เมื่อฉันออกจาก Comfort Zone

ตั้งแต่ย้ายตัวเองออกมาจาก comfort zone ก็เริ่มรับรู้อะไรที่มัน real มากขึ้น จุดที่ทำให้เราก้าวออกมาจาก comfort zone ของเรา มันเกิดขึ้นหลังจากที่เราได้ดูภาพยนตร์เรื่อง BAKUMAN (อ่านรีวิวได้ที่นี่) มันจะมีฉากที่คุณซาโต้พยายามเรียนรู้ชีวิตของนักเขียนการ์ตูน โดยการเข้าไปสังเกตการคนคนนั้น เข้าไปคลุกอยู่กับคนคนนั้น เรียนรู้วิถีชีวิตของเขา ได้รับรู้ว่ากว่าจะออกมาเป็นการ์ตูนได้นั้น มันผ่านความทุกข์ยาก ผ่านรอยยิ้ม ผ่านน้ำตาอะไรมาบ้าง

นอกจากนั้น ยังเป็นเพราะว่าเราตามไอดอลทั้งฝั่งญี่ปุ่น และฝั่งเกาหลี เราพบว่ามีหลายครั้งที่ออกรายการแล้วมันเป็นการทำภารกิจที่น่าอาย ทำลายภาพลักษณ์หล่อ ๆ ให้ดูเอ๋อ ๆ ทั้งนั้น แต่ไอดอลของเราก็ยังทำ และก้าวผ่านมันมาได้ อาจจะไม่ได้ผ่านแบบหล่อ ๆ แต่พวกเขาก็ก้าวผ่านได้ล่ะ

พอเห็นแบบนั้น เราก็เริ่มคิดว่า ตลอดระยะเวลา 23 ปี เราก็มองโลกมาเยอะ แต่เรากลับไม่รับรู้ความรู้สึกของคนที่อยู่ในโลกที่แตกต่างกับเราเลย เราเสียเวลามา 23 ปีโดยที่ไม่ได้เรียนรู้โลกของคนอื่น

คิดได้แบบนั้น เราเลยตัดสินใจก้าวออกจาก comfort zone… ถามว่าเรากลัวมั้ย… เราตอบเต็มปากเลยว่าเรากลัวมาก กลัวว่าตัวเองจะไหวมั้ย กลัวภาพลักษณ์ของตัวเอง (ภาพลักษณ์ของเราคือ perfectionist girl)

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

อันดับแรก ฉันตัดสินใจไปเข้าค่ายอบรมผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่…เป็นเรื่องยากมากสำหรับฉัน เพราะฉันพยายามหนีมันมาตลอดตั้งแต่ปี 1 … งานนี้ฉันมีสิทธิ์ที่จะไม่เข้าฝึกอบรม เดินสวย ๆ ไปรอฝึกสอนได้เลย แต่ฉันกลับลงชื่อเข้ารับการอบรม ฉันมองว่ามันเป็นเนินสูงลูกหนึ่งที่ฉันจะต้องเดินผ่าน จริง ๆ ฉันเดินอ้อมเนินลูกนี้ในทางเรียบก็ได้ แต่ฉันเลือกที่จะไม่เดิน… ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะฉันรับรู้ความรู้สึกของการเดินบนทางเรียบแล้วน่ะสิ ฉันรู้แล้วว่ามันสะดวกสบายยังไง ตอนนี้ที่ฉันไม่รู้ก็คือ การเดินข้ามเนินสูงมันรู้สึกยังไง นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันตัดสินใจเข้ารับการอบรม

เราอบรมทั้งหมด 2 คืน 3 วัน รวม ๆ แล้ว ฉันนอนไม่ถึง 8 ชั่วโมง…มันเหนื่อยมาก เราต้องวิ่ง เราต้องเข้าฐาน… ฉันรับรู้ได้แล้วว่า อ้อ การเดินข้ามเนินสูงที่เรียกว่า “การฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่” มันทรมาน มันเหนื่อย มันล้า แบบนี้นี่เอง… ฉันได้รับรู้มันแล้ว… Mission Complete

สิ่งที่ฉันได้รับ : ฉันได้รับรู้ว่า การเดินไต่เชือกแบบลูกเสือนั้น ตอนนี้ฉันทำได้แล้ว หลังจากที่สมัยมัธยมฉันทำไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะฉันออกกำลังกาย และเล่นเวทด้วยก็ได้ ทำให้แขนของฉันมีกำลังมากยิ่งขึ้น ฉันเดินผ่านมันได้สบายมากสำหรับฐานนี้ ฉันสนุกกับมันมาก….

