[Tran] 中島健人X山田涼介 MYOJO 03/16

คำชี้แจง

  1. แปลจาก “MYOJO 03/16”
  2. ตัวอักษรที่เป็นสีแดง หมายถึงอาจมีแปลผิดพลาด
  3. บริบทของคำจะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่คนไทยใช้กัน อาจจะไม่ได้แปลตามต้นฉบับทั้งหมด แต่ยังคงเนื้อเรื่องทั้งหมดไว้
  4. ประโยคแปลก หรือแปลผิดพลาด สามารถทักได้ทุกเวลา ยินดีแก้ไข

หากจะนำไปโพสที่อื่น รบกวนให้เครดิต


ตั้งแต่สมัยประถม 6 แล้ว ที่ยามาดะกลายเป็นบุคคลที่ตนหลงไหล
ยามาดะ : ตอนไพรเวทก็มีไปกินข้าวกัน ฉันพอจะรู้ความรู้สึกของเคนโตะเองอยู่หรอก…แต่ว่า…ทำไมต้องเป็นชั้นด้วยเนี่ย (ขำ)?
เคนโตะ : นั่นน่ะ มันเริ่มจาก MYOJO เล่มเดือน 4 ปี 2006 ครับ ผมเจอยามาดะคุงครั้งแรกจากคอลัมในเล่มนั้นแหละ
ยามาดะ : เอ๊ะ นี่ไม่ได้พูดถึงช่วง “นักสืบ Q” แต่พูดถึงช่วงที่ฉันยังเป็น Jr. อยู่?
เคนโตะ : ใช่แล้วครับ จนถึงตอนนี้ก็ยังจำได้อยู่นะครับ ในตอนนั้น ยามาดะคุงใส่ชุดหมีสีน้ำเงิน โผล่ใบหน้าเปื้อนยิ้มผ่านทางช่องของบันไดออกมาให้เห็น
ยามาดะ : เข้าใจล่ะ!! ยังไงดีล่ะ ฉันเองก็จำการถ่ายแบบตอนนั้นได้เหมือนกัน
เคนโตะ : ตอนที่ผมเห็นรอยยิ้มในภาพนั้น คือ ขอโทษนะครับ ผมก็ตะลึงมากเลยว่า “เด็กคนนี้ สุดยอดเลย!!!” แล้วก็เอาไปโม้กับคุณแม่ล่ะครับ “ยังไงเด็กคนนี้ก็ต้องดังแน่ ๆ!!!” ผมบอกแม่แบบนี้…2 ปีให้หลัง ก็มี “นักสืบ Q” เข้ามา ตอนนั้นยามาดะคุงเท่มากเลยครับ ผมก็ไปโม้กับแม่อีกรอบ ประมาณว่า “เห็นมั้ยล่ะ!?” “ผมพูดไว้แล้ว!?” ตอนนั้นแหละครับ ที่ผมเริ่มหมกมุ่นกับยามาดะคุง จากนั้นก็ตอนเปิดตัวเดบิวส์ Hey! Say! 7 แล้วผมก็ได้อยู่เชียร์ที่โรงเรียนมัธยมต้น ได้เต้น “Hey! Say!” ในงานโรงเรียนเรื่องท่าเต้น ผมก็ดู PV วนไปวนมา จับท่าได้เร็วกว่าใครอื่นเลยล่ะครับ…. แล้วใน PV ก็มีเวอชั่นที่ดึงเอาภาพใบหน้าของเม็มเบอร์ออกมา อันนั้นก็เหมือนกันครับ ที่ยามาดะคุงเป็นเซ็นเตอร์ ผมก็ดูวนไปวนมาหลายรอบ….
ยามาดะ : มันมีแบบนั้นด้วยเหรอ? (ขำ)
เคนโตะ : มีสิครับ!!!
ยามาดะ : สุดยอดอ่ะ จำได้เยอะกว่าฉันอีก!

