[Report] เมื่อฉันจะไป SCANDAL TOUR 2016「YELLOW」in Bangkok – หลังจบงาน

ไม่ได้เขียนรีพอร์ตคอนอะไรพวกนี้มานานมาก ตั้งแต่ EXILE Saitama Super Arena 2014 ตอนนี้ก็ผ่านมา 2 ปีกว่าได้แล้วมั้ง จากนั้นก็เห็นมี Live ฝั่งญี่ปุ่นมาไทยก็เยอะอยู่ ยกตัวอย่างเช่น ONE OK ROCK แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยความที่เป็นนักศึกษา และ Live ไม่ตรงกับเสาร์-อาทิตย์ซักที ก็เลยชวดไปตามระเบียบ…

แต่วันนี้ค่ะ!!!! พระเจ้าได้มองเห็นความพยายาม และความต้องการที่จะดู Live ของไคโนะแล้ว พระเจ้าบรรดาลให้ SCANDAL TOUR 2016 「YELLOW」in Bangkok ตรงกับวันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน 2016!!!!! อ๊าคคคคคคค วันเสาร์อ่าาาา ไปได้!!!! (ได้จริงมั้ย ไม่รู้ เพราะตอนนั้นก็ฝึกสอนอยู่หนองคาย!!!! แต่ก็หวังไว้ก่อนว่าจะไปได้…. ← โอ้ ชีวิต…)

ก็เลยจะมาเริ่มเขียน Report ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งวันงานเลยแล้วกันค่ะ
เริ่มแรก ตาม Step มากันที่ สารบัญก่อน

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

[Report] เมื่อฉันจะไป SCANDAL TOUR 2016「YELLOW」in Bangkok – ประกาศ TOUR
[Report] เมื่อฉันจะไป SCANDAL TOUR 2016「YELLOW」in Bangkok – ตามล่าหาตั๋วเครื่องบิน
[Report] เมื่อฉันจะไป SCANDAL TOUR 2016「YELLOW」in Bangkok – ตามล่าตั๋วคอนเสิร์ต
[Report] เมื่อฉันจะไป SCANDAL TOUR 2016「YELLOW」in Bangkok – เดินทาง
[Report] เมื่อฉันจะไป SCANDAL TOUR 2016「YELLOW」in Bangkok – หน้างาน
[Report] เมื่อฉันจะไป SCANDAL TOUR 2016「YELLOW」in Bangkok – SCANDAL TOUR 2016
[Report] เมื่อฉันจะไป SCANDAL TOUR 2016「YELLOW」in Bangkok – หลังจบงาน
[Report] เมื่อฉันจะไป SCANDAL TOUR 2016「YELLOW」in Bangkok – 13hrs in Airport
[Report] เมื่อฉันจะไป SCANDAL TOUR 2016「YELLOW」in Bangkok – เดินทางกลับ
[Report] เมื่อฉันจะไป SCANDAL TOUR 2016「YELLOW」in Bangkok – Epilogue

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

จบงาน อันดับแรก เราวิ่งเข้าห้องน้ำก่อนเลยค่ะ หลังจากที่ไม่อยากจะออกไปเข้าห้องน้ำระหว่าง Live…จากนั้นก็เดินหาร้านอาหารกันว่าจะไปตรงไหน เจ๊พีชมีนัดทำให้ไปกับพวกเราไม่ได้ เลยแยกกันตรงนั้นเลย เรากับเพื่อนก็เดินเข้าร้านชาบูชิ…

ไม่ได้หิวหรอก แต่ไปกินเอาบรรยากาศ ไปนั่งคุยกัน ตอนนั้นก็สามทุ่มแล้วด้วย มีเวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที เราก็ค่อย ๆ กินกัน เราก็คุยกัน คุยตามประสานั่นแหละ เราถามเพื่อนเราหลายเรื่องเกี่ยวกับชีวิตการทำงาน เพื่อนก็ยังบอกเหมือนเดิมว่า เป็นนักศึกษาน่ะดีแล้ว ในมุมมองของเราก็ยังคงคิดอยู่เสมอว่า ดีตรงไหนหว่า อยากทำงาน อยากหาเงินเร็ว ๆ ทุกวันนี้อยากได้อะไรก็ซื้อไม่ได้เพราะไม่มีเงิน ยังไม่มีงาน

จากนั้นก็คุยกันเรื่องล่าม…เพื่อนรู้ว่าเราอยากจะทำล่ามวงการบันเทิง อยากจะล่ามให้ศิลปิน…ไม่ใช่ว่าอยากจะใกล้ชิด แต่อยากจะเป็นสื่อระหว่างศิลปินและแฟนคลับ ตอนที่อยู่ใน Live ที่เราได้ล่ามให้เจ๊พีชกับเพื่อนฟัง เรามีความสุขมาก และเราก็รู้ว่ามันยากมาก… เราพูดไปก็นั่งเขี่ยเนื้อเบค่อนไป เราบ่นกับเพื่อนว่าทำยังไงดี จะหาช่องทางเข้าไปยังไงดี…

