[Tran] Spin Off Pink to Gray #1

คำชี้แจง

  1. แปลจาก “Spin-Off Pink to Gray” เขียนโดย “คาโต้ ชิเงอากิ” เขียนลงในนิตยสาร 小説野生時代 vol. 146
  2. ตัวละคร “อิชิกาว่า ซาริ” นั้นมีชื่อเล่นที่ทั้งคาวาโทริ, ซึซึกิ และคิโมโตะ เรียกกันว่า “Sally(サリー)” ในที่นี้จะใช้ชื่อว่า “เชลลี่”
  3. ตัวอักษรที่เป็นสีแดง หมายถึงอาจมีแปลผิดพลาด
  4. บริบทของคำจะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่คนไทยใช้กัน อาจจะไม่ได้แปลตามต้นฉบับทั้งหมด แต่ยังคงเนื้อเรื่องทั้งหมดไว้
  5. ประโยคแปลก หรือแปลผิดพลาด สามารถทักได้ทุกเวลา ยินดีแก้ไขเพื่อให้เป็นผลงานที่ออกมาดีที่สุด

หากจะนำไปโพสที่อื่น รบกวนให้เครดิต


สารบัญ

Spin Off Pink to Gray #1
Spin Off Pink to Gray #2
Spin Off Pink to Gray #3
Spin Off Pink to Gray #4


 

ก๊อตจิตายแล้ว

ภายในรถไฟที่แล่นกลับเข้าบริษัทจากการที่ออกวิ่งไปข้างนอกนั้น กลุ่มเด็กนักเรียนหญิงมัธยมปลายภายในตัวรถไฟต่างก็มีสีหน้าและเสียงร้องตกใจ พวกเขาส่งเสียงเรียกชื่อ “ชิรากิ เร็นโกะ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นทำให้ผมหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา เพื่อเช็คข่าวบันเทิง และผมก็รู้ข่าวด่วนนั่น

ชิรากิ เร็นโกะนั้นเป็นนักแสดงที่กำลังโด่งดัง ไม่ว่าจะเป็นงานด้านละคร, ภาพยนตร์, CM หรือด้านอื่น ๆ ไม่มีวันไหนที่จะไม่เห็นหน้าเขาบนสื่อ สำหรับผม เคยอาศัยอยู่แมนชั่นเดียวกันกับเขาสมัยที่ยังเป็นเด็ก นอกจากนั้นก็ยังเรียนโรงเรียนเดียวกันอีกด้วย พวกเราสนิทกันมาก วันหยุดก็ไปเที่ยวเล่นกันทั้งครอบครัว ไปไหนด้วยกันมาตลอดจนกระทั่งผมต้องย้ายโรงเรียนในช่วงฤดูหนาว ตอนประถม 4…มันเป็นช่วงก่อนที่เขาจะก้าวเข้าสู่โลกบันเทิง ภายในตัวผมนั้น ชื่อของเขาคือ “ซึซึกิ ชินโกะ” ไม่ใช่ “ชิรากิ เร็นโกะ” ซึ่งผมมักจะเรียกเขาว่า “ก๊อตจิ” เพราะงั้น ผมจะรู้สึกเขินอยู่บ้าง ยามที่เรียกเขาว่า “ชิรากิ เร็นโกะ”

ในวันนั้น ผมรู้สึกราวกับตัวเองกลายเป็น Super Star

ช่วงเวลาเดียวกับที่ผมเดินเข้ามาในบริษัท คำถามก็วิ่งเข้ามาหาผมทันที “คิโมโตะ! ชิรากิ เร็นโกะตายแล้วนะ เห็นว่าฆ่าตัวตาย” พนักงานคนอื่นเองก็เช่นกัน “จริง ๆ แล้ว นายรู้เหตุผลมั้ย?” คำถามที่วิ่งเข้ามาหาผมก็ประมาณนี้

“เรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอก แต่ว่า น่าจะมีอะไรมาก่อนหน้านี้แล้ว”

ในตอนที่ผมกลับถึงบ้าน ลูกสาวตัวน้อยของผมก็วิ่งออกมาหาผมที่ตรงหน้าประตู เธอร้องไห้ พลางพูดขึ้นมาว่า “เพื่อนป่ะป๊าตายแล้วใช่ไหมคะ? แล้ว…แล้วป่ะป๊าจะตายไหมอาคะ?”

