เพราะได้ลอง จึงได้รู้

ถ้าใครเคยอ่านบล็อค “เมื่อฉันออกจาก Comfort Zone” คงจะรู้ดีว่าตอนนี้ไคโนะกำลังปรับตัวเองใหม่ อยู่ในช่วงอยากรู้อยากลองไปหมด ทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนก็ทำ เพราะอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง ตอนนี้ไคโนะก็เพิ่งได้ไปลองอะไรใหม่ ๆ มาอีกแล้วค่ะ จริง ๆ เป็นสิ่งที่อยากจะทำมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเลย พอดีเมื่อวานซืน ได้รับการติดต่อมาจากอาจารย์ที่คณะ ให้ช่วยตามหาคนที่จะมาทำหน้าที่นี้ แต่ไม่มีใครรับหน้าที่นี้เลย สุดท้ายก็เลยตกมาที่ไคโนะ

นั่นก็คือ…หน้าที่พิธีกรค่ะ

บอกเลยว่า ไคโนะสนใจหน้าที่พิธีกร หรือ MC มานานแล้ว สิ่งที่จุดประกายก็คงจะเป็นบรรดาไอดอลที่ไคโนะกำลังตามอยู่นี่แหละค่ะ เพราะไคโนะเห็นพวกเขาจัดรายการ เป็นพิธีกรรายการ บางครั้งก็เห็นพวกเขาทำโอเว่อร์แอคติ้ง ทั้ง ๆ ที่มันไม่ควรขำขนาดนั้น ทำไมถึงได้ขำขนาดนั้น…ทำไมตอนเป็น MC ต้องพูดจาติดขัด ไม่ได้ซ้อมมาเหรอ บลา ๆ ~ และอีกมากมายค่ะ คำถามพวกนี้วิ่งวนในหัวของไคโนะมานานมากแล้ว ไคโนะอยากจะรู้มากว่า ถ้าเราไปยืนอยู่ในจุดของ MC แล้วนั้น มันจะออกมาอารมณ์ไหนกันนะ…

อีกอย่างคือ ไคโนะเคยไปงานที่พี่อากิโนะเป็น MC ค่ะ ไคโนะเห็นพี่เขา MC 2 ภาษา นั่นก็คือไทยกับญี่ปุ่น เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ๆ ทั้งล่าม ทั้ง MC อยู่บนเวทีเดียว อยู่ในคนคนเดียว มันน่าสนใจมาก ๆ เลยค่ะ ประจวบกับงานนี้จะช่วยตอบคำถามของไคโนะได้ ถึงจะกลัว ๆ แต่ในเมื่อโอกาสที่จะเรียนรู้และหาคำตอบเดินทางมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ก็ต้องคว้าไว้แหละค่ะ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

เริ่มแรกเลย ไคโนะขอรุ่นน้องให้มาเป็นพิธีกรคู่ค่ะ เพราะงานแรก ถ้าไคโนะฉายเดี่ยวเลย ต้องตายแน่ ๆ ตายแบบไม่รอดด้วย ก็ได้น้องพลอยมาเป็นพิธีกรฝั่งภาษาไทยค่ะ (ไคโนะอยู่ฝั่งญี่ปุ่น) หลังจากที่ได้คู่พิธีกรได้ ก็ถึงเวลาร่างสคริป…ซึ่งเราก็ต้องมาดูลำดับพิธีก่อนว่าเป็นอย่างไร งานนี้ก็ได้น้องภาณุ (พิธีกรสุดเก่งของสาขา) ช่วยส่งบทสคริปงานเก่า ๆ มาให้ เราก็พิจารณาจากสคริปงานเก่า และเอามาเทียบกับงานใหม่ค่ะ

ซึ่งไคโนะก็พึ่ง Google บ้าง เพื่อดูว่าประโยคแบบนี้ภาษาไทย ถ้าในภาษาญี่ปุ่นจะพูดอย่างไร (ไคโนะไม่ใช้กูเกิลแปลภาษาค่ะ แต่จะดูจากเว็บไซต์ที่โพสเกี่ยวกับเรื่องนี้) จากนั้นก็เริ่มร่างสคริป และติดต่ออาจารย์สาขา เพื่อที่จะให้ท่านอาจารย์ช่วยเช็คไวยากรณ์ และความเหมาะสมของลำดับการต่าง ๆ ให้

