[Tran] T. No.31 菅田中島

… ก่อนที่จะมาแสดงภาพยนตร์ด้วยกัน มีอะไรที่คล้ายกันบ้าง
中島 : จะว่าวัยเดียวกันก็ไม่ใช่…
菅田 : ยูโตะเด็กกว่านิเนอะ
中島 : ถึงจะเกิดปี 93 เหมือนกันก็เถอะ แต่ผมเป็นน้องเขา 1 ปี แล้วก็ผมก็เริ่มที่จะสนใจขึ้นมาว่า ตั้งแต่มาซากิเดบิวเป็นนักแสดงมา เขาทำแบบไหนกันนะถึงได้เป็นนักแสดงแบบนี้ได้
菅田 : นี่นายคิดขนาดนั้นเลยเหรอ?(ขำ)
中島 : ก็ทั้ง ๆ ที่นายยังเด็กอยู่แท้ ๆ แต่กลับทำให้คนสนใจ แถมการแสดงยังดูเป็นธรรมชาติ ก็แค่ตกใจอานะ แต่ว่าฉันก็ได้ฟังมาจากยามาดะ (เรียวสุเกะ) ที่แสดงภาพยนตร์ “ห้องเรียนลอบสังหาร” ร่วมกับนายแล้วล่ะ ว่านายน่ะ “เป็นคนที่ดีมาก แล้วก็น่าสนใจ” แล้วฉันก็รู้ด้วยนะว่านายชอบกีต้าร์
菅田 : เริ่มแรกก็จากตรงนั้นแหละเนอะ!
中島 : นั่นแหละ สนิทกันก็เพราะคุยกันเรื่องกีต้าร์นี่แหละ ตอนที่ถ่ายภาพยนตร์ก็มีฉากที่เล่นกีต้าร์ด้วยกันด้วยอ่ะ
菅田 : แต่ว่า ฉันรู้จักยูโตะที่อยู่ Hey! Say! 8 เหมือนกันนะ (ขำ)
中島 : นายนี่รู้จัก Hey! Say! 7 เยอะอ่ะ (ขำ)
菅田 : เพราะงั้น ถึงได้เป็นคนในทีวีที่ฉันดูตอนเด็กไงล่ะ สำหรับยูโตะแล้วเป็นความรู้สึกแรกของฉันเลยนะ
中島 : อ้อ แบบนั้นนั่นเอง
菅田 : มันก็แบบนั้นแหละ ชื่อของยูโตะน่ะ ตอนที่ฉันกลับบ้านจากทำกิจกรรมชมรมจู่ ๆ ก็พูดออกมาล่ะ “เมื่อวาน นั่นน่ะ ได้ดูมั้ย?” หัวข้องประมาณนั้น….ต่อให้นายจะอยู่ใน Johnny แต่นายมีบรรยากาศที่แตกต่างจากคนอื่นนะ ทั้งคิ้วที่หนา ดูมีไหวพริบ อีกอย่าง…นี่ฉันชมนายนะ นายมีกลิ่นอายของยุคโชวะ
中島 : เรื่องนั้นฉันเองก็ถูกบอกมาเยอะเหมือนกัน (ขำ)
菅田 : แต่ว่า รอยยิ้มของนายนี่ดูสดใสมาก บางอย่างที่คิดว่าไม่น่าจะมีอยู่แน่ ๆ แต่กลับมี…แต่ว่านะ พอฉันได้เจอยูโตะ ฉันถึงได้เข้าใจว่าทำไมถึงมีทั้ง 2 อย่างนั้นอยู่ในตัวนาย…-No Data-…แถมดูท่าจะเป็นพวกที่มีความอยากรู้อยากเห็นเต็มเปี้ยม
中島 : น่าจะเป็นแบบว่า พอได้ติดหนึบอะไรซักอย่างแล้ว จะไม่ยอมปล่อยอ่ะ
菅田 : ฝึกจนเป็นโปรสินะ ตอนที่ได้ดูวีดีโอที่นายตีกลองแล้วฉันตกใจมากเลยนะ ความสามารถด้านตีกลองที่สูงขนาดนั้นเลยเหรอ? ประมาณนั้น

… การถ่ายทำภาพยนตร์ครั้งนี้ สนิทกันแทบจะทันที
菅田 : เร็วมากเลยเนอะ
中島 : นั่นน่ะสิ อย่างก่อนที่จะถ่ายทำภาพยนตร์ก็จะมีถ่ายภาพของภาพยนตร์ก่อนใช่มั้ยล่ะ ตั้งแต่วันแรกเลย ก็ไม่ค่อยจะตื่นเต้นกันเท่าไร ตอนนี้คิด ๆ เรื่องที่จะไปถามมาซากิประมาณว่า “จำบทพูดยังไง” “ดูหนังประเภทไหนบ้าง” เยอะแยะไปหมด
菅田 : สุดยอดไปเลยแฮะ~
中島 : แต่ว่า นายก็ตั้งใจตอบคำถามฉันดีนินา
菅田 : ก็เพราะนายส่งความรู้สึกมาแบบว่า ‘ตั้งใจจะถามจริง ๆ’ ยังไงล่ะ