เพื่อนบอกเราแค่ว่า อย่ากดดันตัวเอง… เราบอกเพื่อนว่า ถ้าให้เราแปลญี่ปุ่นเป็นไทย เราโอเค แต่ถ้าจะล่ามแบบนี้ ก็ต้องได้ภาษาอังกฤษด้วย แต่อังกฤษเราได้แบบเบสิคมากอ่ะ ยิ่งเห็นพี่ล่ามอากิแปลแล้วแบบ…ต้องเก่งขนาดไหนอ่ะ… คือภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นของเรายังไม่ถึงขั้นธุรกิจอ่ะ ถึงญี่ปุ่นจะได้ N2 มา แต่เรารู้สึกว่าพอจะมาใช้จริงมันคนละเรื่องอ่ะ…

เพื่อนก็บอกว่าเรากดดันตัวเอง…

Wang

เราเปิดภาพหวังให้เพื่อนดู… เราบอกเพื่อนว่า ทุกครั้งที่เหนื่อย เราจะดูภาพนี้… ภาพแผลที่มือหวัง.. เราบอกเพื่อนว่า “แกคิดดูดิ เรามีแค่เรียน ๆๆๆๆ เราไม่ได้เสี่ยงขนาดจะมีแผลแบบนี้ เราพยายามน้อยกว่าหวังอีก ไม่ได้ครึ่งของหวังเลยด้วยซ้ำ” เพื่อนก็บอกมาว่า “หวังกับเรามันคนละคนกัน อย่าเทียบกันดิ…” เราพยายามจะไม่เปรียบเทียบตัวเราแล้วนะ แต่แบบ… พอเห็นทีไรแล้วก็แบบ… ทั้ง ๆ ที่เราสบายกว่าแท้ ๆ เวลาเยอะกว่าแท้ ๆ จะนั่งอ่านหนังสือภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นทั้งวันก็สามารถทำได้แท้ ๆ แต่ว่า…ทำไมถึงเก่งกว่าหรือเทียบเท่าไม่ได้…

เรารู้ว่าคนเรามันไม่เหมือนกัน โอกาส การไขว่คว้ามันไม่เหมือนกัน…แต่ทุกครั้ง ก็รู้สึกเหมือนเดิมว่าไม่อยากจะแพ้… เราต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ (負けず嫌い)

จากนั้นก็เลยถามเพื่อนไปว่า “เสียใจมั้ยที่เรียนพยาบาล…” เพื่อนตอบเราสั้น ๆ ว่า “ไม่เสียใจหรอก มันทำเงินให้ฉันนิ…” แล้วเราก็ไม่พูดอะไร แต่เพื่อนบอกเราว่า อิจฉาเรา เราได้เรียนมหาวิทยาลัย มีอิสระในการเรียนภาษา ในขณะที่เพื่อนเรียนแค่วิทยาลัย วิชาเสรีมันจำกัด มันชื่อว่า “เสรี” ก็จริง แต่สุดท้ายก็ “บังคับเลือก”…

ตอนนั้นเรารู้ว่าโอกาสของเราดีกว่า แต่เราก็ยังรู้สึกด้อยอยู่ดี หลังจากนั้นก็คุยธุรกิจกัน…คุยว่า ถ้าใช้เงินอย่างปัจจุบันแบบนี้ งานประจำไม่รอดแน่ ๆ ต้องมีงานอื่นข้างนอก จะทำอะไรกันดี… พอได้ยินเพื่อนวางโปรเจคแล้วก็รู้สึกแบบ…อ่าาาาา เพื่อนเราโตขึ้นแล้วจริง ๆ สมแล้วที่เป็นวัยทำงาน ส่วนเรา… ก็สมแล้ว ที่ยังเป็นวัยของนักศึกษา…

จนเมื่อจะออกจากร้าน จู่ ๆ เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมา 5 ปีก็เดินเข้ามาทัก ว่าเราใช่ “เรา” มั้ย เราก็งง ๆ ว่าใคร เพราะเพื่อนสวยขึ้นมาก จนสุดท้ายคุยไปคุยมา จำได้… ตอนนี้เพื่อนก็ได้อิ้งไป เราก็เริ่มอิจฉาอีกและ… (ทำไมขี้อิจฉาแบบนี้) แต่ก็ฟังเรื่องราวชีวิตหลังเรียนจบของเพื่อน… มันก็สนุกดี พวกเขาก็พยายามในแบบฉบับของพวกเขาดี… เรานั่งคุยกันราว ๆ ชั่วโมงครึ่ง เพื่อนก็เดินไปส่งเราขึ้นรถแทกซี่เพื่อที่จะไปสนามบิน…

เราต้องไปนอนสนามบิน…

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

kaino1.1

NEXT : – no data –

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s