หลังจากเช็คไวยากรณ์ของสคริปเสร็จ ก็ลงไปเตรียมคิวกับน้องพลอยที่จะเป็นพิธีกรฝั่งภาษาไทย ซ้อมกันอยู่หลายรอบค่ะ เพราะเราต่างก็มือใหม่ทั้งคู่ หลังจากซ้อมเสร็จก็วิ่งไปติดต่อเรื่องห้องจัดงาน เรื่องโน๊ตบุค และเครื่องฉายภาพต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นหัวงานเลยก็ว่าได้ค่ะ งานนี้เป็นงานแรกที่ไคโนะได้เป็นหัวงาน 100% แบบนี้

พอเช็คทุกอย่างเสร็จ ก็กลับมาหอเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักศึกษา แล้วไปที่คณะอีกรอบ คราวนี้ก็ได้รุ่นน้องเข้ามาช่วยเช็คความพร้อม เช็คไมค์ และเซ็ตเครื่องฉายค่ะ ขอบคุณน้องมาก ๆ หลังจากนั้นผู้ร่วมงาน ทั้งท่านคณบดี อาจารย์ทุกท่าน และนักศึกษาก็เข้าสู่สถานที่จัดงานค่ะ

คราวนี้แหละ งานพิธีกรเริ่ม…
แรก ๆ มันก็ไปได้ดีค่ะ จนกระทั่งมาตายตอนแปลสด…

อันดับแรก ขออนุญาตฮันเซ (สำนึกผิด) ตัวเองก่อน
1. งานนี้ไคโนะมีกระดาษสคริป แต่ลืมตัวคลิปบอร์ด เลยต้องยืมของรุ่นน้อง
2. ไคโนะคาดไม่ถึงว่าจะมีแปลสด เลยไม่ได้เตรียมศัพท์ เตรียมไวยากรณ์ เตรียมอะไรมาเลย
3. พอเกิดการแปลสด แน่นอนว่าสำหรับล่ามมือใหม่ กระดาษและปากกาสำหรับจดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะล่ามถ้ายังมือใหม่ ไม่มีทางจำเนื้อหาที่อีกทางพูดได้ทั้งหมดแน่ ๆ 
4. ปล่อยให้เกิด Dead Air นาน ไม่รู้ว่าจะแก้สถานการณ์ยังไง
5. มุขตลกไม่ถูกช่วง บางทีปล่อยมุขที่มันเข้าใจไม่กี่คน ทำให้ทั้งสถานที่จัดงานเงียบกริบ
6. เกร็งตามสคริปเยอะไป ไม่เป็นธรรมชาติ
7. ความรู้เรื่องเพลงที่จะใช้เปิดนั้นไม่หลากหลาย ไม่รู้หลายแนวเพลง ทำให้ไม่รู้ว่าช่วงเวลาแบบนี้ควรจะเปิดเพลงแบบไหน
8. อ่านสถานการณ์ไม่ออก ว่าช่วงต่อไปควรจะเริ่มเมื่อประธานมีปฏิกิริยาแบบไหน นี่ปล่อยจนอาจารย์ต้องมาบอกให้ดำเนินช่วงต่อไป
9. ด้วยความที่มือใหม่ ทำให้ถอยร่นไปหลัง ๆ เวที ดูไม่สง่า
10. ไม่เตรียมมาก่อนว่าพอถึงช่วงนี้ ควรจัดโต๊ะแบบไหน ทำให้ต้องยกเก้าอี้ไปมา วุ่นวาย

ส่วนเรื่องแปลสด บอกเลยค่ะว่าตายชนิดที่แบบ…..ตายกว่าตอนไปแปลให้สถานกงศุลไทย ณ. นครโอซาก้าอีกค่ะ คือศัพท์ยากกว่า อะไรกว่า (ตอนแปลให้สถานกงศุลไทย ที่รอดน่าจะเพราะว่า แค่ประสานงาน ไม่ใช่ล่ามที่แปลทางการจริงๆ) มีช่วงที่ท่านคณบดีพูดยาว แล้วเราสติหลุดค่ะ จับใจความได้สั้นมาก (ผิดพลาดที่ไม่พกปากกาและกระดาษ) ก็แปลไปเท่าที่เข้าใจ แล้วมันต้องแปลก ๆ ใช่ไหมคะ? แบบพูดยาวมาก ทำไมอิล่ามแปลแค่นี้ เลยต้องขอให้ท่านคณบดีช่วยพูดอีกรอบ ซึ่งท่านก็ใจดีพูดทวนให้ค่ะ มีช่วงลืมศัพท์ แค่ศัพท์ง่าย ๆ อย่าง 訪問 ยังนึกไม่ออกเลยค่ะ!!! มันจะหลุดภาษาอังกฤษออกมา (ถ้าใครตามบล็อคจะรู้ว่าตอนนี้ไคโนะพยายามพัฒนาภาษาอังกฤษตัวเอง)

