KainO : ผ่าน N2 ฉันอ่านอะไรบ้าง?

:: JLPT N2に合格した ::

มาย้อนความหลังกันก่อนค่ะ
・ครั้งที่สอบ N3 ผ่านนั้นคือรอบเดือน 12 ปี 2013 ที่ประเทศญี่ปุ่น (ผ่าน)

(เขียนบล็อค “ผ่าน N3 ฉันอ่านอะไรบ้าง?” ← จิ้ม )

・ครั้งแรกที่สอบ N2 คือเดือน 7 ปี 2014 ที่ประเทศญี่ปุ่น (ไม่ผ่าน)
ไม่ซีเรียส เพราะเป็นครั้งแรก

・ครั้งที่ 2 กับ N2 เดือน 12 ปี 2014 ที่ประเทศไทย มีเวลาว่างเตรียมตัว 3 เดือนเต็ม (ไม่ผ่าน)
เครียดมาก โกรธตัวเองมาก คะแนนน้อยกว่าครั้งแรกที่สอบที่ญี่ปุ่น

・ครั้งที่ 3 กับ N2 เดือน 7 ปี 2015 ที่ประเทศไทย มีเวลาเตรียมตัว 3~4 เดือน (ผ่าน)

(เขียนบล็อค “ผ่าน N2 ฉันอ่านอะไรบ้าง?“)


ที่มาต่าง ๆ ก็ตามนั้นค่ะ คราวนี้เรามาดูกันว่าระยะเวลา 3~4 เดือนนั้น ไคโนะเตรียมตัวอะไรบ้าง
จะแบ่งส่วนเป็นดังนี้ค่ะ
1. คำศัพท์ : 新完全マスター N2 語彙
สำหรับคำศัพท์ ไคโนะอ่านหนังสือเล่มนี้ค่ะ พอดีที่สาขาจะมีให้ทำการบ้านช่วงปิดเทอมหน้าร้อน อาจารย์ไม่กำหนดหนังสือว่าจะให้ทำเล่มไหน แต่ให้ไปหาหนังสือที่คิดว่าจะมีประโยชน์กับตัวเองในอนาคตมาทำ ไคโนะก็เลยเลือกเล่มนี้
A1Xesz0esAL_zpsuoyngptl
คือถ้าถามไคโนะว่าเล่มนี้ดีมั้ย บอกเลยว่าศัพท์ N2 ที่ออกในรอบนี้นั้นเยอะมากค่ะ ทั้งพาทที่เป็นคันจิ (อ่านเล่มนี้แล้วจะควบคันจิไปด้วย) หรือพาทคำที่ความหมายเหมือนกัน เรียกได้ว่าถ้าจะอ่านคำศัพท์ ยังไงก็แนะนำเล่มนี้ไว้ก่อนค่ะ

แต่จะลำบากหน่อยก็ตรงที่ว่า มันไม่มีภาษาไทยเลย เป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วแปลอังกฤษเอาค่ะ ถ้าเก่งอังกฤษก็ดีไป แต่ถ้าโง่อังกฤษแบบไคโนะ งานนี้ตายลูกเดียวค่ะ

มีขายที่คิโนะคุนิยะ ถ้าจำไม่ผิด ซีรี่ส์นี้เล่มละ 700+ บาท (ฝากเพื่อนซื้อจากญี่ปุ่น แล้วหิ้วมาไทย ดีกว่าค่ะ ไม่งั้นก็ วิ่งเข้าห้องสาขา แล้วไปขอยืมถ่ายเอกสารดีกว่า ← สำหรับนักศึกษาสาขาการสอนภาษาญี่ปุ่น คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น : หรือถ้าอยากได้จริง ๆ ทักหลังไมค์มาค่ะ จะช่วย)

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

2. คันจิ : เตรียมสอบวัดระดับ N2 คันจิ

อันนี้ก็สืบเนื่องจากสาขาให้ทำการบ้านปิดเทอม และสามารถเลือกหนังสือได้ ก็เลยเลือกทำคันจิเล่มนี้ ถามว่ามีคันจิที่อยู่ในเล่มนี้แล้วออกข้อสอบมั้ย….

