เมื่อฉันเป็นซัพพอร์ตล่าม

งานนี้ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นล่ามได้มั้งคะ เพราะไคโนะอยู่ไม่ถึงส่วนที่จะได้ล่ามจริง ๆ เลยขอเปลี่ยนเอนทรี่เป็น “เมื่อฉันเป็นซัพพอร์ตล่าม” จะดีกว่า งานนี้เป็นซีซั่นที่ 3 ของเอนทรี่นี้ค่ะ “เมื่อฉันเป็นล่าม # 1” เราล่ามในโครงการเดียวกัน แต่ปีนี้ไคโนะฝึกสอน ไม่สะดวกมารับงานล่าม ไม่สามารถลาโรงเรียนได้ รุ่นน้องเลยรับแทนค่ะ

ทีมล่าม 3 คนค่ะ เท่ากับไคโนะในรอบนั้น ด้วยความที่เราจะต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด
งานนี้เราเลยดีลงานกัน 4 คน (ไคโนะ 1 และน้องล่าม 3)

เริ่มแรกก็ฟัง ๆ เรื่องนี้มาจากรุ่นน้องอีกคนก่อนแหละ ว่าจะมีคนญี่ปุ่นมา เราก็ถาม ๆ ไปว่ามีอะไรบ้าง ยังไง เผื่อไปได้ (แต่ก็รู้แหละว่าไปไม่ได้) รุ่นน้องก็บอกว่าตัวเองไปดูสถานที่เองเลย กับอาจารย์ฝั่งญี่ปุ่น และพี่ทีมงานที่ไทย ตอนนั้นเราก็เออ ออ ไม่คิดอะไร

จนใกล้วันศุกร์ ล่ามทั้ง 3 เริ่มทักมาถามว่าควรเตรียมตัวอย่างไร อะไรยังไงดี เราก็แนะนำไปว่าควรเตรียมตัวอะไรยังไงบ้างเพื่อไม่ให้ล่ามตาย แต่ล่ามล็อตนี้แกร่งค่ะ หัวกระทิของชั้นปีทั้งนั้น อีกทั้งภาษาอังกฤษได้ ไคโนะไม่ค่อยห่วง แต่ยังไงก็แอบห่วงตรงที่ว่า จะไปโรงฆ่าสัตว์และฟาร์มไก่ไข่กัน… ศัพท์เฉพาะเอาไง?

ยังดีที่ดีลกับรุ่นน้องที่เคยไปได้ น้องเลยให้เอกสารมาทั้งชุดว่าไปทำอะไรบ้างที่ญี่ปุ่น ประจวบกับมันเหมือนจ๊อกซอวที่ลงล็อคพอดี เพราะเรื่องที่ฝั่งไทยไปศึกษาที่ญี่ปุ่นกับเรื่องที่ฝั่งญี่ปุ่นจะมาศึกษาฝั่งไทยนั้นเรื่องเดียวกัน เพราะงั้นคำศัพท์น่าจะพอลิสออกมาจากเอกสารชุดนี้ได้ เลยขอยืมเอกสารมาจากน้อง

พอกลับมาที่คณะก็รวมหัวทีมล่าม เอาเอกสารที่ได้มาไปถ่ายเอกสาร แบ่งกันคนละหน้า 2 หน้าลิสคำศัพท์และแปลความหมายออกมา แล้วไปท่อง ไปจำกัน

สิ่งที่อยากจะแนะนำสำหรับการเตรียมข้อมูล เตรียมตัวก็คือ
1. ไปศึกษาว่าจะได้ไปที่ไหน จะช่วยให้ตีกรอบคำศัพท์ได้ อีกทั้ง ถ้าข้าง ๆ ตัวมีบุคคลที่เคยไปมาก่อน หรือไปดูสถานที่มาก่อน แนะนำว่า ไปถามข้อมูลมาค่ะ เข้าไปถามดี ๆ ไปขอเขาดี ๆ เผื่อจะได้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์มาบ้าง จะได้ไม่งมเข็มในมหาสมุทร อย่างงานนี้ ได้คนที่ไปดูสถานที่มาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง ช่วยให้ตีกรอบคำศัพท์ได้เยอะมากค่ะ รู้ว่าจะเข้าไปตรงไหน จะเข้าไปโซนไหน (ถึงคนเล่าประสบการณ์จะหน้าง่วง ๆ เหมือนจะเหวี่ยงก็เถอะ 555555)

2. ทีมล่ามที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง อย่าเกี่ยงกันทำงานค่ะ มีเอกสารอยู่ในมือแล้ว ให้ช่วยกันกระจายงาน อย่ากระจุกงานให้ใครรับผิดชอบคนใดคนหนึ่ง ช่วยกันหาข้อมูลต่าง ๆ นานาที่พอจะเกิดประโยชน์ได้ ในเมื่อขึ้นชื่อว่า “ทีม” …

เริ่มเป็น “ทีม” ก็ต้องจบลงอย่างเป็น “ทีม”

3. เมื่อรู้สถานที่แล้วว่าจะไปไหน ให้ไปศึกษา Home Page ของสถานที่นั้น (ถ้ามี) เข้าไปอ่านประวัติ ค้นเว็บทุกอย่างค่ะ จะได้รู้โครงสร้าง และพอจะเอามาแปล หรือหาคำศัพท์เตรียมไว้ได้ งานนี้ทีมล่ามก็ทำค่ะ ไคโนะให้น้อง ๆ ไปค้นเว็บไซต์ของสถานที่ และนั่งอ่านว่าที่ตรงนั้น ทำอะไร ยังไง

