เมื่อฉันไปสอบทุนบรรจุครู – สุดท้ายแล้ว…

สวัสดีค่ะ
ไคโนะค่ะ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

สารบัญ

  1. เมื่อฉันไปสอบทุนบรรจุครู – ไปสอบทำไม
  2. เมื่อฉันไปสอบทุนบรรจุครู – สัมภาษณ์
  3. เมื่อฉันไปสอบทุนบรรจุครู – ประกาศผล
  4. เมื่อฉันไปสอบทุนบรรจุครู – เอาไงต่อกับชีวิต
  5. เมื่อฉันไปสอบทุนบรรจุครู – สุดท้ายแล้ว…

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

คำเตือน…มันเป็นการตัดสินใจไปแล้วค่ะ หลังจากนี้ย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว ปล่อยวางก่อนอ่านนะคะ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

มันเป็นเวลาราว ๆ ตี 2 ที่ออกจากหนองคายมุ่งหน้าสู่ราชฎัชมหาสารคาม โดยเราตัดรถไปกับรถของเพื่อน เราถึงที่ราชภัฎตอน 6 โมงเช้า กินข้าว กินอะไรเสร็จ แม่โทรมาบอกพอดีว่าถึงแล้ว ก็เดินไปหาแม่ที่ตึก 7 คณะครุศาสตร์

เจอลูกพี่ลูกน้อง เจอเพื่อนที่พาพ่อกับแม่มาเซ็นทุนเป็นผู้ค้ำประกัน และเราก็เจอแม่ ตอนแรกเราโทรหาแม่ โทรหาลูกพี่ลูกน้อง แต่ไม่มีใครรับสายเลย เราก็เลยแบบ โอเค ฉันไม่ซีเรียสอะไรทั้งนั้น เพราะถ้าไม่มา ฉันก็แค่สละทุน แค่นั้นเอง

แต่ตอนนี้ก็เจอแม่แล้ว เราก็มูฟกันไปที่ชั้น 3 แล้วย้ายลงมาที่ชั้น 2

เข้าห้องประชุม โดยที่ลูกพี่ลูกน้องไม่ยอมเข้าไปด้วย…
เรากับแม่นั่งโต๊ะติดขอบ ก็มีพี่ ๆ มาบอกรายละเอียดทุน บอกที่มาว่าภาษาที่ 3 เริ่มมีความสำคัญ อยากจะได้คนเก่ง ๆ มาเป็นครู และเราก็อ่านรายละเอียด คราวนี้เกิดปัญหาขึ้นกับเรา เพราะแม่เราแต่งงานกับคนต่างชาติ ต้องพาคู่สมรสมาเซ็นยินยอมด้วย แม่ก็พยายามบอกว่าคู่สมรสมาไม่ได้ ทางทุนก็บอกว่า เซ็นให้ไม่ได้ ไม่งั้นก็ต้องให้ข้าราชการระดับสูง หรือญาติ ๆ มาเซ็นค้ำให้

เราก็เริ่มถามแม่แล้วว่าจะเอายังไง ป๊ามาไม่ได้นิ สละทุนมั้ย?
พี่ที่ดำเนินการเรื่องทุนบอกเลยว่า หนูจะสละทุนเพราะเรื่องหาคนเซ็นค้ำไม่ได้เนี่ยนะ…

แม่ก็เลยจัดการโทรหาน้าที่เป็นพยาบาล ว่าจะให้มาเซ็นค้ำให้ พี่ที่ดำเนินการเรื่องทุนก็ไปคุยกับนิติกรให้ แต่นิติกรก็ยังยืนกรานว่า จะให้แม่เซ็นคนเดียวไม่ได้ แล้วแม่ก็โทรหาน้าที่เป็นพยาบาลไม่ติด เราเลยบอกแม่ว่า ให้เวลาถึงเที่ยง ถ้ายังไม่มีใครรับสาย เราจะสละทุนกัน

พี่ที่ดำเนินการเรื่องทุนเลยบอกว่า หนูจะใช้เวลามาตัดสินเรื่องสละทุนไม่ได้ คนที่จะสละทุนมันขึ้นอยู่กับหนูไม่ใช่ขึ้นอยู่กับเวลา