“ป่ะป๊า ไม่ตายหรอก”

ผมตอบพลางลูบผมอันนุ่มสวยของเธอ

“วันนี้ก็เป็นแบบนี้ทั้งวันเลย” ภรรยาของผมพูดขึ้น เธอมีสีหน้าลำบากใจ

“แต่ยังไงก็ไม่อยากจะเชื่อเลยเนอะ”

“นั่นสิ ตกใจมากด้วย”

ถึงผมจะตอบเธอไปว่าอย่างนั้น แต่จริง ๆ แล้ว ผมไม่ได้ตกใจมากตามที่ตอบเธอไปหรอก เพราะผมคิดไว้แบบนั้นอยู่แล้ว

ตั้งแต่สมัยประถม ที่ก๊อตจิมักจะมีสิ่งที่ทำให้คิดว่า เขาไม่ธรรมดา ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าที่เปลี่ยมล้น ไม่สิ ไม่ใช่เรื่องนั้น อืม…จะว่ายังไงดีล่ะ เป็นบรรยากาศที่ตอนนี้ได้หายไปหมดแล้ว เพราะงั้น ทุกคนจึงไม่สามารถละสายตาออกไปจากก๊อตจิได้ รอบ ๆ ตัวเขามักจะรายล้อมไปด้วยธรรมชาติและผู้คน ช่วงที่ผมยังเป็นเพื่อนกับเขาอยู่นั้น เป็นช่วงก่อนหน้านี้นานพอสมควร แต่จนถึงตอนนี้ เสน่ห์ที่แปลกประหลาดที่เขามีอยู่นั้น ยังคงฝังอยู่ในใจของผมอยู่

ผมเป็นคนที่ไม่พยายามจะปกปิดเลยว่าตัวเองเคยเป็นเพื่อนกับชิรากิ เร็นโกะสมัยยังเด็ก ทำไมผมถึงทำอย่างนั้น?…นั่นก็เพราะ ถ้าได้เปิดประเด็นว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็กกับชิรากิ เร็นโกะ ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม บทสนทนาจะยาวและลื่นไหล สำหรับชื่อของเขานั้น ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน ก็มักจะได้ยินอยู่เสมอ ๆ…อย่างเช่น ถ้าผมพูดว่า “จริง ๆ แล้ว ตอนที่ยังเป็นเด็กนี่สนิทกันมากเลยนะ” ปฏิกิริยาจากคู่สนทนาส่วนมากก็จะ “จริงเหรอ!? เขาเป็นคนแบบไหนเหรอ!?” หรือ “เขาหน้าตาดีมาตั้งแต่เด็กเลยไหม?” ประมาณนั้น พอเป็นแบบนั้นปุ๊บ บทสนทนาต่อจากนั้นก็จะครึกครื่นขึ้นมา…แม้แต่ตอนที่ชิรากิ เร็นโกะเริ่มที่จะโด่งดังในช่วงมหาวิทยาลัยเช่นกัน กับคนในบริษัทที่ผมกำลังทำงานอยู่นี้ ผมยังคงมีพฤติกรรมการใช้ชื่อของเขาเพื่อเข้าสังคม

แม้แต่กลับลูกสาว ผมก็ยังใช้คำว่า “เพื่อนวัยเด็กของชิรากิ เร็นโกะ” มาโอ้อวดตัวเองให้เธอฟัง นับตั้งแต่นั้น เธอก็จำคำพูดมาตลอดเลยว่า “ตอนที่ป่ะป๊าเป็นเด็ก ป่ะป๊าไปเที่ยวกับพี่ชายที่อยู่ในทีวีบ่อยมาก” จากนั้นเธอก็จะพูดต่อไปว่า “แล้วทำไมป่ะป๊าไม่ออกทีวีด้วยล่ะคะ?”

