ชีวิตที่ผ่านมา 23 ปี

เข้าวันที่ 2 ของเดือนตุลาคม เดือนเกิด… อีกไม่นานก็จะแก่ขึ้นอีก 1 ปีแล้ว พอนึกถึงอายุที่จะมากขึ้นแล้วก็ใจหาย ซักวันมันจะต้องหลุดออกจากเลขหลัก 2 และเข้าสู่เลขหลัก 3 หลัก 4 ถ้าโชคดีก็จะไปที่ 5,6,7~ ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะตายไป…

อยากจะหยุดอยู่แค่ 21 ปี กำลังพอดี ไม่อยากจะมากไป หรือน้อยไปกว่านี้ แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นไปไม่ได้ ยังไงก็ต้องเพิ่มมากขึ้น และเสี่ยงตายมากขึ้น

ตั้งแต่เด็กแล้วที่เราไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนเลย เราเฝ้าภาวนาตลอดว่าอยากจะออกจากบ้านแล้ว อยากจะไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองแล้ว เราเรียนใกล้บ้านตั้งแต่อนุบาลถึง ม.6 … ย้ายไปต่างถิ่นครั้งแรกคือตอนที่เข้ามหาลัย…

ปี 1 – 2 – 3 เทอมที่ 1 → เราอยู่หอพัก 8 หลัง ห้อง 221 ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นหอที่ไฮโซที่สุดตอนนั้น และแพงที่สุดที่อยู่ภายในมหาวิทยาลัย เรามีเมทคนแรก ห้องเราดีมาก หน้าห้องเป็นเร้าเตอร์อินเตอร์เน็ต เป็นที่ซักผ้า ที่กดน้ำ ทุกอย่างดีหมด

จนเมื่อเข้าปี 3 เทอม 2 มีการย้ายอีกครั้งที่ 2 คือเราย้ายของกลับบ้านเตรียมไปญี่ปุ่น ค้นพบว่าของเราเยอะมาก ๆ ตอนไปญี่ปุ่นก็เอาไปแค่ 29 กิโล หอที่ญี่ปุ่นเราเหรอ…ก็ดีนะ ไม่ได้ขาดตรงบกพร่องอะไร ห้องน้ำในตัว ครัวก็มีอุปกรณ์ให้

ดร๊อปเรียนไป 1 ปี ตอนแรกคิดว่าจะช้าไป 1 ปี แต่เราดันเจอช่วงที่ปรับเปลี่ยนเปิดเทอมของมหาวิทยาลัย ทำให้ช้าไปอีก 6 เดือน สรุป… รุ่นเราที่ไปญี่ปุ่นเป็นรุ่นที่เรียนช้า 1 ปี 6 เดือน…

ย้ายบ้านครั้งที่ 3 คือการย้ายจากหอที่ญี่ปุ่น ไปหอเพื่อน ของค่อย ๆ ย้าย… ของเยอะมาก ประมาณ 70 กิโลได้ จากนั้นก็ส่งกลับไทย บอกลาเพื่อนที่มิเอะ มุ่งสู่โทชิงิ (ย้ายบ้านครั้งที่ 4) เพราะเราต้องออกจากมหาลัยมิเอะ แต่เรายังไม่ยอมกลับประเทศ สิทธิ์ที่จะอยู่หอของมหาวิทยาลัยก็ไม่มีแล้ว ก็เลยต้องหาพักกับคนรู้จัก ย้ายมาที่โทชิงิ เราทำงานร้านเหล้า ทุกคืนเราเจอชีวิตกลางคืนของคนที่นี่ เราทำงานอยู่หลังบาร์ ได้มองดูคนต่าง ๆ เราโตขึ้นเยอะ ตอนนั้นยอมรับว่าเหมือนชีวิตก้าวเข้าสู่โลกมืดเลย เรานอนตอนเช้า แล้วตื่นทำงานชงเหล้า ที่บาร์ในตอนกลางคืน เราทำอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์เห็นจะได้ จากนั้นเกิดการย้ายครั้งที่ 5 ย้ายไปอยู่กับเพื่อนที่โทโกได 2 คืน (มั้งนะ ถ้าจำไม่ผิด) แล้วก็ย้ายครั้งที่ 6 ไปที่มะจิดะ ที่นี่เราตื่นตะลึงมาก เพราะหลังจากที่นั่งรถไฟตัดผ่านแมกไม้ เราก็เจอมะจิดะ มันเหมือนเป็นเมืองกลางป่าเลย

ที่นี่ทันสมัยมาก เราชอบมาก ที่นี่ถิ่นไฮโซมาก แต่ไม่เท่าย่านกินซ่า หรือโอโมเตะซังโด แต่ก็ถือว่าไฮโซในระดับหนึ่ง เราพักที่โรงแรมดีในระดับหนึ่ง ห้องกว้าง เตียงใหญ่ มีอุปกรณ์ทุกอย่างครบ

