บันทึกการลดน้ำหนัก #1 – 73-74kg→68kg

อย่าพยายามดราม่าอะไรทั้งนั้น ขอร้อง


 

บันทึกการลดน้ำหนัก #1 – 73-74kg→68kg

หลังจากที่พยายามลดน้ำหนักมาหลายครั้ง แล้วก็ล้มเหลวทุกครั้ง

สำเร็จสุดคือลดจาก 68kg. ลงมาที่ 59kg. ตอนนั้นอยู่ญี่ปุ่น แล้วเอาเงินไปดูคอนติดกัน 7 เดือน(ดูมันทุกเดือน เดือนละ 2-3วง) ไม่มีเงินกินข้าว ไม่มีเงินซื้อข้าวกิน มีแต่เงินไปติ่ง (การดูคอน 1 ครั้งต้องออกต่างจังหวัด ต้องจัดชินกันเซ็น ต้องจองโรงแรม ต้องซื้อ Goods บลาๆ เปลืองมาก) ทำให้น้ำหนักฮวบลงมา 9 kg. แต่สภาพตอนนั้นคือซอมบี้มาก จนพี่คนไทยที่ญี่ปุ่นได้ลากออกจากห้องไปเลี้ยงบุฟเฟ่…

พอกลับมาไทย ก็อ้วนคือเก่า และพยายามลดมาเรื่อย ๆ ก็ล่มมาเรื่อย ๆ 55555555

มาครั้งนี้ เอาจริง (อีกแล้ว) แต่ดีที่รอบนี้มีกำลังใจเยอะ คือเพื่อนในสาขาเริ่มออกกำลังกายกัน แต่เราก็ไม่ได้ไปออกกำลังกายกับเพื่อนอีก เราหนีไปยิมบ้าง ไปวิ่งคนเดียวบ้าง แต่ของเราจะเป็นแบบ ถ้าเพื่อนพูดว่า “วันนี้จะไปเต้นแอโรบิค” นั่นหมายความว่า วันนี้เราก็ต้องไปออกกำลังกายในส่วนของเราเช่นกัน(การที่มีเพื่อนไปออกกำลังกายนี่มันผลักดันกันได้ดีมากเลยนะ)

เราสมัครเป็นสมาชิกยิมมหาวิทยาลัยไว้ ข้อดีคือเข้าตอนไหนเวลาไหนก็ได้ อยู่นานแค่ไหนก็ได้ ข้อเสียคือ ถ้าเข้าผิดช่วง จะไม่ได้ทำอะไรเลย เครื่องจะเต็มทั้งหมด เพราะคนเยอะ และเราก็ต้องหอบสังขารอ้วน ๆ ของเราออกไปที่อื่น

ก่อนการออกกำลังกายน้ำหนักทะลุ 70 ซึ่งเราก็คิดว่า หากไม่กินข้าว หรือชั่งน้ำหนักตอนเช้า ก็น่าจะลงมาอยู่ขอบเขต 60 เหมือนเดิม แต่มันไม่ลง แถมยังทะลุไปเกือบ 75 (ก่อนเริ่มออกกำลังกายจริง ๆ จัง ๆ คือ 74kg.) ความเครียดเริ่มเข้ามาครอบงำ แถมเจอพี่ล่ามจากหลากหลายสายงาน นั่งคุยกับอาจารย์บ้าง กับรุ่นน้องบ้าง หลายเสียต่างบอกว่า หากทำงานที่ไม่ใช่XXแล้วไซร่ รูปร่างหน้าตาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องทำให้ดูดี…

ซึ่งเราไม่ใช่ไง…ด้วยความที่ประเทศไทยร้อนด้วยแหละ เลยไม่ค่อยอยากจะแต่งอะไร (ทาครีมกันแดดกับทาแป้งได้นี่คือสุดยอดของเราและ)…ถ้าผอมแล้วไม่แต่งอะไร มันยังดูโอเค แต่ถ้าอ้วน แล้วยิ่งไม่แต่งอะไร ยิ่งแบบ…เอิ่ม… สุดท้ายเลยพลิกตัวเอง เอาวะ! จะผอมก่อนรับปริญญาให้ดู (อย่างน้อยก็ขอให้มันแตะ 65 T_T)

แล้ววันนี้ (10/03/16) ไปยิมตามปกติ เห็นเครื่องชั่งน้ำหนัก ก็เลยลองตัดสินใจชั่งดู…น้ำหนักเราอยู่ที่ 68 kg. ลงมาทั้งหมด 5-6 kg. ในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน….