4. ศึกษาเป็นภาษาญี่ปุ่น อันนี้เห็นทีมล่ามทำค่ะ เป็นสิ่งที่ดีนะ ไคโนะลืมคิดถึงข้อนี้ไปเลย นั่นคือค้นสถานที่ของญี่ปุ่น เช่น… ครั้งนี้จะไปฟาร์มไก่ไข่ ก็ลองอ่านโฮมเพจฟาร์มไก่ไข่ของประเทศญี่ปุ่นดู ว่ามีระบบแบบไหน ยังไง อาจจะมีส่วนคล้าย ๆ กันบ้าง ก็ช่วยได้บ้างค่ะ… หรือถ้าไปโรงฆ่าสัตว์ ก็ลองอ่านเว็บไซต์ของโรงฆ่าสัตว์ของญี่ปุ่นดู ว่าเขามีระบบยังไง แล้วเอามาเทียบกับของไทยที่ที่เราจะไปว่ามีส่วนไหนคล้ายคลึงกันบ้าง

อย่างทีมล่ามศึกษาจากฟาร์มนี้ค่ะ

http://www.cocofarm.co.jp/factory/

เข้าล็อคตรงที่ว่า ฟาร์มที่อ่าน กับฟาร์มที่ไป เป็นต้นแบบของกันและกันค่ะ 5555555 เพราะงั้น งานนี้แจ็คพอต

5. เอกสาร อันนี้ก็เห็นน้องล่ามทำ คือจัดการทำเอกสารของสถานที่นั้น ๆ แจก… ง่าย ๆ คือเอาประวัติของสถานที่นั้นมาแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วแจกค่ะ จะช่วยให้เราพูดน้อยลง เพราะทุกคนมีเอกสารอยู่แล้ว (อันนี้ได้แนวคิดมาจากที่ฝั่งญี่ปุ่นมีเอกสารให้)

6. คำศัพท์ตรงไม่รู้ ใช้คำศัพท์อ้อมแทน คาดว่าเจอกันทุกปี ถ้าไม่รู้คำศัพท์ตรง ๆ แนะนำว่าให้ใช้การอธิบายเอาค่ะ ยังไงก็นึกกันออก

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

สำหรับเรื่องเตรียมตัวล่าม ไคโนะเขียนได้เท่านั้นค่ะ เพราะไม่ได้อยู่ช่วงที่ล่าม
เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไว้วันศุกร์นี้จะไปสัมภาษณ์ทีมล่าม แล้วจะเอามาเขียนเป็นสกู๊ปอีกรอบ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

ส่วนเรื่องที่จะฮันเซในส่วนของตัวเองวันนี้นั้น
เนื่องจากมีการบรรยายเกี่ยวกับการศึกษาจากคณบดี คณะศึกษาศาสตร์ค่ะ และพวกเราก็เข้าฟังด้วย และด้วยความที่พวกเราทีมล่ามไม่สนิทกับใครเลย จะแทรกเข้าไปตรงไหนก็หาจังหวะไม่ได้ เพราะทุกคนสนิทกันไปหมด ไม่มีใครแนะนำเราให้เขารู้จัก และไม่มีใครแนะนำเขาให้เรารู้จัก หากพวกเราจะแทรกเข้าไปก็กลัวจะกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ที่จู่ ๆ ก็โผล่หน้าเข้ามากลางวง…

ทำให้พวกเราแยกตัวออกมานั่งกันแต่ทีมล่าม พวกเราก็เข้าใจว่าท่านคณบดีจะบรรยายเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าการนั่งเกาะกลุ่มจะทำให้พวกเรารู้สึกโอเค แต่เปล่าเลยค่ะ งานนี้มีภาษาญี่ปุ่นเข้ามาร่วมด้วย

ความพลาดในครั้งนี้เกิดขึ้นทันทีค่ะ ทีมล่ามเรา 4 คนฟังออกก็ไม่มีปัญหา หัวเราะไปกับคำพูดของท่านคณบดี… แต่นักศึกษาคนไทยอื่น ๆ นั้น ฟังไม่ออกเลยค่ะ และเราก็นึกไม่ถึงจุดนั้น เราก็ฟังบรรยายของท่านคณบดีอย่างสบายใจเฉิบในขณะที่คนไทยที่เหลือคือนั่งงง!

เราทีมล่ามไม่กระจายตัวค่ะ พวกเราคิดกันสั้นไป การนั่งเกาะกลุ่มมันดีตรงที่พวกเราอุ่นใจ แต่กลายเป็นว่า จะมีล่ามไว้ทำไม ถ้าในเมื่อพวกคุณนั่งเกาะกลุ่มกัน ไม่ได้กระจายตัวแทรกตามกลุ่มต่าง ๆ เพื่อสแตนบายรอ เผื่อจะมีช่วงให้ล่าม กว่าจะรู้ตัวการบรรยายก็จะจบแล้ว ช่วยอะไรไม่ได้เลยค่ะ ก็ปล่อยไป ไว้เป็นบทเรียน ครั้งหน้าถ้ามีอีกจะได้ปรับปรุงให้ดีกว่านี้

อันนี้ยอมรับว่าพลาดและพร้อมจะฮันเซตัวเอง
จะปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเป็นครั้งที่ 2
เอนทรี่หน้า จะเล่าถึงการตามหา “จุดยืน” ของล่ามค่ะ
(ไม่ใช่เอนทรี่ทางการค่ะ เป็นเอนทรี่เม้ามอย)

kaino1.1

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s