แต่ไคโนะดีใจนะ ที่ถึงแม้ตัวเองจะแปลไม่ได้ หรือดำเนินรายการแบบเงอะ ๆ งะ ๆ แต่ก็มีบางช่วงที่เรียกเสียงหัวเราะจากท่านผู้ชมได้ แค่นั้นไคโนะก็คิดว่ามันดีมากสำหรับครั้งแรกแล้วค่ะ

และสุดท้ายไคโนะก็ดำเนินงานกับรุ่นน้องได้จนจบค่ะ

อาจารย์สาขาหลายท่านก็เดินเข้ามาให้กำลังใจว่าครั้งแรกถือว่าโอเค และทำหน้าที่พิธีกรได้นินา ไม่รู้มาก่อนเลย… ประมาณนี้ค่ะ อาจารย์ญี่ปุ่นก็ทักว่าวันนี้ได้เดบิวซ์การเป็นพิธีกรและล่ามแล้วนะ… เราก็น้อมรับคำชม และคำแนะนำต่าง ๆ ที่ท่านอาจารย์กรุณาชี้แนะให้ค่ะ พร้อมปรับปรุงตัวเองแล้วตอนนี้ ไคโนะจะพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ ค่ะ จะไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้แน่นอน

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

หลังจากจบงาน ก็ทำความสะอาดสถานที่กัน จากนั้นก็กลับมาที่ห้อง (ไม่ได้ไปต่อรอบ 2 กับเพื่อน เพราะเหนื่อย เดินเรื่องเยอะ อยากพัก) กลับมาก็อาบน้ำ แล้วก็เปิดคอมเช็คพวกอีเมล์ นั่งเช็คไปเช็คมา ไปเจออีเมล์ที่ตัวเองแปล “ชมพูเทา” ไว้ ก็เลยฉุดคิดได้ว่า อ้อ…ที่เราทำแบบนี้ เราไม่ต่างกับคาวาดะ ไดกิเลย…ที่เป็นแบบนี้ เพราะอยากรู้ว่า ชิรากิ เร็นโกะ อยู่ในโลกบันเทิงเป็นยังไง ไดกิถึงได้ทำทุกอย่างเลียนแบบเร็นโกะ….

ไม่รู้ว่าการกระทำแบบนั้น จะทำให้เข้าใจเร็นโกะได้มากขึ้นมั้ย
แต่เพราะเชื่อว่า ถ้าทำตาม ยังไงก็น่าจะเข้าใกล้ความเป็นเร็นโกะได้มากขึ้น

นอกจากนั้นยังนึกถึงเนื้อเรื่องในบทที่ 24 ของหนังสือเรียน みんなの日本語 ระดับกลาง ที่พูดถึงเรื่องของริคิวกับเซอามิ…ที่พวกเรามีพิธีชงชาอยู่แบบนี้ อาจจะเป็นเพราะพวกเราเชื่อว่า หากชงชาตามวิธีของริคิวแล้วนั้น เราจะสามารถเข้าใกล้จิตวิญญาณของริคิวได้มากยิ่งขึ้น ไม่รู้ว่าจะเข้าใกล้ได้จริงหรือไม่ แต่เพราะเชื่อแบบนั้น ถึงได้ทำแบบนี้…

หรือแม้แต่เรื่อง “BAKUMAN” ที่ตัวละครของคุณซาโต้ สละเวลาออกไปดูเพื่อนนักวาดการ์ตูนทำงาน… เพราะอยากรู้ว่านักวาดการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จนั้น พวกเขามีวิธีการอย่างไรบ้าง จึงได้ออกตามหาคำตอบ….

ไคโนะไม่ต่างจากสิ่งที่เขียนไปด้านบนเลย….ไคโนะดูรายการวาไรตี้ของไอดอลที่ตัวเองชอบมาเยอะมากค่ะ และทุกครั้งจะโอเว่อร์แอคติ้งมาก โดยเฉพาะนาคาจิม่า ยูโตะ และหวัง เจียเอ๋อ ซึ่งบางครั้งมันโอเว่อร์จนเราที่เป็นคนดูยังรู้สึกว่า “เสแสร้ง” ป่ะวะ… หรือแม้แต่บางครั้ง (โดยเฉพาะ หวัง เจียเอ๋อ) ที่แบบ ทำไมต้องกัดต้องจิกด้วย ไม่จิกแขกร่วมรายการ ก็ไปจิกตัวเอง ตอนนั่งดูไคโนะไม่เคยเข้าใจเลยค่ะ