เราก็นิ่ง ๆ น้ำตาจะไหลอยู่แล้ว

แม่ก็ถามว่าเอาไง พี่ที่ดำเนินการเรื่องทุนก็พยายามอธิบาย แถมตบท้ายว่า “พี่รู้ว่าหนูไม่อยากจะเป็น” เราเลยถามว่า พี่รู้ได้ยังไงคะ พี่เขาเลยบอกว่า “พี่อยากจะได้หนูนะ หนูเก่ง หนูคะแนนสูงมาก แต่ตอนที่สัมภาษณ์ พี่แอบจับได้ว่าหนูไม่ได้อยากจะเป็นเลย แต่ที่พี่ให้หนูได้ทุนเพราะอะไร เพราะหนูตอบทุกคำถามได้ ต่อให้พี่รู้ว่าหนูไม่อยากจะเป็น แต่คะแนนหนูมันสูงแบบนั้น พี่ก็ต้องให้หนู”

เราก็มองหน้าแม่ แล้วบอกว่า หนูให้เวลาถึงเที่ยง

พี่ที่ดำเนินการเรื่องทุนก็เลยหันไปหาแม่ แล้วบอกว่า “น้องเขาไม่เอาแล้วล่ะค่ะ”

แม่พยายามห้ามเรามากอ่ะ แต่เรานี่แบบ ใจไปแล้ว ใจออกนอกห้องไปแล้ว ยิ่งเรามองไปรอบ ๆ ทุกคนหน้าตายิ้มแย้ม ดีใจที่จะได้เป็นครูบรรจุ เรายิ่งหดหู่ใจกับตัวเองเพราะเราดันได้ทุน เราเคยโพสในทวิตขอโทษทุกคนที่มาสอบทุนนี้แล้วไม่ได้ แล้วเราดันได้… ถ้าเปลี่ยนกันได้ เราก็อยากจะเปลี่ยน อยากจะให้คนที่อยากจะเป็นครูได้ทุนนี้ อยากจะเอาทุนนี้ให้เพื่อน…

เราเลยตัดสินใจถามพี่เขาไปว่า ถ้าหนูสละสิทธิ์จะมีคนมาแทนหนูไหมคะ?

พี่เขาก็บอกว่า ก็จะเรียกตัวสำรองอันดับ 2 ขึ้นมาแทน

(เราเป็นรุ่นสุดท้าย เพราะงั้นโอกาสที่จะมีคนสละสิทธิ์มันน้อยมาก)

แล้วดูท่าแม่ก็ไม่ยอมอีก พี่เขาก็เลยเล่าเรื่องของคนที่บ้านตัวเองให้ฟัง ว่าอาการเดียวกับเราเลย ไม่อยากจะเป็น ต่อให้พูดว่าเป็นครูมั่นคงแค่ไหน ก็อาการเดียวกันกับเรา

เราเลยบอกแม่ว่า เอางี้ หนูจะเป็นให้แม่ แต่ใช้ทุนหมดเมื่อไรหนูจะลาออก
พี่เขาก็เลยบอกว่า งั้นหนูอย่าเลย พี่อยากได้คนที่จะอยู่จนเกษียร…
เราเลยบอกว่า พี่…หนูไม่อยู่จนเกษียรแน่ ๆ

จนตอนนั้นแม่เลยยอม แม่บอกว่า เอาที่อยากจะทำเลย (ไม่รู้ว่าประชดไหม)

เราเลยมองพี่เขา แล้วบอกว่า พี่คะ หนูขอโทษนะคะ หนูขอโทษที่พี่เลือกหนูแล้วหนูไม่เอา จากนั้นเราก็หันหัวเอกสารทั้งหมดกลับไปให้พี่เขา แล้วถามว่าออกจากห้องได้เลยไหมคะ พี่เขาบอกว่า ออกได้เลย แล้วก็อวยพรให้เราไปได้สวยในสิ่งที่เราต้องการ

เราก็โค้งให้พี่เขา โค้งขอบคุณพี่ ๆ ทุกคน มองไปที่เพื่อน เพื่อนมองมาที่เราทั้งหมด เราโบกมือให้เพื่อน เรายิ้มให้เพื่อน แต่น้ำตาเราจะไหลแล้วแหละ ถามว่าเสียใจมั้ย ก็เสียใจนะ เหมือนเราทิ้งอนาคตอันสดใสในสายงานราชการไป ทุกคนแย่งกันจะเป็นครู อยากจะบรรจุทั้งนั้น แต่อีกทาง เราก็ต้องตัดสินใจให้ขาดล่ะ เราไม่ได้อยากจะเป็นครูมาตั้งแต่ปี 1 แล้ว เราพูดทุกครั้งว่าเราจะไม่เป็นครู หรือถ้าจะเป็น เราก็อยากจะเป็นครูมหาลัย

