เมื่อเราจะตายที่ยิม

หลายคนคงรู้ว่าตอนนี้เราหันมาเอาดีด้านการออกกำลังกายที่ยิม แต่อนิจจา ยิมก็อยู่ห่างไกลเราเหลือเกิน เราก็เลยต้องพยายามเก็บชั่วโมงบินกับยิมของมหาวิทยาลัย ซึ่งก็จะมามหาวิทยาลัยอาทิตย์ละแค่ 1 ครั้ง เราจึงกระหน่ำเล่นยิมมาก แรก ๆ ก็ดีนะ ตอนนี้น้ำหนักลงไป 14 กิโลแล้ว แต่หลัง ๆ เริ่มออกอาการจะตายเสียให้ได้ เพราะเราเล่นหนักขึ้นกว่าเดิมมาก

มาดูตารางของเราก่อน (เราจะอยู่ในยิม 1ชม 30 นาที)
เราจะกลับมหาวิทยาลัยมาเย็นวันพฤหัส ถึงมหาลัย ก็ราว ๆ 6โมงเย็น บึ่งรถไปยิม
เช้าวันศุกร์ ไปยิม 1ชม 30 นาที จากนั้นไปปรึกษาวิจัยกับอาจารย์สาขา
เช้าวันเสาร์ ไปยิม 1ชม 30 นาที จากนั้นไปนั่งแก้วิจัยที่ร้านกาแฟ สั่งแค่ลาเต้ไม่ใส่น้ำตาลอะไรทั้งนั้น มีแค่นมกับกาแฟเพียวๆ
เช้าวันอาทิตย์ ไปยิม 1ชม 30 นาที กลับมาอาบน้ำที่หอ และกลับโรงเรียนที่เราฝึกสอน

นี่คือตารางปกติของเรา แต่ชีวิตเราเริ่มไม่ปกติเมื่อทางโรงเรียนเริ่มมีการแข่งขันต่าง ๆ นานาเข้ามา และเราต้องซ้อมเด็กนักเรียน (ซึ่งเราจะไม่ขอพูดอะไรนอกเหนือไปจากนี้) ทำให้เราต้องปรับตารางการเข้ายิมของเรา เพื่อคงสภาพ 4 ครั้งต่อ 1 สัปดาห์ให้ได้ หรือเอาให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้

อย่างครั้งแรกที่เรารู้สึกว่าเรากำลังจะตายคือนัดนักเรียนซ้อมวันเสาร์ เราก็ตั้งแผนไว้แล้วว่าจะกลับเช้าวันเสาร์ วันพฤหัสไปยิมแล้ว 1 ครั้ง เพื่อให้ใกล้เคียงกับ 4 ครั้งมากที่สุด เราตัดสินใจไปยิมวันศุกร์ 2 ครั้ง นั่นคือเช้ากับเย็น

ตอนเช้าเราไม่มีปัญหา เราเวท เราอะไรได้เหมือนเดิมทุกครั้ง แต่มันดันไปมีปัญหาตอนเย็น แรก ๆ เราก็ทำอะไรดี ๆ นะ มันมาตายตอนที่เวท เรารู้สึกหัวใจเราเต้นแรง เรายกคานเหล็กของ Smith Machine ไม่ขึ้น ทั้ง ๆ ที่เมื่อเช้าเรายกได้ เรี่ยวแรงหายหมดเลย หายใจไม่ทันด้วย พอลุกขึ้นนั่งก็เป็นโลกหมุน ๆ ท้องก็หมุน ๆ พร้อมจะอ๊วกออกมาได้ตลอดเวลา

เราเลยตัดสินใจหยุด ทั้ง ๆ ที่เหลือเวลาอีก 20 นาที…
เราพยายามดื่มน้ำ ก็ดื่มไม่ลง เราเลยเดินเข้าห้องน้ำของยิม ไปยืนอยู่หน้าอ่างล้างมือ ตั้งสติ แต่หัวใจเราก็ยังเต้นเร็วอยู่ เหมือนคนที่วิ่งหนัก ๆ อ่ะ เหงื่อเยอะมาก รู้ว่าอาการเป็นลมแน่ ๆ เลย… เออ เหลืออีก 20 นาทีช่างแมร่ง พอแล้วค่ะ จะตายเอา

