[Review] ピンクとグレー (ชมพูเทา)

ireview
:: やらないなんてない ::

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

สวัสดีค่ะ ไม่ได้เจอกันกับ iReview มานาน ไม่ค่อยมีเวลาด้วยแหละ วันนี้จะมารีวิวนิยาย + มังงะเรื่อง
“ピンクとグレー” หรือชื่อไทยว่า “ชมพูเทา” ซึ่งเป็นนวนิยายเปิดตัวเรื่องแรกของ “คาโต้ ชิเงอากิ (NEWS)”

ตอนนี้อ่านจบไปหลายรอบแล้ว (ฉบับมังงะ) ได้อะไรจากเรื่องนี้เยอะมาก และคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่อยากจะให้ได้อ่านกัน ก็เลยตัดสินใจจะรีวิวในครั้งนี้ค่ะ

เริ่มแรกมาที่ตัวเล่มกันก่อน เล่มนิยายนั้นจะมี 2 เวอร์ชั่นคือ ปกแข็งและปกอ่อน

ปกแข็ง
ปกอ่อน

โดนเริ่มแรกนั้น ปกแข็งได้วางขายก่อนค่ะ ในปี 2012/01/26 และฉบับ E-book วางขายในวันที่ 2012/01/28 ราคาของปกแข็งจะอยู่ที่ 1,337 เยน

ส่วนปกอ่อน วางขายในวันที่ 2014/02/25 ฉบับ E-book ของปกอ่อนก็วางขายในวันเดียวกัน ซึ่งปกอ่อนนั้นรีปริ้นต์เนื่องจากฉลองยอดขาย 120,000 เล่ม (大ヒット) ซึ่งราคาของปกอ่อนจะอยู่ที่ 603 เยน

คราวนี้ความแตกต่างระหว่างปกแข็งกับปกอ่อน แน่นอนว่าปกแข็งสวยกว่าและน่าเก็บสะสมมากกว่า ในตัวเล่มกระดาษรองด้านในเป็นสีเทา พร้อมทั้งเชือกคาดหน้ากระดาษเป็นสีชมพู ทุกอย่างเรียบง่ายสำหรับปกแข็ง ถึงจะเรียบง่าย แต่ก็งดงามในตัวของมันค่ะ ตัวอักษรก็จะใหญ่กว่า ดูง่าย สบายตา มีฟุริงานะกำกับบนคันจิเกือบจะทุกตัว เมื่อไม่เข้าใจศัพท์ ก็ค้นหาคันจิง่ายค่ะ

แต่ในปกอ่อนนั้น ตัวอักษรจะเบียดกัน เล่มเล็ก พกพาสะดวก น้ำหนักเบา แต่ไม่มีอักษรฟุริงานะให้ สำหรับใครที่เริ่มอ่านนิยายญี่ปุ่นนั้นถ้าซื้อเล่มปกอ่อนจะอ่านลำบากมากค่ะ แต่ที่พิเศษสุดสำหรับเล่มปกอ่อนคือบทสัมภาษณ์คุณคาโต้ ซึ่งในเล่มใหญ่ไม่มี

สำหรับคนที่ชอบสะสมที่อยากได้บทสัมภาษณ์ด้วย งานนี้คงต้องซื้อทั้ง 2 เวอร์ชั่นค่ะ

ต่อไปมากันที่ฉบับมังงะ จะแบ่งเป็น 2 เล่มเหมือนกันค่ะ คือเล่มที่ 1 และเล่มที่ 2

เล่ม 2
เล่ม 1

สำหรับเล่มมังงะต้นฉบับของเรื่องเป็นของคุณคาโต้ แต่ผู้วาดภาพทั้งเรื่องเป็นคุณมิโอะค่ะ มีบทสัมภาษณ์ผู้วาดภาพและเจ้าของต้นฉบับภายในเล่ม นอกจากนั้น ยังมีภาพอิลลัสสวย ๆ ให้ได้ดูกันด้วย

มังงะเล่มแรก วางขายในปี 2012/12/20
และเล่มที่ 2 ในปี 2013/06/21

ราคาแต่ละเล่มอยู่ที่ 605 เยน

ตัวอย่างภาพอิลลัสภายในเล่มฉบับมังงะ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

แนะนำหนังสือทั้งแบบนวนิยาย และแบบมังงะกันไปแล้ว คราวนี้มาพูดกันเรื่องเนื้อหาด้านในกันดีกว่าค่ะ ขอเริ่มจากแนะนำตัวละครกันก่อนแล้วกัน