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

อันดับ 2 : ออกกำลังกายครั้งที่ล้านแปด – แต่รอบนี้ฉันเอาจริงเอาจังมากกว่าทุกครั้ง (ฉันก็พูดแต่แบบนี้แหละ) ฉันซื้อสปอร์ตบาร์มาใส่ เริ่มจริงจัง วางตารางออกกำลังกาย (แต่ยังไม่วางตารางอาหาร) หลังจากผ่านไปไม่นาน ฉันตัดสินใจชั่งน้ำหนัก หลังจากที่มันพุ่งไปที่ 74 กิโลกรัม ตอนนี้มันก็ลดลงมาแล้วที่ 68 กิโลกรัม ฉันดีใจมาก และตัดสินใจออกกำลังกายต่อ โดยเพิ่มการเวทเข้ามา

ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าคนที่ออกกำลังกายจนเสพติด พวกเขารู้สึกยังไง มันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง ต้นขาด้านใน เวลาเดินไม่เสียดสีกันแล้ว ไม่เจ็บแล้ว มันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง…เล่นเวท กล้ามเนื้อกระชับ จับไปตรงไหนก็เป็นกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ไขมัน ทั้งแขนทั้งไหล่ ได้รูปทรงสวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าเริ่มเรียวลง ไม่บวมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว…อ่าาาาา พวกเขารู้สึกกันแบบนี้เองสินะ…ผู้หญิงที่ใส่เสื้อกล้ามกับสปอร์ตบาร์สีสดไปออกกำลังกาย รู้สึกแบบนี้นี่เอง มันเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งนี่เอง…อ่า…เอาล่ะ ฉันรับรู้มันแล้ว Mission Complete

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

อันดับ 3 : พวกเขาจองบัตรกันยากมากไหม – เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม เวลา 10:00 น. หลังจากที่ฉันตกปากรับคำให้กับรุ่นน้องที่เป็นแฟนคลับศิลปินวงเกาหลีอย่าง GOT7…รุ่นน้องขอให้ฉันช่วยจองบัตรคอนเสิร์ต “FLY IN THAILAND” ให้ และฉันก็รับคำโดยไม่คิดให้มากความ ฉันที่อยู่ฝั่งญี่ปุ่น รู้เรื่องความโหดในการจองบัตรคอนฝั่งเกาหลีดี แต่ฉันไม่เคยกระโดดมาจองเอง ฉันจึงอยากรู้ว่ามันโหดแค่ไหน (ที่จองโหดสุดคือคอน LADY GAGA)

ฉันเซ็ตอินเทอร์เน็ตของตัวเองให้พร้อม สมัครสมาชิกไททิคเก็ต กดรีเฟรซหน้าไททิคเก็ตเรื่อย ๆ…แรก ๆ ก็ลื่นไหลดี แต่พอเวลาประมาณ 09:50 น. เริ่มที่จะรีเฟรซหน้าแล้วค้าง…ฉันรับรู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้า เรากะเวลาดีมากในการกดรีเฟรซให้ตรงกับ 09:59:55 (นับหน่วยเป็นวินาที) เพราะฉันให้เวลาโหลด 5 วินาที แต่เกินคาด เมื่อรีเฟรซกินเวลามากกว่า 3 นาที… ทุกนาทีที่ผ่านไป นั่นหมายถึงที่นั่งถูกกดออกไป ฉันร้อนรนมาก ฉันพยายามคุยแช็ตกลุ่ม Facebook ที่เราตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจ ทุกคนเป็นเหมือนกัน คือรีเฟรซไม่ผ่าน