เลยหนีไปนั่งตากแอร์เย็น ๆ อยู่ตรงล็อบบี้
สติสตังเริ่มมา ก็เลยบิดมอไซกลับหอ นอน… ตื่นเป็นพัก ๆ เพื่ออ่านไลน์ =.=” แล้วนักเรียนยกเลิกนัด โอ้โหหหหหห โลกนี้แมร่งแฟนตาซีมากค่ะ แบบนี้ก็ได้เหรอออออ แล้วอินี่ที่เฉียดตายเพื่อคงสภาพรอบการออกกำลังกายของตัวเองคืออัลไรรรรรรรรรรรร

———————————————-

จะตายครั้งที่ 2
สด ๆ ร้อน ๆ
เนื่องจากวันนี้เรามีรับรองแขก และเราไม่ได้กินข้าวเช้า (เรื่องข้าวเช้าเราพลาดเอง เราว่าถ้าเราซื้อขนมปังไว้ตั้งแต่เย็นเมื่อวาน ก็จะได้กินข้าวเช้า แต่อินี่ลืมไง =.=”) แล้วไปนิเทศ น้ำ อะไรรองท้องก็ไม่ได้กิน กินรวดเดียวคือตอนเที่ยง แต่…. อนิจจา ดวงคนมันจะซวย ตอนเที่ยงกินข้าวไม่ลง เพราะมันไม่ได้กินมาตั้งแต่เช้า แล้วกินเที่ยงเข้าไปเราปวดท้องมาก ประจำเดือนก็มาวันที่ 2 (วันพีคสุด) ปวดท้อง ไม่รู้ว่าอันไหนปวดประจำเดือน อันไหนปวดท้องไม่ได้กินข้าว รู้แค่ว่าปวด ก็เลยกินเท่าที่กินได้ (ครึ่งจานแค่นั้น) แล้วก็วิ่งไปตามหากล้องตัวเอง แล้วหิ้วกล้องไปถ่ายภาพ

ไม่มีอะไรลงถึงท้องจนกระทั่งนั่งรถตู้มหาลัยกลับมาพร้อมอาจารย์ ตอนนั้นก็มีแค่น้ำที่ถึงท้อง รีบเข้าหอ โยนทุกอย่างเข้าห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้า ไปยิม เพราะกำหนดรอบนี้เราต้องกลับโรงเรียนวันเสาร์ ตารางเข้ายิมเรารวน เลยต้องเข้ายิมวันพฤหัส และวันศุกร์ 2 ครั้ง (กลางวันของวันศุกร์เข้าหาอาจารย์)

นี่รู้นะว่าตัวเองไม่ได้กินอะไรนอกจากน้ำ แต่ก็แบบ… มันไม่ได้ไง รอบเข้ายิมมันจะไม่ครบ

ถึงยิมปุ๊บ โดดใส่ลู่วิ่ง ตั้งไว้ที่ 5.6 เดินอยู่อย่างนั้น 15 นาที แล้วดันความเร็วไปที่ 6.5 วิ่งได้ 5 นาทีเท่านั้นแหละค่ะ จู่ ๆ ตะคริวกิน มันเป็นก้อน ๆ ขึ้นมาตรงขาเลยอ่ะ แล้วคิดดูว่าความเร็วที่ 6.5 กับอาการตะคริว ห่ามาก หน้าแทบจะทิ่มอ่ะ กดปุ่มฉุกเฉินหยุดเครื่องแทบไม่ทัน

เกาะที่พักแขนเลยค่ะ แล้วอยู่นิ่ง ๆ ตะคริวก็หายนะ แต่พอเริ่มก้าวเดินใหม่ มันก็มาอีก โอ๊ยยยย ชีวิต ตอนนั้นนิ้วเริ่มชาแล้ว รู้เลยว่าเพราะไม่มีไรตกถึงท้องแน่ ๆ เลยเลิกวิ่ง แล้วหันไปกินน้ำครึ่งขวด กระโดดขึ้นจักรยานต์ ความหนืดอยู่ที่ 8 ปั่นไป 15 นาที จู่ ๆ นิ้วเท้าเราบิด…. =.=” อนาทชีวิต เราก็หยุดปั่น แล้วมือก็ชา เหงื่อก็ออก