“ป่ะป๊าไม่ใช่คนที่สุดยอดเหมือนพี่เขานินา ป่ะป๊าก็แค่คนธรรมดา” ผมรู้ตัวดีว่าคนอย่างผมก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น และคนอย่างผมก็มีสิ่งที่ไม่เหมือนใครอยู่เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือ ผมเป็นเพื่อนสมัยเด็กของชิรากิ เร็นโกะ…เพราะงั้น ผมถึงขอบคุณเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ เพราะก๊อตจิ จึงทำให้ผมสามารถไขว่ขว้างอะไรหลาย ๆ อย่างเข้ามาหาตัวได้

มีครั้งหนึ่ง ที่ส่อแววอันตรายอยู่เนื่อง ๆ เพราะจู่ ๆ หัวข้อการสนทนาดันกลายมาเป็นเรื่องละครไปซะได้ และนักแสดงนำก็เป็นก๊อตจิ ลูกสาวของผู้ดูแลเธอเป็นแฟนคลับของก๊อตจิเพราะละครเรื่องนี้ และก็ตามสเต็ป ผมก็บอกเขาไปว่า “เพื่อนสมัยเด็กล่ะ” ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เชื่อผมเลย ดังนั้น ผมเลยเปิดภาพที่เซฟไว้ในมือถือให้เขาดู มันเป็นภาพสมัยประถมที่ผมถ่ายภาพคู่กับก๊อตจิ นอกจากนั้นก็มีเชลลี่และริบะจังด้วย เพราะพวกเราสนิทกันมาก ผู้ใหญ่ที่อยู่รอบ ๆ ตัวพวกเรามักจะแซวกันว่า “เหมือน Stand by me เลย”

ผู้ดูแลดูท่าว่าอยากจะได้ภาพนั้น แต่ผมปฏิเสธไป เพราะคิดว่าถ้าภาพนี้รั่วออกไปบนอินเตอร์เนต จะต้องลำบากก๊อตจิแน่นอน พอปฏิเสธไป ฝั่งนั้นก็แสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง ผมก็เลยเผลอสัญญาไปว่า “แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นลายเซนล่ะก็ ได้อยู่นะ”…พอพูดอย่างนั้น ผมก็เลยเข้าอินเตอร์เนตค้นหาลายเซนของก๊อตจิ จากนั้นก็ปลอมลายเซนของก๊อตจิ เขียนชื่อคนรับ และลงวันที่ มีบ่อยครั้งที่ผมแอบคิดกังวลอยู่ว่าความลับมันจะแตกมั้ย แต่ทว่า เขากลับพูดขอบคุณผมสำหรับลายเซนนั้น “ช่วงนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับลูกสาวไม่ค่อยจะดีเลย แต่เพราะลายเซนนั่น ทำให้ตอนนี้ดีขึ้นแล้วล่ะ ขอบคุณนะ”

ความรู้สึกผิดมันก็มีอยู่บ้าง แต่ว่า ฝั่งนั้นก็แสดงความดีใจออกมามากเช่นกัน กลายเป็นว่าผมก็สัญญากับคนในบริษัทเรื่อย ๆ อยู่เช่นกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังไงผมก็คิดว่าถ้าเรื่องนี้ถึงหูก๊อตจิ เขาน่าจะอภัยให้ผม ถ้าเป็นก๊อตจิล่ะก็ ผมรู้สึกว่าเขาจะมีแค่คำพูดที่ว่า “ขอบคุณนะ” แค่นั้นแหละ