ย้ายครั้งสุดท้ายที่อยู่ญี่ปุ่น (ย้ายครั้งที่ 7) ย้ายไปที่โรงแรมแคปซูลที่นาริตะ แบกกระเป๋า 32 กิโลแบบนั้นแหละ กลับมาไทย เราเข้าพักที่นาซ่าเวกัส (ย้ายครั้งที่ 8) อยู่ทั้งหมด 10 คืน ค่าโรงแรมครึ่งหมื่น… ตอนนั้นเรากลัวคำว่าโฮสเทล ก็เลยยอมพักที่แพง ๆ แต่ของเราปลอดภัย

ย้ายครั้งที่ 9 เราย้ายเข้าหออินเตอร์ แต่ตอนนั้นยังไม่มีห้องเป็นของตัวเอง ไปพักกับรุ่นน้องที่ห้อง A302 พบของเราที่ส่งจากญี่ปุ่นมาอยู่ห้องนี้ มันเยอะมาก!! อยู่กับรุ่นน้องประมาณ 2 เดือน ก็หาห้องให้ตัวเองได้ ก็ย้ายครั้งที่ 10 จากห้อง A302 ไปที่ห้อง A505

A505 – Wora Inter

เราอยู่ที่นั่นตั้งแต่เริ่มเรียน ปี 3 เทอม 2 ยันจบปี 4 ห้อง A505 ของเราเป็นห้องที่ดีมาก หออินเตอร์เป็นหอที่แพงที่สุดในตอนนี้ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นหอเดียวที่มีลิฟต์ เราอยู่คนเดียว เพราะเราต้องการความเป็นส่วนตัว อินเตอร์เน็ตสาย LAN เร็วสุด ๆ ดาวโหลดอะไรไม่เคยเกิน 10 นาที … Wifi ห้องอื่นใช้ไม่ได้ แต่ห้องเราใช้ได้ตามปกติ เป็นโชคดีมาก ๆ

ตอนที่เราจะย้ายไปฝึกสอน เราอาลัยอาวรห้องนี้มาก เราแทบอยากจะจองหอทิ้งไว้ ไม่อยากจะให้ใครมาอยู่ แต่สุดท้าย ก็นะ… ปล่อยไป เสียเงิน 3หมื่นกว่าบาทเพื่อจองห้องทิ้งไว้ เหมือนเป็นคนหวงของเลย

ตอนฝึกสอน ย้ายสัมโนครัวครั้งใหญ่ ย้ายครั้งที่ 10 ขนของกลับบ้านทั้งหมด แพคของทั้งนิตยสารต่าง ๆ ที่ซื้อจากญี่ปุ่น มานั่งดูแล้วก็นึกย้อนกลับไป ซื้อมาทำไมวะ ทิ้งเงินไปกี่หมื่นบาท ซื้อมาก็หวีดอยู่ครั้งเดียว… เราเริ่มที่จะลืมตาตื่น…..

ย้ายครั้งที่ 11 คือการย้ายมาฝึกสอนที่หนองคาย ของเราเริ่มน้อยลง เราเริ่มที่จะรู้จักคำว่าตัดใจ และทิ้งของไป เพราะเอาไปด้วยก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร มาที่นี่ เราคิดว่าเราจะไม่ย้ายไปไหนอีกแล้วจนกว่าจะฝึกสอนจบ หอที่นี่ดีมาก ถูกมาก ถูกจนไม่รู้จะถูกได้กว่านี้อีกไหม … 2 ชั้น ห้องนอน 1 ห้องนอน แอร์ 2 ตัว เครื่องทำน้ำอุ่น กว้างขวาง มีเครื่องซักผ้า มีทุกอย่างให้ ในราคาไม่ถึง 2,500 บาท… แล้วหาร 2….

1 เดือนเราเสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก ที่นี่อยู่ใจกลางเมือง อยากจะได้อะไรก็ได้ มี STARBUCKS ให้วิ่งเก็บการ์ดลายใหม่ ๆ มีร้านหนังสือใหญ่ ๆ หลายร้าน มีร้านกาแฟให้แวะเข้าแวะออกทำงานเยอะแยะ…

ที่นี่ดี…ที่นี่ดีมาก…

แต่ก็นะ… เพราะมีบางอย่างเกิดขึ้น… เราจึง…

มีการย้ายครั้งที่ 12 ที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เราจะย้ายจากหนองคาย กลับเข้าขอนแก่น แต่เราจะยังเข้าห้องเราไม่ได้ เพราะเพื่อนยังไม่ย้ายออก แต่เพื่อนอนุญาตให้เราเอาของไปวางไว้ในห้องได้ เราเริ่มเก็บของ ของที่ไม่จำเป็นจริง ๆ หรือมันไม่ได้ใช้ เราตัดสินใจทิ้งทั้งหมด เหมือนกระสวยอวกาศที่ค่อย ๆ สลัดชิ้นส่วนออกไป เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า ของตอนนี้เราน้อยมาก… น้อยกว่าตอนที่มาที่นี่มาก