จนเวลาประมาณ 10:10 นาฬิกา ฉันสามารถเข้าหน้าเลือกที่นั่งได้ ฉันกดเลือก และกดหน้าถัดไป ฉันกดผ่าน…คิดว่าได้บัตรแน่ ๆ ….ฉันเข้ามาถึงหน้าสั่งซื้อบัตร เกือบจะขึ้นตอนสุดท้าย ฉันกดปุ่ม “ถัดไป” และสิ่งที่ฉันกลัวที่สุด ก็เกิดขึ้น นั่งคือเกิด “หน้าขาว” (เซอเวอร์ไม่ทำงาน) นั่นหมายความว่า บัตรของฉันที่ฉันจองไปนั้น หลุดมือฉันไปแล้ว…ทำไมถึงหลุดเหรอ? ทำไมถึงหน้าขาว ทำไมเซอเวอร์ต้องมาล่มตอนนี้? หลากหลายคำถามที่วิ่งวนในหัวของฉัน…

เรานั่งรีเฟรซเพื่อรอบัตรหลุดจนถึง 12:30 นาฬิกา ปรากฏว่าไม่มีบัตรหลุดเลย รุ่นน้องเริ่มรน เพราะยังหาบัตรไม่ได้ ฉันเองก็รน ไม่ใช่แค่รน แต่ฉันสลดในความประมาทของตัวเอง…ทำไมฉันถึงจองไม่ได้เหรอ? เลดี้กาก้าที่ดัง ๆ ฉันก็ยังจองมาแล้ว ทำไมฉันจองได้ แล้วทำไม GOT7 ฉันจองไม่ได้!!!

รุ่นน้องอีกคนที่เป็นมือจองบัตรคอนฝั่งเกาหลีก็เริ่มที่จะโทษตัวเอง ขอโทษเพื่อน ขอโทษพวกเราทุกคน นั่นยิ่งทำให้สลดเข้าไปใหญ่ พวกเราต่างก็ขอโทษกันและกัน ที่หาบัตรให้ไม่ได้ จากนั้นฉันก็ลองเข้าแทกในทวิตเตอร์ ปรากฏว่ามีการอัพราคาบัตรจาก 5,800 บาท เป็น 14,000 บาท… ฉันสลดหนักกว่าเดิม และเริ่มร้องไห้….

มันเป็นแบบนี้นี่เอง…นี่ขนาดไม่ได้จองเอง ไม่ได้เป็นแฟนคลับหนักขนาดต้องไปดูคอนเสิร์ต แต่พอเจออะไรแบบนี้ กลับเสียใจ เสียใจมาก เสียใจมากที่ว่าทั้ง ๆ ที่เป็นแฟนคลับ รักจริงแท้ ๆ ทำไมถึงไม่ได้บัตร ทำไมถึงกดบัตรไม่ได้…และทำไมคนที่เป็นแฟนคลับถึงต้องยอมซื้อบัตรจากพวกที่โก่งราคา ทั้ง ๆ ที่พวกเขาควรจะได้ราคาปกติ…

อ่าาาา มันทรมาน มันลำบาก มันเหนื่อยแบบนี้นี่เอง แต่ในความเสียใจนั้น แฟนคลับก็เข้ามาช่วยกันหาบัตร เราสามรถหาบัตรให้รุ่นน้อง (ไม่อัพราคา) ได้ 1 ใบ จากความช่วยเหลือของพี่กวาง…ความมีน้ำใจของแฟนคลับด้วยกันเอง การได้รับน้ำใจจากคนพวกเดียวกัน มันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง… ฉันรับรู้มันแล้วล่ะ

Mission Complete

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

อันดับ 4 : ความรู้สึกของคนที่โก่งราคา – มันเป็นเรื่องตอนที่ฉันอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น การขายบัตรโก่งราคาเป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็ทำกัน…ฉันขายโก่งราคามากกว่าเดิม 3 เท่า…คุณอาจจะคิดว่าไม่มีใครโง่มาซื้อต่อหรอก แพงขึ้นตั้ง 3 เท่า…แต่เปล่าเลย… ฉันขายมันออกไปได้เร็วมาก เพราะคนที่อยากจะดู ก็คือคนที่อยากจะดู พวกเขายอมสละทุกอย่างเท่าที่พวกเขาจะสละได้ เพื่อให้ได้ไป และนั่นคือช่องทางให้ฉันได้ทำกำไร…