… วันแรกถ่ายทำฉากไหนกัน
中島 : เป็นฉากไปโรงเรียนครับ
菅田 : ตอนนั้นผู้กำกับยูกิซาดะก็บอกกับพวกเราว่า “พูดอะไรออกมาหน่อย” น่าจะแบบให้พวกเราคิดบทพูดกัน
中島 : นั่นดิ เป็นฉากที่พวกเราปั่นจักรยานต์เรียบแม่น้ำอ่ะ แล้วเราก็ปรึกษากันว่า “จะพูดอะไรดี”
菅田 : ใช่ ๆ! ผมน่ะ อยากจะแกล้งให้ก๊อตจิ (ชื่อเล่นของเร็นโกะที่นาคาจิม่าแสดง) รู้สึกกลัว ก็เลยพูดขึ้นมาว่า “วันนี้มีวิชาพละนะ~” (ขำ)
中島 : ตอนนั้นฉันก็พูดด้วยท่าทีตกใจว่า “เอ๊ะ!?”(หัวเราะ)
菅田 : พอเห็นหน้าแบบนั้นแล้วก็อยากจะพูดว่า “อืม~~” ขึ้นมาเลยล่ะ

… ผู้กำกับยูกิซาดะบอกว่า “ทั้ง 2 คนเป็นประเภทที่แตกต่างกันมาก”
中島 : มาซากิจะเป็นประเภทที่ว่ามีเรื่องที่อยากจะทำอยู่ในใจอยู่แล้ว มีบ้างที่เขาเข้ามาคุยกับผมว่า “ซีนนี้ อยากจะเล่นแบบนี้”
菅田 : ก็คิดว่าถ้าเป็นซีนที่ยูโตะจะต้องเข้าฉากด้วยก็น่าจะบอกไว้ก่อน
中島 : สำหรับเรื่องนั้น ถ้าฉันไม่เทคหลาย ๆ รอบก็จะไม่ได้ฉากดี ๆ ออกมา (หัวเราะ) ในตอนที่ตัวเองกำลังคิดว่า “เอ๊ะ ตอนนี้ แสดงได้ดีออกไปหรือเปล่านะ” แล้วมันดันไปตรงกับการแสดงของมาซากิที่มีแนวทางแตกต่างจากผมก็มี ตอนนั้นน่ะ สนุกสุดยอดเลย
(หมายถึง แนวทางการแสดงของนาคาจิม่า กับสุดะแตกต่างกัน แต่ก็มีบ้างที่ความแตกต่างนั่นกลับแสดงออกมาได้เหมาะเจาะเวลากันพอดี เลยทำให้การแสดงในฉากนั้นสนุกขึ้น)

… มีช่วงที่เห็นการแสดงของแต่ละฝ่ายแล้วรู้สึกตกใจ หรือชื่นชมบ้างไหม?
中島 : ฉากโกรธอ่ะ ฝั่งผมก็ตกใจ ดูเหมือนมาซากิโกรธจริง ๆ มาก เพราะงั้น ผมก็เลยแสดงรีแอคชั่นออกไปได้ ลองคิดดี ๆ มันเหมือนกับเรื่องจริงเลยอ่ะ
菅田 : เรื่องที่ผมตกใจก็คือ แน่นอนอยู่แล้วล่ะ ยูโตะใช้อารมณ์ย่อยความสงสัยที่รู้สึก แล้วให้ความรู้สึกว่าต้องรับช่วงต่อจากเขา ครั้งแรกที่ผมเริ่มถ่ายทำภาพยนตร์ ผมไม่ได้คิดอะไรยิบย่อยขนาดนั้น คิดว่ายูโตะเป็นเหมือนกับเมล็ดพันธุ์บางอย่างในทุ่งสะวันนาที่สามารถมองหาความยืดหยุ่นจากจุดปกติถูกนำมาวางตั้งไว้ยังสถานที่ถ่ายทำล่ะ
中島 : ไม่ว่าจะเมื่อไร ฉันจะรู้สึกแย่น่ะ ถ้าในหัวของฉันจะมีเครื่องหมายคำถามเด้งดึ๋งอยู่
菅田 : เพราะงั้นถึงไม่สามารถที่จะทำได้ทันที รู้สึกเหมือนให้ความรู้สึกที่แท้จริง ล้ำลึกได้ทำในสิ่งนั้นสินะ