คาวาดะ ไดกิ
ซึซึกิ ชินโกะ
คาริน – แฟนสาวของชิรากิ เร็นโกะ
ซึซึกิ ยูอิ – พี่สาวของซึซึกิ ชินโกะ

 

 

 

 

ซึซึกิ ชินโกะ – 9 ขวบ
คาวาดะ ไดกิ – 9 ขวบ
อิชิกาว่า – เพื่อนสมัยเด็ก
แผนผังความสัมพันธ์ตัวละคร
แผนผังความสัมพันธ์ตัวละคร – ภาษาไทย

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

เนื้อเรื่องมันมีอยู่ว่า – คาวาดะ ไดกินั้นย้ายบ้านจากโอซาก้า มาที่โยโกฮาม่า เพราะหน้าที่การงานของพ่อ ทางด้านของคาวาดะที่ย้ายโรงเรียนบ่อยจนรู้สึกเอือม และสัญญากับตัวเองไว้ว่า จะไม่ผูกมิตรกับใคร เพราะเดี๋ยวก็ต้องย้ายตามพ่ออีก คราวนี้ ฝั่งคุณแม่ก็ต้องไปทำความรู้จักกับเพื่อนบ้าน ก็เลยมาเจอซึซึกิ ชินโกะ ที่เป็นเด็กวัยเดียวกัน อาศัยอยู่แมนชั่นเดียวกัน ตอนแรกคาวาดะก็ไม่ญาติดีด้วย แต่เพราะเบสบอล และแก๊งของซึซึกิ ทำให้ 2 คนนี้สนิทกัน

เข้าเรียนโรงเรียนเดียวกัน แต่ช่วงนั้น อิชิกาว่า จะต้องย้ายไปอยู่ที่อเมริกา ทำให้คนในแก๊งลดน้อยลง สุดท้าย เหลือเพียงคาวาดะ และซึซึกิ

ทั้ง 2 ตัดสินใจเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย วันหนึ่ง ขณะที่กำลังเล่นเกมกันอยู่ที่สถานีชิบูย่า ก็โดนแมวมองให้ไปถ่ายแบบนิตยสาร จากนั้นทั้ง 2 ก็รับงานด้านวงการบันเทิงเรื่อยมา เป็นทั้งนายแบบ จุดเปลี่ยนอยู่ที่งานตัวละครประกอบ ที่จู่ ๆ ซึซึกิก็เล่นพูดนอกบท และเข้าตาแมวมองที่หลวมตัวมาเล่นเป็นตัวละครประกอบด้วย ซึซึกิเริ่มที่จะได้งานด้านวงการบันเทิง ทางด้านต้นสังกัดให้ทั้ง 2 ไปคิดชื่อในวงการมา สำหรับคาวาดะ ไดกิ ได้ชื่อว่า “คาวาโทริ ได” และซึซึกิ ชินโกะ ได้ชื่อว่า “ชิรากิ เร็นโกะ”

ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไปได้ดี แต่เริ่มที่จะดิ่งลงเหวเมื่อชิรากิได้รับงานมากกว่าคาวาโทริ….ในขณะที่อีกคนพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในโลกมายา มีทุกสิ่งทุกอย่าง ชื่อเสียง, เงินทอง, คนรอบข้าง แต่อีกคนกลับยังคงเป็นเพียงตัวละครประกอบ…ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหนคาวาโทริก็ยังคงตามชิรากิไม่ทัน จากตอนแรกที่ดีใจกับความสำเร็จของเพื่อน เริ่มที่จะแปลเปลี่ยนเป็นความอิจฉา และนำมาซึ่งความแตกหัก

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

ความคิดเห็นส่วนตัว – ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า อ่านนวนิยายจบเพียงแค่รอบเดียว นอกนั้นที่อ่านวนหลาย ๆ รอบจะเป็นของมังงะ ถ้าใครเก่งญี่ปุ่นแล้ว และอยากสัมผัสตัวอักษรที่เขียนโดยคุณคาโต้จริง ๆ ก็แนะนำให้อ่านนิยายค่ะ แต่ถ้าใครคิดว่าไม่ไหว สามารถอ่านมังงะได้ เนื้อเรื่องเดียวกัน อีกอย่าง เห็นภาพได้ชัดกว่านวนิยายด้วย

เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของคุณคาโต้ ถามว่าเนื้อเรื่องน่าสนใจมั้ย บอกเลยค่ะว่า ถ้าสนใจในโลกมายาแล้วล่ะก็ ไม่น่าจะผิดหวังค่ะ หรือถ้าติดตามผลงานเพลงของคุณคาโต้มาอยู่แล้ว ลองเปลี่ยนมาอ่านงานเขียนบ้าง ก็น่าจะได้อรรถรสไปอีกแบบ