บอกตามตรงนะคะ อ่านแค่ 新完全マスター N2 語彙 มันก็ได้คันจิแล้วค่ะ คันจิที่อยู่ใน “新完全” นั้น ออกเยอะกว่าอิเล่มนี้อีกค่ะ =.=” ไม่อยากจะดิสเครดิตหนังสือ แต่บอกตรง ๆ ว่าคันจิจากเล่มนี้แทบจะไม่ออก….

แต่ถ้าจะเอาให้อุ่นใจ อ่านไปก็ดีค่ะ เผื่อมันไปโผล่ในบทอ่าน อะไรแบบนี้ แต่เอาตรง ๆ ไคโนะอ่านเล่มนี้น้อยกว่าตัว “新完全” อีกค่ะ …..

แต่ที่เราอ่าน เพราะเราต้องทำการบ้านส่งตอนเปิดเทอม เพราะงั้น อ่าน ๆ ไปก็ไม่ได้เสียหายอะไร =.=” (แต่ถ้าเวลามีไม่เยอะ ไม่ต้องมาเสียเวลาอ่านเล่มนี้ค่ะ บอกตรง ๆ)

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

3. ไวยากรณ์ : TRY! N2, ไวยากรณ์ระดับ 2 เตรียมสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น
สำหรับไวยากรณ์ ไคโนะจะอ่านอยู่ 2 เล่ม โดยเล่ม “TRY! N2” อ่านจบ 2 รอบ และเล่ม “ไวยากรณ์ระดับ 2 เตรียมสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น” อ่านจบ 3 รอบ
สำหรับเล่ม “TRY! N2” นั้นมีแปลภาษาไทยค่ะ เล่มไม่แพง 200+ บาท หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป เล่มนี้ไคโนะก็เลือกทำเป็นการบ้านสำหรับปิดเทอมหน้าร้อนด้วย

ข้อดีของเล่มนี้จะมีทั้งบทอ่าน, ไวยากรณ์แบบเข้มข้น (พื้น N3 ไม่แน่นพอจะทำความเข้าใจไวยากรณ์ในเล่มนี้ลำบาก), มีทริก หรือข้อควรจำให้ในเล่ม, มีฝึกการฟัง

ถามว่าคุ้มมั้ย…ตอบว่าคุ้มค่ะ แต่…ไวยากรณ์ในเล่มนี้เกิน N2 มีหลายไวยากรณ์ที่ทะลุไป N1 แต่อ่านไว้ก็ไม่เสียหายค่ะ อีกอย่าง ที่เว็บของ สสท ก็มีลิสคำศัพท์ทั้งหมดในเล่มนี้ไว้ให้เราดาวโหลดด้วยฟรี ๆ เพราะงั้น ถ้าอ่านเล่มนี้ แล้วควบลิสคำศัพท์ด้วย ก็จะดีมากค่ะ เล่มเล็ก พกพาง่าย อ่านจบเร็ว
สำหรับลิ้งค์ดาวโหลดคำศัพท์ประกอบ : รวมศัพท์ TRY! N2 ภาษาไทย


เล่มนี้หาซื้อแทบจะไม่ได้แล้วค่ะ เพราะไคโนะเองก็หาซื้ออยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่มี เลยได้ยืมของเพื่อนมาถ่ายเอกสาร แล้วก็ไปหาเพิ่มเติมในหอสมุดของมหาวิทยาลัย