ความตกตะลึงที่ได้เจอตัวครั้งแรก แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ลืม
เคนโตะ : เจอครั้งแรกก็ตอนที่ได้เต้นให้ในคอน “Hey! Say! JUMP Spring Concert 2008″…ตอนนั้นก็ยังตกใจอยู่ครับ ตอนนั้นผมใส่เสื้อเชิร์ต Aloha ล่ะ แต่ยามาดะคุงใส่ชุดที่สง่างามราวกับปีกสีส้มงอกออกมาเลย…
ยามาดะ : จำได้ดีนะเนี่ย
เคนโตะ :  ตอนซ้อมที่ครูสอนเต้นมีเหวี่ยง ๆ ก็เห็นว่ามีคนเดินสง่างามอยู่คนเดียวล่ะ แล้วคนนั้นก็เป็นยามาดะคุง!!!! อื่นใดคือ ผมก็ยังใส่เสื้อเชิร์ต Aloha อยู่…
ยามาดะ : นายพูดถึงเสื้อเชิร์ต Aloha 2 รอบและ
เคนโตะ : เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวจะพูดอีกรอบครับ คืออยู่ใกล้ผมที่ใส่เสื้อเชิร์ต Aloha อยู่อ่ะ พอมองดูยามาดะคุงที่ผึ่งผาย สวมใส่เสื้อผ้าชั้นเยี่ยมสีส้ม ผมก็รู้สึกปลื้มปริ่มขึ้นมาเลยละครับ “นี่แหละ STAR!!!” ทั้ง ๆ ที่อายุเท่ากันแท้ ๆ แต่คนที่เปล่งประกายได้ขนาดนี้กลับมีอยู่…จากตรงนั้นแหละครับ ที่ผมได้ตกตะลึง นี่จากใจเลยนะ “ชอบอ่ะ!!”…อ่ะ! ว่าจะพูดตั้งแต่ตะกี้แล้ว อันนี้ไม่ใช่ความรู้สึกรักอะไรแบบนั้นนะครับ
ยามาดะ : ก็ปกติดีนิ ขอร้องล่ะ ห้ามมาอารมณ์รักแบบนั้นนะ (ขำ)!
เคนโตะ : ไม่รู้ว่ายามาดะคุงจะยังจำได้มั้ย แต่สำหรับผมนี่นึกอะไรได้เยอะเลยครับ ในบรรดาที่นึกได้นะครับ มันต้องเป็นตอน “ตอนสุดท้าย การตัดสินรอบคัดเลือกวอลเล่โอลิมปิกโลก ที่ปักกิ่ง ปี 2008” ผมก็ไปซ้อมอย่างตื่นเต้นว่า “จะได้เจอยามาดะคุง” พอไปถึงตรงนั้น มีแค่ยามาดะคุงเท่านั้นที่ผมหาไม่เจอ แล้วพอไปถามคนอื่น ๆ ก็บอกมาว่า “ไปถ่ายละครเรื่อง “Furuhata Chuugakkou””…ในตอนนั้นก็เท่อยู่หรอกครับ แต่แบบยามาดะคุงไม่อยู่ ไม่ได้เจอยามาดะคุง นี่มันเป็นช่วงอารมณ์ที่หาได้ยาก!! (Rare Feeling)…ในห้องพัก ผมก็กัด ๆ ไปที่ “เท็นมูสึ” ที่เราไม่สามารถกินด้วยกันได้อ่ะ กัดด้วยท่าทางเศร้า ๆ นี่แหละ… อ้อ วันนี้เองก็เหมือนกันครับ พอเข้ามาที่สตูดิโอ แล้วยามาดะคุงยังไม่มาอ่ะ ผมก็นึกถึงเหตุการณ์นั่นเลย “มาและ!! อารมณ์ที่หาได้ยากแบบนี้!!”
ยามาดะ : นายนี่มันเด็กแปลกจริง ๆ (ขำ)