ฉันได้กำไร 2 เท่า…

ฉันได้เงินมากกว่าเดิม 2 เท่า…ทำไมเงินมันหาง่ายเช่นนี้นะ…ทำไมถึงได้เงินเยอะเช่นนี้ ลงทุนแค่นิดเดียวเอง… อ่าาาาา ความรู้สึกของการได้จับเงินที่ฟันกำไร 2 เท่ามันรู้สึกดีเช่นนี้นี่เอง ถามว่าฉันรู้สึกผิดชอบชั่วดีอะไรมั้ย? ณ.ตอนนั้น ฉันไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น ฉันรู้สึกอย่างเดียวว่า มันก็เหมือนกับการเล่นหุ้นนั่นแหละ เราซื้อหุ้นมาเพื่อทำกำไร ไม่ใช่เอาเท่าทุน บัตรคอนก็เช่นกัน ฉันซื้อมาเพื่อทำกำไร ไม่ใช่ซื้อมาเพื่อให้คนที่เป็นแฟนคลับซื้อมันไปในราคาปกติ แล้วมีความสุขกับคอนครั้งนั้น เธอคิดดูสิ คอนเสิร์ตที่จะทำกำไรจากบัตรมันไม่ได้มาบ่อย ๆ นะ มีโอกาสก็คว้าไว้สิ…

แต่ ณ.ตอนนี้… …ฉันรับรู้มันแล้วล่ะ

ฉันรับรู้ทั้งด้านความสุข และด้านความทุกข์ของการโก่งราคาบัตร 

Mission Complete

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

อันดับ 5 : ความรู้สึกที่ 2 ตลอดกาลของวาตานาเบะ มายูยุ – ทุกครั้งที่สอบ ฉันคิดไว้เสมอว่า เอาล่ะ ครั้งนี้แหละ ที่จะได้เต็ม! แต่มันก็ไม่เคยเต็มให้ฉันเลยซักครั้ง ฉันเหลืออีก 1 คะแนนจะเต็มทุกครั้ง จนเริ่มจะได้รับฉายาว่า “ที่ 2 ตลอดกาล” “เหลืออีก 1 คะแนน” ประมาณนั้น ตอนแรกฉันก็ไม่รู้สึกอะไร แต่วันหนึ่งมานั่งนึกถึงวาตานาเบะ มายูยุ คนที่ได้รับฉายาว่าไม่ชนะ ได้ที่ 2 ตลอดกาล มันทำให้ฉันเข้าใจว่า วาตานาเบะเองก็น่าจะแบกรับความรู้สึกไม่ต่างจากฉัน

พยายาม…พยายามมาก แต่กลับไม่ได้…ทำไมถึงไม่ได้…เฝ้าถามตัวเองตลอด…จนวาตานาเบะ มายูยุ สามารถขึ้นเป็นควีน ออฟ AKB ได้ เธอรับรู้ถึงความรู้สึกของการเป็นอันดับ 1 ….รับรู้ความรู้สึกของการลบคำสบประมาท…

ฉันเองก็เหมือนกัน ในที่สุด ฉันก็สามารถทำคะแนนเต็มได้

มันหอมหวานนะ มันหอมหวานมาก ฉันสามารถพูดได้ว่า ทำคะแนนเต็มได้แล้วนะ…
มันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง…

Mission Complete

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

เอาประมาณนี้ก่อนก็แล้วกัน จริง ๆ มีอะไรอีกเยอะ ถ้ามีเวลา ฉันจะมาเขียนต่อภาค 2 นะ
การก้าวออกจาก Comfort Zone แน่นอนว่ามันจะต้องมีความกลัว แต่เราบอกเลยว่าอย่าไปกลัว
ก้าวออกมาซะ โลกภายนอกมีอะไรน่าสนใจให้ค้นหานะ…มันทำให้เราได้เรียนรู้ มันล่อเลี้ยงเราให้เติบโต
เลิกเป็นเด็กที่เอาแต่สบาย คิดถึงแต่ตัวเอง มันทำให้เราได้เรียนรู้ และกลายเป็นคนที่มองรอบด้าน
มองหลายแง่ เริ่มมีเหตุผลในการมองเรื่องต่าง ๆ เริ่มที่จะเข้าใจผู้อื่น ว่าทุกการกระทำย่อมมีที่มาที่ไป
ทำให้ตัดสินใจอะไร หรือจะเชื่ออะไร มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พลาดน้อยลง

ออกมาเถอะนะ ออกจาก Comfort Zone เถอะนะ…

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s