สำหรับไคโนะ อยากจะแนะนำเล่มนี้มากกว่าค่ะ ไวยากรณ์ตรงกับ N2 มากกว่า “TRY!” คือเอาแต่ที่มันออก N2 มาอาค่ะ เวลาเราอ่าน เราจะได้ไม่เสียเวลามาก อ่านแต่เนื้อ ๆ ดีกว่า มีแบบฝึกหัด มีอะไรให้ ตัวหนังสือก็ใหญ่ดี อ่านง่าย เล่มนี้ไคโนะก็ทำส่งอาจารย์เป็นการบ้านช่วงปิดเทอมเหมือนกัน

อธิบายเข้าใจง่ายดีค่ะ ตัวอย่างประกอบ 1 ไวยากรณ์ก็ประมาณ 4~5 ตัวอย่าง ถือว่าเพียงพอ ไม่น้อยเกินไป

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

หนังสือรวม 3 ทักษะไว้ในเล่มเดียว

ในเล่มนี้จะมีทั้งหมด 3 ทักษะ นั่นคือ “คันจิ, ไวยากรณ์, คำศัพท์” ตอนนี้เท่าที่เห็นมีการแบ่งเล่มดังนี้ “N5, N4, N3~N2, N1”

ถ้าถามว่าไคโนะแนะนำมั้ย ก็แนะนำนะคะ เล่มนี้ถูกแนะนำมาอีกทีจากพี่ส้ม ก็ลองเอามาทำ ๆ ดู ถือว่าโอเคในระดับหนึ่งค่ะ แต่ศัพท์ ไวยากรณ์ คันจิ ฝั่ง N3 จะเยอะกว่าฝั่ง N2 ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ถือว่าเราทบทวน N3 ไปในตัว

นอกจากนั้น ก็ยังมีการอธิบายคำศัพท์ คันจิ ไวยากรณ์ให้ด้วย แต่สำหรับไวยากรณ์นั้น จะอธิบายไม่ละเอียดค่ะ (ไม่ละเอียดมาก) ยังไงก็ต้องมีเล่ม “TRY! N2” หรือ “ไวยากรณ์ระดับ 2” พกติดตัวไปด้วย

ถ้าเอาไว้ทำเล่น ๆ แก้เครียดสำหรับใครที่ผ่าน N3 แล้ว ก็แนะนำค่ะ ^^ เล่มนี้ก็ทำส่งเป็นการบ้านปิดเทอมเช่นกัน

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

3 ทักษะหลักผ่านไปแล้ว คราวนี้เหลืออีก 2 ทักษะคือ “อ่าน” และ “ฟัง”
ไคโนะบอกไว้ก่อนว่า 2 ทักษะนี้ ไคโนะปล่อยค่ะ เพราะไม่รู้ว่าจะไปเอาหนังสืออะไรมาอ่าน
แต่จะสรุป เท่าที่ทำตามนี้นะคะ

4. การอ่าน : อ่านนิยายภาษาญี่ปุ่น, แปลนิตยสาร
เรียกว่าเป็นวิถีติ่งล่ะค่ะ สำหรับสกิลนี้
นิยายที่ไคโนะเลือกอ่านคือ “ピンクとグレー (ชมพูเทา)” โดยซื้อเล่มปกแข็งค่ะ ซื้อปกแข็งจะดีกว่าปกอ่อน เพราะจะมีฟุริงานะกำกับบนตัวคันจิ อ่านบ่อย ๆ เจอคันจิบ่อย ๆ เราจะรู้ว่าคันจิตัวนั้นจะใช้ในสถานการณ์ไหน อ่านไปเปิดดิกชันนารี่ไปค่ะ แรก ๆ ลำบากพอตัว แต่ครึ่งเล่มหลัง อ่านได้ลื่นดีค่ะ อีกอย่าง ช่วยเราฝึกเรื่องจับใจความ เรื่องว่าคำนี้ เอ่ยถึงเรื่องไหนที่เล่ามาก่อนหน้านี้ พูดง่าย ๆ ศัพท์ GAT อังกฤษคือ “ศัพท์ตัวนี้ อ้างอิงถึงเรื่องอะไรก่อนหน้านี้” (ถ้าใครสอบ GAT จะเข้าใจค่ะ)