ห่ามากกกกค่าาาาาาาาา ยังไม่ถึง 1 ชมเลย T_T
เลยพักแปปนึง แล้วไปปั่นจักรยานต์ต่อ ลดความหนืดลง ก็ปั่นจนครบ 30 นาทีอาค่ะ (เกือบตาย)

จากนั้นก็ไปที่ Iron Smith
จัดน้ำหนัก 20kg. 100ครั้ง และ 30kg. อีก 100ครั้ง รวม 200 ครั้ง
ชาไปทั้งตัว แทบจะคลานออกจากเครื่อง สติสตังตอนนั้นแทบจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว ก็ยืนพัก กับดื่มน้ำแปปนึง วิ่งลงมาข้างล่าง ไปที่ Smith Machine

จัดการเวทแขนก่อน พอได้นอนราบมันเริ่มโอเคขึ้น ก็จัดไปค่ะ เอาน้ำหนักของคานเหล็กของ Smith Machine นั่นแหละ 3 เซ็ตแรก (เซ็ตละ 5 ครั้ง) โอเคนะ พอเข้าเซ็ตที่ 4 … มือสั่น 5555555 ควายมากกกกกกกกกกกก ยกเหล็กไม่ได้ 55555 มือสั่นแบบคนหิวข้าวเลยอ่ะ

เลยแบบ เออค่ะ เดี๋ยวขอสควอซกับเหล็ก 5 กิโลแปปนะคะ พี่จะไปกินข้าวค่ะ
เลยตัดสินใจสควอซ… สควอสกับเหล็ก 5 กิโลได้ 20 ครั้งเท่านั้นแหละค่ะ แบกเหล็กไม่ไหวแล้วค่ะ ลงไปนั่งได้ แต่ลุกไม่ได้ค่ะ หัวใจเต้นเร็วมาก มือสั่นแบบ อีกนิดตรูต้องตายแน่นอนค่ะ พอ ๆๆๆๆๆ เก็บกระเป๋า นั่งล็อบบี้ บิดรถกลับหอจ้าาาาา

อื้อหืออออออ ทวิตบอกน้องสาขาว่าหิวข้าวจะตายอยู่แล้ว นี่ก็พยายามดื่มน้ำเข้าไปเยอะ ๆ จัดการตัวเองให้เสร็จ แล้ววิ่งไปกินข้าว

ตอนนี้โอเคและ รอดตายและ

———————————————-

ถามว่าทำไมเราถึงบ้าระห่ำถึงขนาดนี้ ก็อย่างที่บอกว่าเรามีความสุขมากตอนที่เราอยู่ที่ยิม สมองเราโล่งมาก เพราะชีวิตตอนนี้เราเครียดแบบสุด ๆ เราอยากระบายความเครียด เราจึงไปที่ยิม ให้น้ำหนักของเหล็ก ให้ความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อคลายเครียดให้เรา มันเหมือนเราเสพติดไปแล้ว ทุกอาทิตย์ถ้าไม่ได้เข้ายิมเราจะกระวนกระวายอารมณ์เสียมาก เหมือนไม่ได้เอาความเครียดออก

แต่จากการจะตายคายิม 2 รอบนี้… คิดว่าเราคงทำเหมือนเดิมอ่ะ T_T เราลดมาได้ขนาดนี้ ถ้าจะหยุดเพราะกิจกรรมแล้วกลับมาอ้วนเหมือนเดิม เราไม่ยอมอ่ะ เราลงทุนไปเยอะมากแล้วอ่ะ ไปยิมไม่ใช่ว่าไม่เสียเงิน เสียมันทุกอย่าง แล้วจะกลับไปเป็นแบบเดิม…. สูญเปล่ามาก… ไม่เอาอ่ะ ไม่ยอม….

คิดว่าต่อจากนี้คงต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม ต้องกินข้าวก่อนไปยิม ต้องดื่มน้ำในแต่ละวันให้เยอะ ตอนนี้รู้ลิมิตยิมตัวเองว่าอยู่ที่ 1ชม 30 นาที … จะค่อย ๆ เพิ่ม… จะไม่พรวดพราด 3ชั่วโมง… ตายห่ากันพอดี

ไว้มีอะไรคืบหน้าจะมาอัพเดทต่อนะคะ แต่ตอนนี้เราผอมลงเยอะแล้วอ่ะ รักตัวเองตอนนี้มาก จะไม่ปล่อยตัวเองตอนนี้ไปเด็ดขาด

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s