เนื้อเรื่องปูพื้นมาได้ดี เข้าใจไม่ยาก แรก ๆ ดำเนินเรื่องเนิบนาบหน่อยค่ะ เพราะเป็นเรื่องตอนเด็ก ๆ ไม่ค่อยมีอะไรน่าติดตาม แต่เรื่องจะเริ่มสนุกเมื่อตอนที่ถูกแมวมองในตอนแรก จากนั้นจะสนุกขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตอนที่เริ่มจะแตกหักกัน และจะซอฟลงเมื่อเริ่มเข้าสู่จุดสุดท้ายของเรื่อง

ในเรื่องนี้เนื้อเรื่องในอดีตกับปัจจุบันจะเล่าแบบคู่ขนาน เช่น ทำไมตอนนั้นซึซึกิ ถึงคิดแบบนั้น อะไรคือเหตุ อะไรเป็นผล ถ้าอ่านฉบับมังงะจะเห็นได้ชัดมากค่ะ (เพราะมีภาพประกอบ) เล่าลึกถึงความอิจฉาของคาวาดะไดกิ และความเหงาจากการโหมงานหนักและตัวคนเดียวของซึซึกิ ชินโกะ….

อีกอย่างที่ได้จากเรื่องนี้ เมื่ออ่านหลาย ๆ รอบ รู้สึกเหมือนกำลังอ่านสารคดีเกี่ยวกับโลกมายา ที่ใครซักคนเอามาตีแผ่ เบื้องหน้างดงาม รอยยิ้มสดใส แต่เบื้องหลังกลับตรงกันข้าม…ค้าขาย…ความเหงา…ความเหนื่อยล้าต่าง ๆ ที่เกาะกินจิตใจ…คาแรกเตอร์ที่ถูกยัดเยียดเข้ามา และต่าง ๆ นานา แทนที่จะสามารถระบายความอัดอั้นนี้ให้กับเพื่อนสนิทได้ แต่กลับทำไม่ได้ เพราะแม้แต่เพื่อน ก็ยังทิ้งไป….

เรียกได้ว่าสื่อออกมาได้ดีค่ะ แต่ที่คิดว่าสื่อได้ดีขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นเพราะคนเขียนเองก็อยู่ในวงการบันเทิง ทำให้เข้าใจและมองเห็นความเป็นไปในโลกที่กำลังเขียนอยู่นี้ จึงสามารถเล่าผ่านตัวหนังสือออกมาได้เป็นอย่างดี

ถ้าชอบเกี่ยวกับเบื้องหลังวงการบันเทิงที่ไม่ได้สวยหรูตามที่เห็น
และความสัมพันธ์ที่แตกหักระหว่างเพื่อน ไคโนะแนะนำเรื่องนี้ค่ะ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

สปอย – ① ซึซึกิ ชินโกะผูกคอตาย เขียนจดหมายลาถึงคาวาดะ หลังจากนั้นคาวาดะถูกจับ แต่เนื่องจากพิสูจน์ตัวเองได้ว่าไม่ใช่คนฆ่าซึซึกิ ทำให้ถูกปล่อยตัวออกมา หลังจากนั้นคาวาดะก็ดังเป็นพลุแตก เขาได้งานแสดงทุกอย่างเหมือนซึซึกิ และยังเขียนนวนิยายชีวิตของซึซึกิ จากนั้นนวนิยายก็ได้รับการทำเป็นภาพยนตร์ คนที่รับบทของซึซึกิ ก็คือคาวาดะ และเพราะเหตุนี้เอง ทำให้คาวาดะเข้าใจทุกอย่างที่ซึซึกิทำ และเขาเข้าใจทุกอย่าง ก็ไม่มีอะไรติดค้างอีกแล้ว คาวาดะ ไดกิจึงตัดสินใจจบชีวิตลงในฉากสุดท้ายของการถ่ายทำภาพยนตร์ นั่นคือผูกคอตายตามซึซึกิ ชินโกะไป

② ซึซึกิ ชินโกะเป็นคนขอร้องต้นสังกัดให้เพิ่มบทให้คาวาดะ ไดกิ ตอนแรกคาวาดะยอมเล่นบทคู่กับซึซึกิ แต่หลังจากนั้นคาวาดะปฏิเสธงานตลอด เพราะไม่อยากจะใช้ซึซึกิไต่เป็นบันไดเพื่อตัวเองมีชื่อเสียง เขาอยากจะดังด้วยตัวของเขาเอง แต่พยายามเท่าไรก็ทำไม่ได้ สุดท้ายซึซึกิเปิดใจคุยกับคาวาดะ และทั้ง 2 ก็แตกหักกันในที่สุด