ไคโนะอ่านทั้งเวอร์ชั่นนิยาย และเวอร์ชั่นมังงะ (เวอร์ชั่นมังงะ จะมีฟุริงานะกำกับคันจิทุกตัว)
สำหรับเวอร์ชั่นนิยาย อ่าน 1 รอบ
เวอร์ชั่นมังงะ อ่าน 3 รอบ
รอบที่ 1 อ่านผ่าน ๆ
รอบที่ 2 อ่านบ้าง เปิดศัพท์บ้าง
รอบที่ 3 อ่านให้ได้เหมือนแปล (ในรอบนี้ทั้งคำศัพท์ ทั้งคันจิจะแม่นมากค่ะ)

ต่อไป แปลนิยสาร
ตอนแรกจะเน้นแปลที่คอลัมเล็ก ๆ ก่อน 2~3 บรรทัดจบ จากนั้นค่อยขยายไปแปลสัมภาษณ์ยาว ๆ โดยคันจิและคำศัพท์ที่ได้จากการแปลนิตยสารนี้ จะช่วยเราเรื่องบทอ่านและการฟังค่ะ การสัมภาษณ์บนนิยสารนั้น ส่วนมากคันจิจะซ้ำเดิม การเจอบ่อย ๆ ก็ช่วยในเรื่องการจำเยอะมากค่ะ

แล้วคิดดูว่า 1 เดือนนิตยสารที่วางแผนจะแปลนั้น มีราว ๆ 4~5 เล่ม + นิตยสารเฉพาะกิจอีกราว ๆ เดือนละ 1~2 เล่ม ตีไป 1 เดือน แปลราว ๆ 5~7 เล่ม ระยะเวลา 3 เดือน เราก็จะได้แปลนิตยสารราว ๆ 15~21 เล่ม ศัพท์ไม่ได้ คันจิไม่ได้ หรือแม้แต่ไวยากรณ์ไม่ได้ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วค่ะ =.=”

เนื่องจาก เราแปลนิตยสารลงทวิตเตอร์หรือลงบล็อคนั้น ย่อมจะมีการกระจายกันไปค่ะ เพราะงั้น ถ้าเราแปลไม่แม่น หรือเราแปลพลาด จะเกิดความเสียหายขึ้นค่ะ ไม่เสียหายกับเรา ก็เสียหายกับคนที่เราไปแปลเรื่องของเขา ถามว่าไคโนะมีแปลพลาดมั้ย มีพลาดค่ะ มีพลาดเสียหายเกิดการเข้าใจผิดก็มี หลังจากนั้นก็ต้องพยายามระวัง แปลให้ดี ๆ อ่านให้ถี่ถ้วน ตรงนี้จะช่วยสร้างนิสัยให้เรา เวลาที่เราไปอ่านข้อสอบพาทอ่านค่ะ อีกอย่าง ฝึกให้เราอ่านได้เร็วด้วย เพราะตอนที่แปลนิตยสาร ไคโนะจะอ่านคร่าว ๆ สรุปเนื้อเรื่องสัมภาษณ์ในหัวก่อน 1 รอบ แล้วค่อยอ่านแบบละเอียดในรอบที่ 2

การอ่านแบบนี้ ฝึกในเรื่องพาทอ่านตรงเรื่องยาว ๆ ที่เราไม่มีเวลามานั่งอ่านทั้งหมดค่ะ เราต้องแสกนเอา

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

5. การฟัง : ดูรายการ TV ญี่ปุ่น, ฟังวิทยุ
เรื่องนี้ช่วยได้จริง นอนยันเลยค่ะ เราสามารถตามความเร็วระดับที่คนญี่ปุ่นพูดกันทัน เราจะเข้าใจอารมณ์ในน้ำเสียงแต่ละรูปแบบ ยิ่งตอนนี้มี app ที่ชื่อว่า “TVAPP” ช่วยให้เราสามารถดูรายการหรือละครแบบสด ๆ ได้ด้วย ยิ่งสบายเลยค่ะ