แต่พอได้จับไมค์ ดำเนินรายการ เป็นพิธีกรจริง ๆ แล้ว ถึงได้เข้าใจค่ะ ว่าการโอเว่อร์แอคติ่งและจิกกัดนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการสะกดคนดูให้สนใจที่เรา เป็นการเอนเตอร์เทรนคนดูค่ะ เราจำเป็นต้องโอเว่อร์เพิ่มมากขึ้น เมื่ออยู่ด้านหน้าเวที จู่ ๆ มันก็จะโอเว่อร์แอคติ้ง และ “พูดมาก จิกเจ็บ” ขึ้นมาเองค่ะ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน มันต้องมีการโยนมุข รับมุขกัน สมองต้องเร็วมากเลยค่ะ ต้องคิดด้วยว่า โยนมุขแบบนี้ อีกฝ่ายจะตอบได้ไหม คนดูจะขำไหม…เรื่องจิกกัดก็ต้องรู้ว่าลิมิตอยู่แค่ไหน จิกคนไหนได้ คนไหนห้ามจิก… 

ได้เรียนรู้และเข้าใจอะไรเยอะขึ้นมากเลยค่ะจากการจับไมค์เพียงแค่ครั้งเดียว…

จากนี้คงจะมองแอคติ้งของนาคาจิม่า ยูโตะและหวัง เจียเอ๋อในรายการต่าง ๆ ด้วยมุมมองใหม่ค่ะ

อ้อ อีกเรื่องคือ มันจะมีตอนที่ “อิโนโอะ เคย์” ได้เป็นพิธีกรรายการอิทะดะคิ ไฮ จัมพ์ ตอนนั้นอิโนโอะเคย์พูดจาติดขัดมาก พูดวนในอ่างมาก พูดซ้ำเดิมหลายรอบมาก ซึ่งเราในฐานะคนดู ดูแล้วแบบ…แกเตรียมตัวมามั้ย?

แต่พอเจอเอง…เตรียมตัวมาดีก็ติดขัดค่ะ…ไม่ขัดธรรมดานะ ขัดแบบอ่านกระดาษเลยค่ะ ไม่เงยหน้ามองแขกที่มาด้วย เพราะเรากังวลไปหมดค่ะ จิตใจอยู่แต่กับกระดาษสคริป…คือสคริปของเรามันมีแค่หัวข้อลำดับงาน ไม่มีคำพูดอะไรให้ ดังนั้น คำพูดเราต้องพูดสด ๆ อาศัยประสบการณ์กันตรงนั้น ซึ่งคนที่ไม่มีประสบการณ์อย่างไคโนะ พูดวนในอ่างแน่นอนค่ะ พูดเรื่องเดียว ๆ วกไปวนมา พยายามจะออกจากวังวนนี้นะ แต่ไม่รู้ว่าจะออก จะลงยังไง มีหลายรอบเลยค่ะที่ตัดจบแบบ…คนดูปรับอารมณ์เปลี่ยนช่วงไม่ทัน…

ยากเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ก็เลยเข้าใจแล้วค่ะ ว่าทำไมอิโนโอะ เคย์ถึงพูดจาติดขัด วกวนอะไรแบบนั้น

ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากประสบการณ์หนึ่ง หลังจากที่ผลักตัวเองออกมาจาก Comfort Zone… แต่ไคโนะไม่ยอมให้มันจบแค่นี้แน่ ๆ ค่ะ ไคโนะยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากจะรู้ เพราะงั้น ไคโนะจะพยายามลองอะไรใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ ค่ะ ต่อให้ลำบาก อับอาย ขายขี้หน้าแค่ไหน ก็ไม่แคร์อะไรแล้วค่ะ

เพราะอยากรู้ จึงอยากลอง
เพราะได้ลอง จึงได้รู้

kaino1.1

ขอบคุณท่านอาจารย์ที่กรุณาให้โอกาสและจัดเตรียมของไว้ให้
ขอบคุณท่านอาจารย์ประจำสาขาที่เข้ามาให้คำแนะนำและกอดปลอบ
ขอบคุณน้องพลอยที่มาเป็นพิธีกรคู่
ขอบคุณภาณุที่เข้ามาคอยแนะนำ
ขอบคุณสายไหมที่ช่วยติดต่อต่าง ๆ ให้
ขอบคุณรุ่นน้องฝึกสอนที่มาช่วยตรวจเช็คของ
ขอบคุณผู้ที่มาร่วมงานทุกท่าน
และขอบคุณเพื่อนในรุ่นที่ทำให้ได้ลองอะไรใหม่ ๆ แบบนี้

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s