ระหว่างที่เราไม่มีที่อยู่ เราจำเป็นต้องวิ่งหาที่อยู่

ต่อไปนี้เป็นแผนการในอนาคตที่จะเกิดในระยะเวลาอันใกล้นี้

ย้ายครั้งที่ 13 : 3-7 ตุลาคม → อยู่กับเพื่อนที่ ม.ขอนแก่น
ย้ายครั้งที่ 14 : 8-11 ตุลาคม → อยู่แถวเทอมินอล 21
ย้ายครั้งที่ 15 : 11-13 ตุลาคม → งามวงศ์วาน
ย้ายครั้งที่ 16 : 13-15 ตุลาคม → พระโขนง
ย้ายครั้งที่ 17 : 15-16 ตุลาคม → กลับมาที่เทอมินอล 21
ย้ายครั้งที่ 18 : 17 ตุลาคม → กลับเข้าหอตัวเองที่โรงเรียนใหม่ที่จะไปฝึกสอน

ชีวิตมันก็แค่นี้จริง ๆ เนอะ ย้ายไปย้ายมา ของก็ต้องสลัดออกเรื่อย ๆ การย้ายบ่อย ๆ แบบนี้ทำให้เราเข้าใจแล้วว่า สุดท้ายแล้ว สิ่งที่จำเป็นและทำให้เราไม่ลำบากจริง ๆ ก็มีแค่เสื้อผ้าเท่านั้น ควรจะหอบหิ้วไปแค่เสื้อผ้า เครื่องสำอาง พวกครีมบำรุงเท่านั้น… เท่านั้นจริง ๆ

หลังจากนี้จะมีการย้ายครั้งที่ 19-20-21~ เป็นแน่ แต่จะเป็นตอนไหนก็ยังไม่รู้ จะย้ายไปไหนก็ยังไม่รู้ จะเอาอะไรไปด้วย และจะทิ้งอะไรก็ยังไม่รู้ แต่จากการย้ายมาสิบกว่าครั้ง ก็สอนอะไรเราเยอะแล้วล่ะ

ขอบคุณนะ

ในเดือนนี้ก็จะแก่ขึ้นอีกแล้ว ไว้ตอนนั้นจะมาอัพเดทอีกนะ
บ่นวันนี้ไม่มีอะไรเลย ไม่หรอก แค่อยากจะทำบันทึกการย้ายบ้านของตัวเองไว้น่ะ

แล้วก็ ตั้งแต่เริ่มฝึกสอนมา นี่คือการเดินทางของเรา

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

01 พฤษภาคม ขาดสอบ ไปงานศพพ่อตัวเอง
0X พฤษภาคม บินด่วนกลับมาสอบที่มหาลัย
14 พฤษภาคม ย้ายมาหนองคาย
24 พฤษภาคม สอบที่คณะ กลับในวันนั้น
26 พฤษภาคม เดินทางกลับคณะ
27 พฤษภาคม พิธีกรงานเลี้ยงอำลาอาจารย์สาขา
29 พฤษภาคม เดินทางกลับหนองคาย

03 มิถุนายน เลิกโรงเรียน ตรงไปอุดรทันที
04 มิถุนายน ไปงาน JSeries 2016 กลับภายในคืนนั้น
09 มิถุนายน กลับขอนแก่น
10 มิถุนายน เข้าคณะ เรื่องวิจัย
(11 มิถุนายน ส่งกระแสจิตไปแก้บนบัตร JSeries 2016 นั่งเฝ้าหวังอยู่อิมแพควันที่ 1
12 มิถุนายน ส่งกระแสจิตไปแก้บนบัตร JSeries 2016 นั่งเฝ้าหวังอยู่อิมแพควันที่ 2)
12 มิถุนายน กลับหนองคาย
18 มิถุนายน บินไป กทม สแกนดัล
19 มิถุนายน บินกลับอุดร ไฟท์เช้าสุด
25 มิถุนายน ส่งเอกสารทุน OBEC

02 กรกฏาคม บินไปสอบ JLPT
03 กรกฏาคม สอบ JLPT ที่จุฬา
04 กรกฏาคม บินกลับอุดร แล้วเข้าหนองคาย
07 กรกฎาคม ไปขอนแก่น
08 กรกฎาคม เข้าคณะ
30 กรกฎาคม บินไปกทม
31 กรกฎาคม บินกลับอุดร (ไทยสมาย ครั้งแรก)

19 สิงหาคม กลับบ้าน งานศพตาตัวเอง
20 สิงหาคม กลับมาหนองคาย
25 สิงหาคม เซ็นรับทุน OBEC (สละสิทธิ์)
26 สิงหาคม เข้า กทม
27 สิงหาคม ส่งแม่กลับไต้หวัน แล้วก็ไปพัทยาต่อ
28 สิงหาคม กลับหนองคาย

03 ตุลาคม ย้ายกลับขอนแก่น
04 ตุลาคม ไปโรงเรียนที่จะฝึกสอน
07 ตุลาคม เข้าคณะ ตอนดึกเข้ากทม
17 ตุลาคม ย้ายไปโรงเรียนฝึกสอน

เยอะเนอะ
เยอะจริง ๆ
เหนื่อยแล้วล่ะ…
ย้ายจนเหนื่อยแล้ว

จากนี้จะย้ายอีกที ก็ขอต่างประเทศเถอะค่ะ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

kaino1.1

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s