เทคนิคการนั่งดูรายการ TV หรือละครญี่ปุ่นนี้ ไคโนะก็เอาไปใช้กับการสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น และก็ได้ผลมาแล้วด้วย เพราะสถานการณ์ต่าง ๆ เหมือนจะลอกมาจาก TV กันเลยทีเดียว ฟังไปบ่อย ๆ จะรู้ว่า ถ้าประโยคนี้มา แสดงว่ากำลังเสียใจ, ดีใจ หรือเฉย ๆ

การฟังวิทยุ
วิทยุอะไรก็ฟังเถอะค่ะ แต่การฟังวิทยุจากประเทศญี่ปุ่นได้นั้น จะต้องมีการ VPN ก่อน ข้อดีของการฟังรายการวิทยุคือ เราจะรู้สึกราวกับกำลังทำข้อสอบ JLPT เลยค่ะ เพราะไม่มีภาพให้ดู มีแค่เสียงให้ฟังเท่านั้น เราจะต้องนั่งคิด นั่งแปลในหัวว่า เอ๊ะ! พูดอะไรกันเหรอ ตะกี้มีข่าวอะไรเหรอ ประมาณนั้น แนะนำจริง ๆ ก็ให้ฟังวิทยุนี่แหละค่ะ

แต่ที่ไคโนะมีฝึกเข้ามาคือ ระหว่างที่ฟังวิทยุ ให้แปลสดไปด้วย คือในวิทยุพูดอะไรมา เราก็พูดออกมาเป็นภาษาไทยค่ะ พูดอยู่คนเดียวในห้อง พยายามทำตัวให้เป็นล่ามค่ะ แปลสดเข้าไว้ ยิ่งคนในวิทยุมีเยอะเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น ยิ่งคุยกันวุ่นวายเท่าไร สกิลการฟังกับการจับใจความของเรื่องพูดยิ่งดีเท่านั้น แต่ก็หนักเอาการเหมือนกันค่ะ ด่าคนในวิทยุไปหลายรอบและ (จริง ๆ JLPT N2 มันก็ไม่ได้วุ่นวายคนพูดเยอะขนาดนั้น อย่างน้อยก็แค่ผู้ชายกับผู้หญิงคุยกัน 2 คนแค่นั้นค่ะ =.=”) 

อยากรู้ว่าวิทยุที่เราฟัง เจี๊ยวจ๊าวขนาดไหน เชิญจิ้ม

ถามว่าการฟังวิทยุแบบนี้มีข้อเสียมั้ย?
ตอบเลยว่ามีค่ะ!
เราตามความเร็วทันก็จริง แต่อิรายการวิทยุที่เราฟังนั้น เนื้อหามันดันไม่เกี่ยวกับ JLPT เลย =.=” เพราะงั้น ศัพท์ที่ได้จากวิทยุจะไม่เกี่ยวข้องกับ JLPT อาจจะมีโผล่มาบ้างซัก 50% ประมาณนั้น ถ้าใครคิดว่าเสียเวลา ก็ให้ไปหาข้อสอบฟังของ JLPT N2 มาฟังดีกว่าค่ะ

แต่เท่า ๆ ที่ทำมา ทั้งตอนไปสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น และ N2 ศัพท์ส่วนใหญ่ก็มาจากวิทยุที่ฟังนะ โดยเฉพาะทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ข้อสอบเติมประโยคให้สมบูรณ์นี่แทบจะลอกบทพูดรายการ TV ที่ดูมาเลยอ่ะ =.=” (มีพักนึงที่เราท่องบทพูดในรายการทีวี คือดูบ่อยจนพากษ์เสียงได้ …..) ← ติ่งไปนะ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