เราไม่ได้บันทึกว่าเราเริ่มออกกำลังกายมาตั้งแต่ตอนไหน (คือลืม) แต่ไม่ถึงเดือนแน่นอน (บันทึก ณ.วันที่ 11/03/16) สิ่งที่เราทำมีดังนี้

1.ด้วยความที่เราทั้งเป็นโรคหอบ ทั้งอ้วน ทั้งหัวเข่าไม่ดี การออกกำลังกายเลยมีข้อจำกัดมาก แรก ๆ เลยไปเวทเบา ๆ ก่อน ดัมเบลน้ำหนัก 1 kg. ก็ยก ๆ ไป (สูดสุดที่ยกคือ 7 kg. แต่เกิดปัญหาตามมาคือปวดไหล่มาก จนต้องเอาแผ่นเย็นมาแปะอยู่หลายวัน)
2.เดินบนลู่ 30 นาที
3.ปั่นจักรยานต์ในยิม 30 นาที
(ทำสลับกันไป แล้วแต่ว่าอยากจะทำอะไร แต่วันนึงเราไปยิมไม่เกิน 1ชั่วโมง ← ขี้เกียจด้วยแหละ)

วันไหนไม่ไปยิม ก็ออกกำลังกายในห้อง เราเกลียดการออกกำลังกายที่ขยับตัวมาก ๆ ก็เน้นพวกที่แช่ท่าไว้นาน ๆ แทน (ไม่ได้สบายเลยนะเออ แช่นาน ๆ ก็ปวดไปทั้งตัว)

ทำแค่นี้ และเราไม่พึ่งยาอะไรทั้งนั้น เรากลัวตาย T_T เรายังไม่ได้เป็นล่ามให้“คนนั้น” เรายังจะตายไม่ได้ (คิดว่าชาตินี้คงไม่ได้ตายอ่ะ 555555)

ส่วนเรื่องอาหาร
เช้า-กลางวัน กินปกติ ตอนเย็นกินสลัดไม่เกิน 3 ขีด (มันขีดละ 17 บาท ชั่งแต่ละทีไม่เคยเกิน 30 บาท) ไม่กินน้ำสลัด…สรุปคือ กินผักผลไม้เพียว ๆ ซึ่งสิ่งที่เรากินมีไม่กี่ชนิด
1.ข้าวบาเล่
2.ลูกเดือย
3.ฟักทองต้ม
4.ถั่วแดงต้ม
5.แก้วมังกร
6.บีทรูท
กินวน ๆ อยู่แค่นี้…เอียนสุดคือบีทรูท…ด้วยความที่มันไม่มีน้ำสลัดด้วยแล้ว การกินแต่ละครั้งนั้นใช้เวลานานมาก นั่ง ๆ เขี่ย ๆ แล้วยัดเข้าปาก แล้วทุกครั้งสังเกตตัวเองตลอดว่า ถ้ากินอาหารปกติ เราจะเคี้ยวเร็วมาก 2-3ครั้ง กลืน แปปเดียวหมด ไม่อิ่มด้วย…แต่พอมาเป็นสลัด (ด้วยความที่เกลียด) เราจะนั่งเขี่ย นั่งเคี้ยว คำนึงเคี้ยวเป็นสิบครั้ง เขี่ยแล้วเขี่ยอีก แต่ที่สังเกตได้คือ มันอิ่ม….

ถามว่ามีหนีไปกินพวกหมา (หมากระทุ) อะไรแบบนี้มั้ย? บอกเลยว่ามี และบ่อยด้วย แต่เรากับเพื่อนไม่กินบุฟเฟ่ เพราะกินกันไม่คุ้ม ก็เลยกินแบบเซต มันเลยจำกัดตัวเองได้ น้ำก็จะสั่งเป็นน้ำเปล่า (เรากับเพื่อนมีปัญหาเรื่องกระเพาะกันทั้งคู่ เพราะงั้น กินน้ำอัดลมไม่ได้อยู่แล้ว)…แต่เราจะอิ่มเร็วมาก เพราะก่อนกินจะกินน้ำเปล่าไปเลย แก้ว-2แก้ว ที่เหลือก็นั่งปิ่ง นั่งต้มให้เพื่อน เม้าท์มอยไป…

เรื่องนม
เรากินนมโยเกิร์ต ก่อนกินจะดูพลังงานที่นมตัวนั้นให้ก่อน เรากินไม่เกิน 100cal ไม่มีพลังงานจากไขมัน กินนี่แล้วช่วยขับถ่ายดีมาก ถ่ายตรงเวลา ทุกวัน…(แต่รู้สึกว่า วันไหนไม่ได้กิน จะไม่ถ่าย…มันดีไหมนิ?)

เรื่องน้ำ
ดื่มน้ำบ่อยมาก แต่ก็เบื่อมากที่ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ (แต่ก็ดื่มเพื่อไม่ให้หิว)

การนอน
เนื่องจากเราอยู่ในช่วงทานอาหารเย็นน้อย เราจึงรีบนอนก่อน 23:00 น. เพื่อป้องกันการหิวตอนกลางคืน เราทำแบบนี้มาตลอด และเราจะตื่นนอนตอน 05:00 น. เป็นกิจวัตร คิดว่ามันดีนะ ในที่สุดก็มีเวลานอนแบบมนุษย์ปกติซักที…ไม่มีการหิวกลางดึก ไม่มีอะไรทั้งนั้น