แต่ที่เรียนศึกษาศาสตร์ เพราะเราสอบคณะมนุษย์ไม่ติด… เห็นว่าเป็นศึกษาญี่ปุ่น ก็ญี่ปุ่นเหมือนกัน ก็เลยแบบ… เออ ญี่ปุ่นนี่แหละ แล้วพยายามเรียนเองให้เก่งเท่าที่มนุษย์เขาเรียนกัน…เราถือความคิดแบบนี้มาตลอดตั้งแต่ปี 1 ยัน ณ.วินาทีนี้

แค่ไปสอบทุน เราก็ถลำไปเยอะแล้ว เราควรจะตัดวงจรนี้ แล้ววิ่งตามเสียงหัวใจของตัวเองได้แล้ว เราวิ่งตามเสียงหัวใจของคนอื่นมาเยอะแล้ว

เราก็เลยตัดสินใจสละทุน…

เดินออกจากห้อง… เดินมาหาลูกพี่ลูกน้องที่นั่งรอ แล้วเดินไปขึ้นรถ…

ระหว่างนั้นน้าที่เป็นพยาบาลแชตมาหาแม่น่าจะถามประมาณว่ามีอะไร
แม่ก็เลยบอกว่าเราสละทุนแล้ว ช้าไปแล้ว
แล้วประโยคที่ตอบกลับมาคือ “เลือกมากมักได้แร่” …….

น่าจะคิดว่าเราไม่อ่านมั้ง แต่เราอ่าน… เราก็เลยคิดว่า โอเค… やってみせるよ!

หนทางข้างหน้าเรารู้ว่าเราจะลำบากมากกว่านี้แน่นอน ลำบากกว่าเพื่อนที่รับเลือกทุนแน่นอน เพราะเพื่อนเหมือนมีงานทำแน่ ๆ แล้ว ไม่ต้องวิ่งหางานไปตลอดแล้ว และการแข่งขันเราจะเยอะแน่นอน แต่เพราะเราได้เลือกแล้ว เราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เราเลือก ถามว่าเราร้องไห้ไหม เราร้องไห้ เราเสียใจที่เป็นอย่างที่แม่อยากจะให้เป็นไม่ได้ แม่ก็หวังดีแหละ กลัวว่าเราจะลำบาก แก่ไปจะไม่มีเงินบำเน็จบำนาญให้ได้ใช้ เวลาป่วยจะไม่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลฟรี มีลูกกลัวจะต้องเสียค่าเทอมแพง… แต่เราก็คิดว่า ขอให้เราได้เป็นตัวเราเถอะ คนที่จะอยู่กับอาชีพนั้นไปจนแก่ตายก็คือตัวเรา เราจะต้องกัดฟันอยู่กับสิ่งที่เราไม่ชอบงั้นเหรอ? หรือว่าอยู่ไปนาน ๆ มันจะเกิดความด้านชา? ถึงตอนนั้นสงสารประเทศ…สงสารประเทศที่ได้คนที่ไม่อยากจะเป็นครูมาเป็นครู สงสารประเทศที่จะต้องรับคนเช้าชามเย็นชามมาเป็นข้าราชการ เพียงเพราะเห็นว่าข้าราชการมันมั่งคง สงสารเด็ก 20-30 กว่ารุ่นที่จะต้องมาเรียนกับอิครูคนนี้ คนที่ไม่ได้มีจิตวิญญาณการสอนในหัวใจ…

ทุกวันนี้ข้อความมือถือ ข้อความแชตต่าง ๆ ยังคงดัง มือถือก็ดัง ญาติโทรมาเยอะมากว่าสละทุนทำไม…กลับไปเอาทุนคืนได้มั้ย?
ตอบไม่ได้หรอก…ก็รู้แหละว่าหวังดี ข้าราชการมั่นคง ไม่มีใครมาไล่ออก ถ้าไม่ทำอะไรหนักหนาสาหัส แต่คือ… เราไม่เอาแล้ว… เราไม่อยากเป็น เหตุผลเรามีแค่นี้แหละ สิ้นคิดใช่มั้ยล่ะ