ทักษะที่ทำควบคู่กัน
ในกรณีของไคโนะนั้น ติดละครญี่ปุ่นค่ะ ดูสดไป 1 รอบ ก็จะกลับมาดูแบบ….. อีก 1 รอบ รวมเป็น 2 รอบเป็นอย่างต่ำ โดยรอบที่ 2 นั้น จะมีซับไตเติ้ลเป็นภาษาญี่ปุ่นประกอบแบบนี้ค่ะ…

(เราติ่ง Death Note ค่ะ อย่าว่าเรา >w<) คือถ้าเราดูแบบนี้นั้น จะได้ฝึก

1. คำศัพท์
2. การอ่าน (ต้องอ่านให้ทัน ก่อนที่ประโยคใหม่จะขึ้น)
3. การฟัง
4. คันจิ
5. ไวยากรณ์

คิดดูว่าเสียเวลาดูแค่ 1 ชั่วโมง แต่ได้ฝึกทั้ง 5 ทักษะพร้อมกัน!!!! หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วนะคะ!!! แถมยังได้ดูดาราที่ชอบอีกต่างหาก ฝึกทักษะ พร้อมติ่งได้หาได้ที่ไหนอีก!!! >w<

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

แนะนำสำหรับใครที่เวลาไม่พอที่จะอ่านหนังสือคำศัพท์ทั้งเล่ม
ใช้วิธีของไคโนะได้ค่ะ นั่นคือการท่อง “ดัชนีคำศัพท์”
IMG_7280  IMG_7281
IMG_7282

ถามว่าหนักมั้ย? ยอมรับค่ะว่าหนัก
ดัชนีที่เห็นนั้น มาจากหนังสือเล่ม “新完全マスター N2” ก็เอาดัชนีมา จากนั้นก็นั่งแปล โดยใช้ปากกาแดง (คำแปลเอาสีที่ตัดกับตัวคำศัพท์ให้ได้มากที่สุด) พยายามแปลเสร็จให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้มีท่อง เวลาท่องก็ไม่จำเป็นต้องเรียงหน้าก็ได้ค่ะ เช่นวันนี้อยากจะท่องวรร “ゆ” ก็ท่องไป หรือชั่วโมงนี้ อยากจะท่องวรรค “と” ก็ท่องไป เบื่อ ๆ ก็วาง ไปทำอย่างอื่น =.=” แล้วก็ เวลาออกไปข้างนอก นั่งรถ ลงเรือ หรือรอใคร ก็หยิบขึ้นมาอ่านฆ่าเวลาได้ค่ะ ^^

ถามว่าการท่องแบบนี้ช่วยอะไร….บอกเลยว่าช่วยมากค่ะ ทำให้เรารู้ว่าหนังสือทั้งเล่ม มันมีคำศัพท์อะไรบ้าง พอท่องไปได้ซัก 1 เดือน ก็ให้ไปเปิดอ่านทั้งเล่ม ทำแบบนี้ก็ได้ เพราะถ้าเราท่องดัชนีอย่างเดียว เรารู้ความหมายของคำศัพท์ เราได้คันจิ แต่เราจะไม่รู้ว่าศัพท์นั้นใช้ในบริบทไหน

ลองทำดูนะคะ ไคโนะรู้ว่าการท่องดัชนีมันลำบากมาก แต่ถ้าเวลาเราไม่มีแล้ว เราก็คงต้องดิ้นทุกวิถีทางอาค่ะ

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

เวลาท้อทำไง
สำหรับไคโนะ ท้อนี่มีบ่อยมาก กดดันตัวเองด้วยแหละ เพราะนี่ก็รอบที่ 3 แล้ว ถ้าจะมีรอบที่ 4 ต่อก็คงจะไม่อยากจะมองหน้าตัวเองในกระจกแล้วล่ะ อยากจะให้มันจบในรอบที่ 3 เพราะงั้น ตลอดระยะเวลา 3 เดือน เป็นคนที่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องค่ะ จะออกไปข้างนอก ก็ตอนกินข้าว…ดูหนัง…แล้วก็ไปเรียนภาคซัมเมอร์ ประมาณนั้น