… จะว่าไป ช่วงครึ่งหลังของภาพยนตร์มีฉากชกต่อยกันด้วย แล้วนาคาจิม่าดันพลาดชกสุดะจริง ๆ
菅田 : เรื่องนั้นเห็นยูโตะให้สัมภาษณ์แล้วผมก็แปลกใจอยู่ (ขำ)
中島 : คือ ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองผิดไปแล้ว
菅田 : ถ้าจะให้พูดสถานการณ์ในฉากนั้นนะ เท่าที่จำได้คือหลังรู้สึกตัวผมก็นั่งลงบนเก้าอี้ ข้างหน้าผมคือใบหน้าตกใจของยูโตะ…แต่ว่าการที่นาคาจิม่า ยูโตะจะต่อยหน้าคนจริง ๆ ในฉากแอคชั่น แล้วผมไม่ได้เผชิญมันด้วยตัวเอง ไม่ใช่เรื่องปกตินะ…แถมในฉากนั้น คนที่ไล่ต้อนเขาให้มีอารมณ์ร่วมก็เป็นผมเองด้วย ผมดีใจนะที่ยูโตะสามารถมีอารมณ์ได้ไปถึงขนาดนั้น…นอกจากนั้น ถ้าไม่ทำถึงขนาดนั้น บางทีก็อาจจะถ่ายทำภาพยนตร์ออกมาไม่ได้ ผมคิดว่ามันถูกต้องแล้วล่ะ สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น

… นอกจากนั้น ทั้งสองสนิทกันเหมือนเป็นเพื่อนกันมาก่อน
菅田 : ผมน่ะ คิดเต็มไปหมดว่ายูโตะนี่สุดยอดจริง ๆ… เพื่อนน่ะเป็นสิ่งสำคัญเลยล่ะ ไม่ว่าจะเรื่องถ่ายภาพ เรื่องดนตรีที่มีความสนใจเหมือนกันก็เยอะมาก
中島 : มีที่แลกเปลี่ยนข้อมูลอาหารกันด้วยนะ อย่างเช่น “ที่นี่ อร่อยนะเฮ้ย”
菅田 : ตอนที่ทำเนื้อย่างกันก็สนุกเนอะ
中島 : ซื้อเนื้อมาเยอะเลย (ขำ)
菅田 : ผมน่ะ คิดว่ายูโตะน่ารักมากอ่ะ พอผมทำข้าวผัด เขาเองก็รู้สึกอยากจะทำขึ้นมา
中島 : ก็ข้าวผัดที่มาซากิทำมันอร่อยจริง ๆ นะ ฉันก็เลยคิดว่า ฉันเองก็อยากจะทำบ้าง!
菅田 : ฉันคิดนะว่า แบบ…อร่อยขนาดนั้นเชียว~ ฉันเองก็ดีใจเหมือนกัน แต่ว่า พอฉันได้เห็นภาพข้าวผัดที่นายส่งมาให้แล้วทั้งความรู้สึก ทั้งคุณภาพนี่สวยงามเหมือนร้านอาหารเลยอ่ะ (ขำ)
中島 : นิสัยมันออกไปด้วยน่ะ (หัวเราะ)

… หลังจากนี้ เรื่องที่อยากจะทำด้วยกัน?
中島 : พวกเราทั้ง 2 คนก็ชอบถ่ายภาพเหมือนกัน ก็อยากจะไปถ่ายภาพช่วงไพรเวทด้วยกันครับ ตอนที่ไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ปูซานก็ถ่ายภาพมาซะเยอะเลย ทั้งภาพที่โรงแรม ภาพตอนรถบัสกำลังวิ่ง…แม้แต่ตอนที่อยู่สนามบินนาริตะที่เครื่องบินเลื่อนเวลานั้น ก็ถ่ายภาพด้วยกัน (ยิ้ม)
菅田 : ตอนนั้นสนุกมากเลยเนอะ ฉันเองก็ยืมกล้องของยูโตะถ่ายเหมือนกัน ภาพนั่นน่ะ ใช้ได้อยู่ใช่มะ
中島 : อื้อ! ที่ระลึกของเราสองคนล่ะ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

ถึง สุดะ มาซากิ, นาคาจิม่า ยูโตะ

ขอบคุณสำหรับสัมภาษณ์สนุก ๆ นี้นะ อ่านเสร็จแล้วอยากจะแปลทันทีเลยล่ะ แต่ยังไงก็ต้องขอโทษที่ไม่สามารถแปลให้ถูกต้อง 100% ได้ ฉันรู้ว่าฉันยังอ่อนประสบการณ์มาก แต่ยังไงฉันก็ยังจะพยายาม ฉันเชื่อว่า ถ้าฉันพยายาม ซักวันหนึ่ง ฉันจะต้องประสบความสำเร็จแน่ ๆ ฉันอาจจะแปลได้ไม่ถูกต้อง 100% แต่ถ้าฉันพยายาม แล้วแปลได้ถูกซัก 95-96% ฉันถือว่าฉันโอเคกับตัวเองนะ

ถ้าพวกนายพยายาม
ฉันเองก็จะพยายาม

ไคโนะ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

菅田 将暉さん、中島裕翔さん へ

面白いインタビュー、ありがとうございました。読んだ後すぐにタイ語に翻訳したくなってきたよ。でも、ごめんね 100%の正しく翻訳できなくて。。。私は自分がまだまだを知っているから。でも、頑張っているよ。私ね もし自分が頑張れば、いつかできようになると信じている。100%正しくできなくても、せめて95〜96%にしたい。

二人は頑張っていれば
私も頑張ります。

カイノより。

kaino1.1

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s