ล่าสุดบอกมาว่า “ความฝันมันกินไม่ได้”
อื้อหือ นอกจากจะไม่ให้กำลังใจแล้วยังจะมากัดกร่อนกำลังใจกันอีก…

ไปปรึกษาอาจารย์ อาจารย์ก็บอกว่าทำไมไม่โทรมาหาอาจารย์ เราก็เลยยิ้ม ๆ แล้วบอกว่า ขอโทษนะคะ หนูไม่อยากจะเป็นจริง ๆ

ตอนนี้แยกเป็น 2 ฝั่ง
ไปถามฝั่งที่ 1 มักจะมีคำถามแบบ สละทำไม
พอวิ่งไปถามอีกฝั่ง กลับบอกว่า ดีใจด้วยนะ เชื่อว่าอนาคตจะสดใส…

แล้วฉันอยู่ตรงกลางควรจะทำยังไง?

อารมณ์เราตอนนี้เหมือนเป็นตึกสูง สูงมาก สร้างใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ แต่เสือกพังลงมาทั้งหมด แล้วยังไม่มีใครมาเก็บซากหรือก่ออิฐสร้างใหม่…อารมณ์เราตอนนี้เลย แต่เราเชื่อว่ามันจะดีขึ้น ไม่มีใครมาเก็บซาก หรือไม่มีใครมาสร้างใหม่ เราก็จะเก็บซากและสร้างใหม่เองนี่แหละ…

… เราจะพยายาม เราจะลบล้างคำสบประมาทต่าง ๆ นานาให้หมด เราจะทำให้เห็นว่าเราโอเคกับเส้นทางที่เราเลือก

ต่อจากนี้ถ้าลำบาก เราจะร้องไห้ เราจะร้องไห้ดัง ๆ
จะร้องไห้ให้เห็นด้วยซ้ำ
แต่เราจะไม่ยอมแพ้ จะไม่ยอมแพ้อะไรทั้งนั้น
戻れない?いやーただ戻らないだけ。
ไม่สามารถกลับไปได้? ไม่หรอก…ก็แค่ไม่กลับไป…

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

และนี่ก็คือตอนจบสำหรับซีรี่ส์นี้ค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงตอนจบนะคะ
ขอโทษสำหรับทุก ๆ คนที่อยากจะให้เราเป็น
ขอโทษจริง ๆ ค่ะ

ดีใจกับเพื่อน ๆ ที่ได้ทุนอย่างที่หวัง เราเชื่อว่าพวกเธอจะเป็นครูที่ดีได้ ดีกว่าเราแน่นอน
วิถีของล่าม หรือเรื่องลำบากอื่น ๆ ที่จะตามมา เดี๋ยวเราจะประสบกับมันแทนพวกเธอเอง

ขอโทษเพื่อนที่พลาดทุน แล้วเราดันได้ทุน ขอโทษที่แย่งที่นั่งนะ ขอโทษจริง ๆ ตอนนี้ฉันคืนที่นั่งให้แล้ว

kaino1.1

ปล. ในห้องนั้นมีแม่เพื่อนที่เป็นข้าราชการระดับสูง แม่เพื่อนบอกว่า ถ้ารู้ว่าเรามีปัญหาไม่มีคนเซ็นค้ำให้ได้ แม่เพื่อนจะเซ็นให้ตอนนั้นเลย แต่เพราะแม่เพื่อนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เลยไม่ได้เอะใจ…. ขอบคุณที่พยายามจะช่วยหนูจนวินาทีสุดท้ายนะคะ แต่ขอโทษจริง ๆ ค่ะ หนูเลือกแล้ว…

 

Advertisements

2 thoughts on “เมื่อฉันไปสอบทุนบรรจุครู – สุดท้ายแล้ว…

  1. นี่อยู่ฝั่งดีใจที่สละทุนนะ คนเป็นครู ควรเป็นด้วย passion จริงๆ เราไปทำอาชีพที่เรามีความสุขเถอะ

    Like

  2. ต่อจากนี้ถ้าจะผิดหวังจากอะไรก็ตาม ให้เราคิดว่าเราเลือกเองตัดสินใจเอง ดีกว่าโทษว่าเราไม่ได้เลือก ตอนนี้พี่ทำงานที่ญี่ปุน สมัครมาเอง เค้ารับก็มาทิ้งทุกอย่างที่เคยคืดว่ามั่นคงมา และจะไม่เสียใจและโทษอะไรเพราะเราเลือกเอง

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s