ถึงจะเป็นเพื่อน แต่เพราะเป็นคู่แข่ง ถึงได้เติบโตขึ้นมาได้
เคนโตะ : ถ้าจะให้พูดล่ะก็ ผมจำวันที่เรากล่าวทักทาย “Ohayou gozaimasu” กันครั้งแรกได้ด้วยนะครับ…แล้วยามาดะคุงเร่ิมจำเรื่องผมได้ตอนช่วงไหนเหรอครับ?
ยามาดะ : ก่อนอื่น ต้องขอโทษไว้ก่อนเลยนะ แต่เรื่องเสื้อเชิร์ต Aloha นี่ชั้นจำไม่ได้เลยวะ (ขำ)…ที่ชื่อของเคนโตะเข้ามาอยู่ในหัวชั้นก็ตอนที่….น่าจะตอน…วอลเล่ย์บอลมั้งนะ
เคนโตะ : นี่จำผมได้ตั้งแต่ตอนนั้นเลยเหรอครับ…. (รู้สึกปลื้ม)
ยามาดะ : อ๊ะ ตอนนั้น(ขำ)? ก็เพราะว่าทำงานด้วยกันล่ะเนอะ ถ้าชั้นไม่รู้จักนี่ก็แย่ใช่มั้ยล่ะ
เคนโตะ : แต่ว่า เดี๋ยวก่อนนะครับ!! ก่อนหน้าวอลเล่ย์บอล เราก็แสดงละครเรื่อง “Scrap Teacher” ด้วยกันไม่ใช่เหรอครับ!!
ยามาดะ : อ๊ะ นั่นสิ ขอโทษ ขอโทษ (ขำ)…ตอนนั้นฟูมะเองก็แสดงด้วยนิเนอะ แต่ว่า ตอนที่ถ่ายละครก็ไม่ค่อยได้คุยกันเลย
เคนโตะ : แล้ว…ภาพลักษณ์ของผมตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ?
ยามาดะ : ก็เป็นวัยรุ่นที่สดใส มีความตั้งใจ สุภาพ แม้แต่ตอนนี้นายก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร อีกอย่าง นายสีคนละสีกันกับฟูมะนินา พอฉันมองพวกนายสองคน มันทำให้ฉันคิดว่า “พวกเขาช่างเหมือนกับฉันกับ(นาคาจิม่า)ยูโตะจังเลยนะ” รู้สึกว่าฉันจะมองเป็นแบบนั้นล่ะ ไม่รู้ว่าถ้าบอกว่า “คู่แข่ง” มันจะถูกต้องมั้ย ต่างฝ่ายต่างก็คิดว่า “ไม่อยากจะแพ้ไอ้หมอนี่”…ในระหว่างที่เคารพซึ่งกันและกัน แต่ก็มีที่ไหนซักแห่งที่พวกนายจะคิดว่า “เกลียด”…ฉันกับยูโตะก็เลยเป็นอย่างนั้นมา
เคนโตะ : งั้นเหรอครับ?
ยามาดะ : ไม่เข้าใจสินะ ยูโตะเองก็พูดออก TV เหมือนกัน อย่างตอนแรก ยูโตะเป็นเซ็นเตอร์ของ Hey! Say! JUMP แต่พอมาซิงเกิล “Dreams come True”(2008) ฉันก็กลายมาเป็นเซ็นเตอร์ล่ะ ยูโตะเองก็น่าจะมีความรู้สึกของยูโตะเหมือนกัน นับตั้งแต่นั้น ก็เหมือนว่าความรู้สึกค้าง ๆ คา ๆ มันเริ่มก่อตัว ส่วนเรื่องที่เราไปเคลียกันก็ตอนวันเกิดของจิเนน (ยูริ) ตอนนั้นวันเกิดครบรอบ 20 ปี ก็เริ่มเปิดฉากกันที่ว่า “ฉันเกลียดนายวะ” เป็นครั้งแรกที่เราพุ่งความรู้สึกใส่กันอย่างตรงไปตรงมา แต่ว่านะ เพราะเหตุการณ์วันนั้นแหละ ถึงได้คุยกันได้ แล้วตอนนี้ความสัมพันธ์ดี ๆ ก็ก่อขึ้นมาแล้วล่ะ
เคนโตะ : นั่นมัน…รู้สึกว่าจะเข้าใจอยู่นะครับ ผมเอง สำหรับคิคุจิแล้วนอกจากทำเพลงไปด้วยกัน คิดว่าเขามีสถานะที่สำคัญมากเลยล่ะครับ แต่ว่า แน่นอนแหละว่ามันมีที่ไหนซักแห่งของความรู้สึกที่ว่าบอก “ไม่อยากจะแพ้”….นั่นมันก็ช่วยพัฒนาศักยภาพอยู่หรอก แต่ฉับพลันก็มีที่เจ็บใจเหมือนกัน “เพราะมีคิคุจิ ถึงได้มีผมในตอนนี้” ความรู้สึกขอบคุณนั่น ก็มีเหมือนกัน
ยามาดะ : นั่นแหละ ความสัมพันธ์ที่ดีล่ะ
เคนโตะ : เพราะงั้น ตอนนี้ถึงจะวกกลับมาอีกรอบก็เถอะ แต่ว่า ในตัวผมยังมีคำพูดของยามาดะคุงอยู่นะครับ 4 ปีก่อนหน้านี้ได้มั้ง ตอน “Johnny World” ที่เราแสดงด้วยกัน ยามาดะคุงพูดกับผมสั้น ๆ ว่า “เอาชนะด้วยหน้าที่การงานสิ (仕事で勝って)”…ยกตัวอย่างเช่น มีคนที่มีในสิ่งที่ตัวเราเองไม่มี คนที่แสดงละครด้วยกัน ก็มีคนที่ทักษะการแสดงที่เก่งอยู่ ที่สามารถเอามาเทียบกับงานของพวกเราได้ มีความรู้สึกที่ว่า “ถ้าไม่ตั้งใจทำแล้วล่ะก็ สู้ไม่ได้แน่ ๆ” อยู่ด้วยล่ะ…ทั้งอิจฉาคนอื่น… แน่นอนว่ามันมีช่วงเวลาแบบนั้น แต่ว่า ที่เป็นแบบนั้น ไม่ใช่เพราะว่าคิดอะไรแง่ลบ แต่เพราะเพื่อที่จะให้ตัวเองเติบโต เพื่อที่จะให้ตัวเองก้าวไปข้างหน้า ก็ควรจะเติมพลังเข้าไป ความคิดนั้น ยามาดะคุงสอนผมมาล่ะ
ยามาดะ : ชั้นพูดแบบนั้นจริงดิ (ขำ)
เคนโตะ : พูดครับ!!! ผมยึดมั่นกับคำพูดนั้นมาตลอดระยะเวลา 4 ปีนี้เลยนะครับ!!

