั่นแหละ ขอโทษนะที่ไม่ได้ให้เห็นมุมที่เป็นผู้ใหญ่ของเรา เห็นแต่มุมต๊อง ๆ ทั้งนั้นเลย เอือมมากใช่มั้ยอ่ะ แต่ก็แบบ…นะ…เราคงไม่ยอมให้เพื่อนบ้านเห็นมุมผู้ใหญ่ของเราหรอก รับมือกับเราที่เป็นเด็กต๊อง ๆ แบบนั้นแหละ ดีแล้ว…ซักวันคงจะถึงขั้นที่เราเช็ดน้ำมูกกับแขนเสื้อเธออ่ะ 555555555555555555555 (ถ้าจะติ๊งต๊องเป็นน้องขนาดนั้น)

ขอบคุณสำหรับเอกสาร ทีมล่ามของเรายังคงขอบคุณเสมอ เอกสารมีประโยชน์มาก แถมคำศัพท์ในเอกสารยังโผล่มาในข้อสอบ JLPT N1 ด้วยนะ! เราตอบได้ตั้ง 1 ข้อแหนะ!

เอกสารอย่าลืมเช็คนะว่ามีอะไรหายไปมั้ย แต่เราคิดว่าไม่มีหรอก เพราะเราเช็คหลายรอบแล้ว

ขอโทษเรื่องกล้องที่เอาออกมาถ่ายตามอำเภอใจ แต่อยากจะบอกว่า เสียงชัตเตอร์มันเพราะจริง ๆ นะ อีกอย่าง กับทีมล่าม ไม่ต้องเครียดอะไรนะ พวกเราคุยกันและโอเคกันแล้ว ไม่มีใครจะเหวี่ยงอะไรแล้วล่ะ ใจเย็น ๆ นะ อย่าเครียดนะ อย่าเพิ่งเหวี่ยงอะไรนะ

ถึงไคโนะ
เรายังคงศรัทธาในตัวของไคโนะ และความขี้เผือกอยู่เสมอ แต่ไคโนะต้องจัดการตัวเองให้ดีกว่านี้ ไคโนะควรจะมีออแกไนซ์เซอร์ซักเล่มนะเราว่า จะได้รู้ว่าตารางชนไม่ชนยังไง ไม่ใช่รับงานไปทั่วแล้วตารางชนกันอิลุงตุงนังจนต้องไปลำบากคนอื่น ๆ แบบนี้ เพื่อนเมทเธอลำบากมากนะ รู้มั้ย…

เรื่องล่ามเราเข้าใจว่าไคโนะอยากจะเป็นมาก แต่ไคโนะต้องแบ่งแยกความอยากส่วนตัวและความรับผิดชอบส่วนรวมให้ออกนะ ตอนนี้ไคโนะเป็นนักศึกษาฝึกสอน ไคโนะต้องช่วยงานโรงเรียนนะ พยายามจดจำอะไรหน่อย พยายามอ่านบรรยากาศรอบตัวหน่อย พยายามอ่านสีหน้าและวาจาของคนอื่นหน่อย ไม่ใช่ว่าจะซื่อจนทำอะไรเซ่อร์ซ่าไปซะหมด

ไคโนะโตแล้ว 24 ปีแล้ว จัดการตัวเองให้ได้ก่อนเรียนจบนะ เราเป็นห่วงเธอมากนะรู้มั้ย เธอชอบสติแตกและรีแอคชั่นโอเว่อร์มากเวลาที่มีเรื่องถูกใจ (โดยเฉพาะเรื่องไอดอล) เธอต้องท่องไว้นะว่า มันไม่ได้ดีเสมอไป ไม่ใช่ทุกคนจะชอบรีแอคชั่นหรือความติ่งของเธอเสมอไป มีคนหมั่นไส้เธออยู่รอบทิศ หัดสังเกตบ้าง

สู้ ๆ นะไคโนะ
เธอจะต้องปรับตัวได้แน่ เธอเก่งอยู่แล้ว เพียงแค่เธอกดความเก่งของตัวเองลง เพราะกลัวที่จะแตกต่างจากคนอื่น แต่ตอนนี้ก็แตกต่างมาเยอะแล้วล่ะ จะกลัวอะไรอีกล่ะ …

สู้ ๆ นะ ฉันเชียร์อยู่
เก็บชั่วโมงบินล่ามให้เยอะ ๆ แล้วไปล่ามให้พี่หวังกัน!

ถึงทุกคนที่อ่านซีรี่ส์ ทีมล่าม ตามหา 立場
ขอบคุณที่ติดตามซีรี่ส์นี้นะคะ
พาท 2 อารมณ์คนละเรื่องกับพาทแรกใช่มั้ยคะ? นั่นแหละ ก็ตามนั้น … ไม่ต้องไปคิดอะไรมากนะคะ นี่เป็นเพียงแค่ไดอารี่ที่เล่าเรื่องในอดีต มันเป็นอดีตค่ะ ตอนนี้เราก็คุยกันจนเคลียไปหลายเรื่องแล้ว นี่แค่บันทึกไว้ เผื่อมันจะช่วยประโยชน์อะไรได้บ้างในอนาคตเท่านั้น

ไม่ต้องไปใส่ใจมันมากนะคะ อ่านเอาอรรถรส และความรู้
เรียนรู้จากความผิดพลาดก็พอค่ะ

ที่เหลือ… เราเคลียกันแล้ว

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

kaino1.1

พี่หวังเคยให้สัมภาษณ์ว่า
“เพื่อนน่ะ จะไม่พูดว่าร้าย ทั้งต่อหน้า และลับหลัง นั่นแหละ เพื่อน”

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s