หลายวันต่อมาหลังจากที่มีข่าวการเสียชีวิตของชิรากิ เร็นโกะ ก็มีเรื่องวิ่งเข้ามากระทบผมซึ่งไม่เดือดเนื้อร้อนตัวกับการเสียชีวิตของชิรากิ เร็นโกะ เรื่องนั้นก็คือว่า ผู้ที่พบศพคนแรกคือ “คาวาโทริ ไดกิ” หรืออีกชื่อคือ “ริบะจัง” และเพราะเขาเป็นผู้พบศพคนแรกก็เลยถูกสงสัยว่าเป็นคนฆาตกรรมชิรากิ เร็นโกะ

เรื่องที่ริบะจังจะเป็นคนฆาตกรรมชิรากิ เร็นโกะนั้นมันก็มีความเป็นไปได้อยู่หรอก แต่ที่ผมตกใจนั่นก็คือว่า พวกเขายังติดต่อกันอยู่เหรอ…หลังจากที่ผมย้ายโรงเรียนไป ก็มีข่าวว่าเชลลี่เองก็ย้ายเหมือนกัน ผมก็เลยทึกทักเอาว่าสองคนที่เหลือก็น่าจะกระจัดกระจายกันไปคนละทาง แล้วพอค้นหาชื่อของริบะจังในอินเตอร์เนต พบว่าทั้งเขาและก๊อตจิยังมีงานในวงการอยู่ แต่ว่าอยู่กันคนละค่าย จากข่าวบันเทิงนั้น เห็นบอกว่าทั้ง 2 คนเรียนมัธยมที่เดียวกัน ถูกแมวมองเหมือนกัน แล้วก็เข้าวงการมาพร้อมกัน

เป็นเพราะผมคิดเองเออเองทั้งนั้น ว่าทุกคนจะต้องแยกย้ายกันไป แต่พอคิดดี ๆ แล้ว ไม่ก็ไม่ได้แปลกอะไร เพราะสองคนนั้นก็สนิทกันมากอยู่แล้วราวกับมีอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นเชื่อมพวกเขาอยู่ บางที ถ้าริบะจังฆาตกรรมก๊อตจิจริง ๆ แล้วล่ะก็ ผมนี่แหละที่จะเป็นคนนึงที่หาเหตุผลให้กับเรื่องนี้ไม่ได้ แสดงว่าจะต้องมีซักเรื่องที่หนักมาก ๆ เป็นสาเหตุ

หลังจากข่าวด่วนเรื่องริบะจัง ผมก็ไปที่บริษัทในเวลาเดียวกัน คำถามต่าง ๆ ก็ประดังประเดเข้ามาอีก “เรื่องที่นายเป็นเพื่อนสมัยเด็กของชิรากิ เร็นโกะ ก็หมายความว่า นายเองก็เป็นเพื่อนสมัยเด็กของคาวาโทริ ไดที่กำลังเป็นผู้ต้องสงสัยในตอนนี้ด้วยงั้นเหรอ?”

“ถูกต้องแล้ว! รอบ ๆ ตัวชั้นนี่มีแต่คนดัง ๆ ทั้งนั้น!” การหัวเราะเสียงดังนี่นิสัยผมเลย

“เขาเป็นคนฆ่าจริง ๆ ใช่มั้ยนะ”

“อืมมม…เรื่องนั้นคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้นะ”

“แต่จริง ๆ แล้วคาวาโทริก็เท่ดีเหมือนกันนะ”

“หมอนั่นเท่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”

‘หมอนั่น’ งั้นเหรอ…มีบางอย่างที่ดูขัด ๆ แต่เพราะว่าเพิ่งเรียกกระมั่ง บทสนทนายังคงดำเนินต่อไป และเมื่อไรก็ไม่รู้ที่ผู้คนเริ่มมารุมล้อมราวกับฝูงปลาคาร์ฟรุมกินอาหาร

-#1 END-

kaino1.1

Advertisements

2 thoughts on “[Tran] Spin Off Pink to Gray #1

  1. Pingback: [Tran] Spin Off Pink to Gray #3 | T1nG

  2. Pingback: [Tran] Spin Off Pink to Gray #4 -END- | T1nG

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s