เป้าหมายที่ยามาดะ…“LoveHolic Prince”♡
เคนโตะ : โดยเฉพาะในตอนที่แสดง “Johnny World” ด้วยกัน ก็ได้สอนอะไรเยอะแยะให้กับผมล่ะ
ยามาดะ : ฉันคิดว่าฉันเองไม่ได้สอนอะไรไปเลยนะ ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะก็…ฉันน่ะ ไม่ได้คิดว่าพวกเคนโตะเป็นรุ่นน้องเลยนะ ถึงดูจากภาพลักษณ์แล้ว จะเป็นรุ่นพี่กับรุ่นน้องก็เถอะ ก็ไม่ได้จุกจิกอะไร แถมเคนโตะเองก็ยังอายุเท่าฉันด้วย คิดว่าเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์มากกว่าอ่ะ
เคนโตะ : ยามาดะคุงน่ะ ถึงจะพูดว่า “ไม่ได้สอนอะไร” “ไม่ได้ทำอะไร” ก็เถอะ แต่ในช่วงที่แสดงละครเวที แล้วผมเจ็บคอ คุณก็ยังเป็นห่วงแล้วส่งเมล์มาหา, แบ่ง Mizuame ให้ผม… ทำอะไรหลาย ๆ อย่างให้…มีน้ำใจถึงขนาดนั้น มองไปรอบ ๆ ด้วยสายตากว้างไกล ตอนนี้ถึงผมจะเป็นรีดเดอร์แล้ว ก็กลับมาคิดตระหนักถึงความสุดยอดของยามาดะคุง
ยามาดะ : ฉันทำเรื่องแบบนั้นด้วยยย ฉันนี่จำไม่ได้เลย (ขำ) แต่ว่า ตอนนี้ ที่ได้แสดงละคร แสดงภาพยนตร์เหมือน ๆ กัน….กิจกรรมของเคนโตะช่วยผลักดันฉันนะ… แล้ว มีเรื่องอยากจะถาม ถ้าพูดถึง “เคนโตะ” แล้ว ก็ต้อง “องค์ชาย”…อารมณ์นั้นมัน..ทำไมเหรอ?
เคนโตะ : หมายความว่าไงเหรอครับ (ขำ) !?
ยามาดะ : เอ่อ…ก็มองจากมุมของฉันแล้ว ไม่รู้สึกถึงสิ่งที่ว่า “กำลังสร้าง” เลยอ่ะ…จากตอนไพรเวทแล้วแบบมันน่าจะ “ก็เป็นแบบนี้อ่ะ”…บางที ก็คิดว่า ต่อให้รักกับผู้หญิง ก็น่าจะเป็นอารมณ์นี้ตลอด ใส่สูทจริง ๆ ขับรถเปิดประทุน ให้ช่อดอกไม้ ประมาณนั้น (ขำ)
เคนโตะ : เป็นแบบนั้นซะเยอะครับ ♡
ยามาดะ : หมายความว่า นั่นคือสไตล์ของเคนโตะ เป็นสิ่งที่ไม่มีในตัวชั้น ยังไงกันนะเนี่ย
เคนโตะ : ไม่ใช่ ไม่ใช่นะ คิดว่าองค์ประกอบแบบนี้ก็มีอยู่ในตัวยามาดะคุงเหมือนกัน ไม่ว่าจะยังไง เป้าหมายก็คือยามาดะคุง ผมถึงได้มาถึงขนาดนี้!!
ยามาดะ : เอ๊ะ ผลลัพธ์ที่จัดชั้นไปเป็นเป้าหมายนี่ก็คือ “LoveHolic Prince” งั้นเหรอ!?
เคนโตะ : ก็แค่…เป้าหมายมันคลาดเคลื่อนระหว่างทางไปหน่อยแค่นั้นเองอ่ะครับ (ขำ)
ยามาดะ : ชั้นน่ะ เคยดู TV “JMK นาคาจิม่า เคนโตะ LoveHolic Prince” แค่ครั้งเดียว แต่มันสุดยอดมากเลยนะ…รูปลักษณ์นายออร่ามาก จนถึงตอนนี้ เวลาที่พูดว่า “เคนโตะ” ก็จะอิมเมจนั้นเลย
เคนโตะ : ขอบคุณครับ!! แต่ว่า ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็อยากจะพูด เป้าหมายในฐานะที่เป็น Best ของไอดอล ไม่ว่าจะเมื่อก่อน หรือตอนนี้ ยังไงก็ยังคงเป็นยามาดะคุงนะครับ
ยามาดะ : ชั้นว่านายเข้าใจผิดครั้งใหญ่เลย
เคนโตะ : อ่าาา คิดว่านั่นน่ะ เป็นการปรุงแต่งตามใจชอบของผมเองนั่นแหละ
ยามาดะ : นายใส่ไฟเกินไปสินะ (ขำ)