③ อิชิกาว่า คบกับซึซึกิ ก่อนที่จะเลิกกันและด้านอิชิกาว่าไปแต่งงานใหม่นั้น ทั้งคู่เกิดมีปากเสียงกัน เพราะซึซึกิทำงานหนักจนไม่สนใจคนรอบข้าง อิชิกาว่าจึงเผาบทละครและตารางงานของซึซึกิต่อหน้าเขา นั่นทำให้ทั้ง 2 เลิกกันในที่สุด

แฟนคนสุดท้ายของซึซึกิ คือคาริน และเธอเองก็ไปขอร้องคาวาดะว่าอยากจะรับบท “คาริน” (แสดงเป็นตัวเอง) ในภาพยนตร์ประวัติของซึซึกิ

⑤ ซึซึกิพยายามทำทุกอย่างในโลกบันเทิง เพราะอยากจะเข้าใจพี่สาวของตัวเองที่ยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อการเต้น

⑥ พี่สาวของซึซึกิ พลัดตกลงมาจากที่สูงในการแข่งขันเต้น ทำให้ต้องอยู่ที่โรงพยาบาล ใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่มาวันหนึ่ง พี่สาวของเขาตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการตัดสายเครื่องช่วยหายใจ

ที่คาวาดะยอมเขียนนวนิยายเกี่ยวกับซึซึกิแทนที่จะออกรายการทีวี เพราะคาวาดะคิดว่าการออกรายการทีวียังไงก็ต้องถูกตัดบางฉากออกไป บางที ฉากที่ถูกตัด อาจจะเป็นใจความสำคัญก็ได้ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์นั้น คาวาดะจึงตัดสินใจเขียนนวนิยาย เพราะยังไงแล้ว คงไม่มีใครมาตัดเนื้อเรื่องในนวนิยายออกหรอก

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

ตอนนี้ “ピンクとグレー” ถูกทำออกมาเป็นภาพยนตร์ที่จะฉายในประเทศญี่ปุ่น วันที่ 9/01/2016 ค่ะ

http://pinktogray.com

ตัวละครหลัก
Kawada Daiki
Suzuki Shingo

ผู้กำกับ
Yukisada Isao

เขียนบท
Hourai Ryuta

โดยเริ่มถ่ายทำไปตั้งแต่ต้นปี 2015 และกำหนดฉายในประเทศญี่ปุ่น ต้นปี 2016 แต่ฉายครั้งแรกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ที่ปูซาน ประเทศเกาหลี (Busan International Film Festival 2015) ในวันที่ 1~10 ตุลาคม 2015 โดย Nakajima Yuto จะเดินพรมแดงในวันที่ 1 ตุลาคม และร่วมชมภาพยนตร์ด้วยกันในวันที่ 2 ตุลาคมค่ะ

สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้นั้น เป็นเรื่องเดบิวต์ของ Nakajima Yuto ในฐานะนักแสดงภาพยนตร์

ภายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ปูซาน “ピンクとグレー” นั้นถูกจัดให้อยู่ในหมวด A Window on Asian Cenema

ความยาวของภาพยนตร์เรื่องนี้จะอยู่ที่ 119 นาที
รายละเอียดการฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ปูซานครั้งนี้นั้น สามารถติดตามได้ที่ลิ้งค์นี้ค่ะ
biff – Pink and Gray

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

ใครที่ชื่นชอบเบื้องลึก เบื้องหลังของวงการบันเทิง
ก็อยากจะแนะนำให้ได้อ่านเรื่องนี้ค่ะ เอาที่อ่าน
แล้วเข้าใจง่าย ก็ฉบับมังงะก็ได้ เข้าใจเนื้อเรื่อง
ได้เหมือนกัน ^^

ตอนนี้ไคโนะเองก็ได้แปลบทที่ 5 ของฉบับมังงะเป็นภาษาไทยไว้
สามารถทดลองอ่านได้ตามลิ้งค์ด้านล่างค่ะ

[TRAN] ピンクとグレー EP 5 (TH)

ขอให้มีความสุขกับโลกมายาแห่งนี้ค่ะ

95e66-untitled-2
หากต้องการพูดคุยเกี่ยวกับนวนิายายเรื่องนี้ หรือสอบถามคอมเม้นในเอนทรี่นี้
หรือที่ทวิตเตอร์ @ka1noo ก็ได้ค่ะ

・http://bit.ly/1PTO3E5
・http://www.kadokawa.co.jp/pink-gray/
・http://www.biff.kr/structure/eng/default.asp
・http://pinktogray.com

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s