สิ่งที่สังเกตได้ก่อนที่จะไปลองชั่งน้ำหนัก
・ขุดเสื้อผ้าเก่า ๆ มาใส่ได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ใส่ไม่ได้
・ชุดชั้นใน กางเกงชั้นในที่คับ ๆ ใส่ได้แบบปกติ ขอบชีสน้อยลง…(ไขมันตรงท้องเวลาถูกรัดน่ะ)
・มันมีวันนึงที่ตื่นขึ้นมาตอนเช้า จะเข้าห้องน้ำ เดินลงจากเตียงแล้วกางเกงไหลลงมาที่เท้า ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่ไหล

กำลังใจ
ไม่มีอะไรทั้งนั้น นอกจากความคิดอย่างเดียวว่า ถ้าชั้นไม่เป็นXX ชั้นต้องดูดี ชั้นต้องเฟิร์ม (ไม่ใช่จะบอกว่าXXมีแต่คนอ้วนอะไรนะ แต่เป็นXXน่ะ ถ้าสอบXXได้ ก็ได้เข้าใช่ไหมล่ะ ไม่มีใครมาดูว่าคุณอ้วนไม่อ้วนยังไง แต่ถ้าทำงานอย่างอื่น (สายที่เราอยากจะทำ) มีเยอะที่จะดูที่บุคลิก ยิ่งเปิด IG ของพี่ล่ามคนนั้นคนนี้แล้วยิ่งแบบ….อื้อหืออออออออออ) ← อย่าเข้าใจผิด อย่าพยายามดราม่าอะไรทั้งนั้นนะ ขอร้องล่ะ =.=”

พยายามดึงความสนใจจากความเหนื่อยระหว่างออกกำลังกายอย่างไร
・ฟังเพลง (ใคร ๆ ก็ทำ) ← แต่ดึงความสนใจเราไม่ค่อยได้
・แปลงไฟล์หนัง, วาไรตี้ ลงมือถือ แล้วเปิดดูระหว่างวิ่ง ← ดึงความสนใจได้เยอะเลย
ดูมวยปล้ำ WWE Women ผ่าน Youtube ← ดึงความสนใจได้ราว ๆ 90% อันนี้ประสบการณ์ตรง แล้วนักมวยปล้ำหญิงก็จะแบบ หุ่มเฟิร์มมากกกกกกก ดูไปเราก็จะฮึดไป แบบว่า เอาแบบนี้แหละ ไม่ได้ผอม แต่ก็เฟิร์ม จะเอาแบบนี้!!!! จากนั้นก็จะเร่งสปีดลู่วิ่งให้เร็วขึ้น….

หลังออกกำลังกายมาได้ซักระยะ มีพัฒนาการอย่างไร
ออกกำลังกายได้นานขึ้น – ก่อนหน้านี้ บนลู่ 10 นาทีก็ลิมิตแล้ว (แค่เดิน) ถ้าจะวิ่งด้วย วิ่งได้ไม่ถึง 1 นาทีคือเหนื่อย แต่ตอนนี้เราสามารถอยู่บนลู่ได้ราว ๆ 30 นาที เดิน(เร็ว)ก่อน 15 นาที วิ่งติดกันจากไม่ถึง 1 นาที ขยับมาเป็น 2 นาทีได้โดยไม่ต้องหยุด (เคยทะลุ 5 นาที แต่ตอนนั้นเจ็บเสียดตรงหน้าอกมาก) จากนั้นก็เดินยาวให้มันได้ 30 นาที แล้วไปปั่นจักรยานต์ต่ออีก 20~30 นาที (ก่อนหน้านี้ทำไม่ได้ไง)
・ค่อย ๆ ยกดัมเบลน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นได้เรื่อย ๆ
อารมณ์ดี คือไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกันยังไงกับความผอมนะ แต่รู้สึกว่าตัวเองอารมณ์เสียน้อยลง มองโลกดีขึ้น อาจจะเป็นเพราะไม่อึดอัดร่างกายด้วยมั้ง… ไม่รู้ค่ะ 5555
อยากไปยิมตลอดเวลา เหมือนทำจนเป็นกิจวัตรไปแล้ว ถ้าไม่ทำจะรู้สึกว่าวันนี้ขาดอะไรไป เคยตั้งใจว่า วันนี้จะไม่ไปยิม แต่พอถึงเวลาก็ลุกจากเตียง แต่งตัว หนีไปยิมอยู่ดี….

สิ่งที่อยากจะทำเพิ่มตอนนี้
ด้วยความที่เราเกลียดเวลาเหงื่อออก มันเหนียวเนอะหนะมาก อยากจะว่ายน้ำได้ อยากจะออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำได้…T_____T ถ้าว่ายน้ำได้ ป่านนี้คงลงไปเยอะกว่านี้….แต่ลงสระทีไรคือหัวจมน้ำ เท้าชี้ฟ้าทุกที T____T

เราไม่ถ่ายภาพตัวเองนะ…เราคิดว่าเรายังเฟิร์มไม่มากพอที่จะถ่ายภาพมาอวด บาย~
(จริง ๆ ก็ไม่มีภาพตัวเองตอน 73~74kg. ไง เป็นคนไม่ชอบถ่ายภาพอยู่แล้ว)

ไว้จะมาบันทึกความคืบหน้าต่อ

kaino1.1

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s