ตื่นเต้น? ทั้ง ๆ ที่กินกล้วยที่บ้านฉัน (ขำ)
ยามาดะ : ที่ทึ่งเลยคือ ตอนที่นายมาที่บ้านฉัน นายกินกล้วยที่อยู่ในห้องครัวอ่ะ
เคนโตะ : เอ่อ…นั่นมัน เป็นกล้วยแห่ง…ความรู้สึกสำเร็จ โล่งใจน่ะครับ ประมาณว่า “ฉันมาถึงบ้านยามาดะคุงผู้ที่ชั้นหลงไหลแล้วเว้ย!!” “ความฝันยาวนานของฉันเป็นจริงแล้ว!!” (ขำ)
ยามาดะ : อานะ…แต่ฉันย้ายออกมาจากบ้านนั้นแล้วล่ะ ขอพูดไว้ก่อนเลยแล้วกัน “นายยังไม่บรรลุเว้ย!!” (ขำ)
เคนโตะ : จริงเหรอครับ!? คราวหลัง ช่วยชวนผมไปที่บ้านด้วยนะครับ!! เรื่องงานนี่จะพยายามเลย!!
ยามาดะ : เร็ว ๆ นี้เนอะ ♡
เคนโตะ : พูดแบบนั้น…เรื่องสัญญาเนื้อย่างก็เหมือนกันครับ ยังไม่ชวนผมเลยนะครับ!! เรื่องนี้อยากจะพูดในฐานะที่เป็นบุคคลอายุเท่ากัน “ยามาดะ ไปกินเนื้อย่างกัน!!”
ยามาดะ : วันนี้ ครั้งแรกเลยที่อยู่ในฐานะอายุเท่ากัน (ขำ)…ครั้งนี้ที่ได้คุยกัน ถึงจะได้คิดอะไรใหม่ ๆ แต่ว่ายิ่งรู้จักเคนโตะมากเท่าไร ยิ่งรู้ว่านายไม่มีเบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง นายเป็นผู้ชายที่แบบ “ก็เป็นแบบนี้อ่ะ”…ที่เป็นแบบนี้ ฉันไม่ใช่ไม่ชอบนะ ฉันอยากให้นายเป็นแบบนี้ต่อไป
เคนโตะ : ผมดีใจกับคำพูดนั้นมากเลยครับ!! ผมเองก็เหมือนกัน มีเรื่องอยากจะขอร้องในตอนท้ายอ่ะครับ…ช่วยถ่ายภาพ Two-Shot กับผมหน่อยได้มั้ยครับ? ใช้มือถือผมอ่ะ
ยามาดะ : ฮุ~ เอาดิ มาถ่ายกัน!

kaino1.1

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s