ถ้าท้อ อย่างแรกเลย วางมันลงค่ะ ไม่ต้องไปอ่านแล้ว อ่านก็ไม่เข้าหัว ให้นอนไปเลยค่ะ หลับไปเลย ให้สมองได้จัดการข้อมูลบ้าง หรือไม่ก็ไปทำอย่างอื่น แต่ที่ไคโนะทำบ่อย ๆ คือ
1. ออกกำลังกาย
2. ดูหนัง
3. นั่งมองแผ่นกระดาษเป้าหมายของการสอบที่ติดไว้บนผนังห้อง
4. นอน

ประมาณนี้ มีร้องไห้บ้าง ก็ร้องออกมาเลยค่ะ ไม่แคร์ด้วย…. ก็ไม่รู้จะแคร์ไปทำไม ก็แค่ร้องไห้ =.=”
ถามว่าทำแบบนี้มีผลเสียมั้ย ที่เจอชัด ๆ คือ ความสามารถเรื่องสังคมแย่ลงค่ะ แย่ลงจนบางครั้งไม่รู้ว่าจะเข้าสังคมยังไง เพราะเราตีตัวห่างจากสังคมมานาน

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

หาแรงผลักดันจากที่ไหน?
อันนี้ก็เจอมากับตัวเหมือนกัน ระหว่างที่เตรียมตัวสอบ N2 ก็หาสมัครเป็นติวเตอร์ภาษาญี่ปุ่นตามสถาบันต่าง ๆ ค่ะ แต่ว่า เราถูกปฏิเสธและถูกดอง เพราะเรามีใบวัดความรู้แค่ N3 แต่ทางสถาบันต้องการ N2 และถูกปฏิเสธกลับมา

ตอนนั้นคือแค้นมาก บอกตัวเองเลยว่า จะเอา N2 ให้ได้ จะเอา N2 และจะเชิดหน้าให้ดู!

พอนึกถึงความแค้นนี้ทีไร ก็มีไฟจะอ่านหนังสือต่อทุกที…..

… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

จากที่เขียนมาทั้งหมดนั้น ไม่จำเป็นต้องทำตามทั้งหมดก็ได้นะคะ อะไรที่เราทำหนักเกินไป ไม่ต้องหนักตามเราก็ได้ ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองแล้วกันค่ะ เห็นหลายคนบอกว่า “ผ่านก็ดีใจด้วย ไม่ผ่านก็เอาใหม่” ไคโนะจะไม่พูดอะไรแบบนี้ เพราะคำว่า “เอาใหม่” บางครั้งมันก็เป็นข้อแก้ตัว….

ไคโนะพูดคำว่า “เอาใหม่” อยู่ 5 รอบ สงสัยรอบที่ 6 ก็ต้องพูดว่า “เอาใหม่” อีกแล้วละมั้ง
แต่การพูดว่า “เอาใหม่” อย่างน้อยก็ช่วยจรรโลงใจเราอยู่บ้าง แต่อย่าให้จรรโลงใจจนเคยชินค่ะ สอบเราเสียเงินนะคะ ไม่ใช่สอบฟรี ไม่ใช่สิ่งที่จะมา “เอาใหม่” ได้เรื่อย ๆ ในเมื่อสอบแต่ละครั้ง มันมีค่าใช้จ่าย (เว้นแต่บ้านจะซัพพอร์ตแบบอัลลิมิเต็ด อันนั้นก็ตามสะดวกค่ะ)

อาจจะเตรียมตัวเองให้พร้อม และมั่นใจว่าผ่านแน่ ๆ ก่อน แล้วค่อยสอบก็ได้ค่ะ หรือว่าจะสมัครสอบก่อน 1 ครั้ง เพื่อดูแนวข้อสอบ และดูว่าตัวเองอ่อนทักษะไหน แล้วไปฝึกทักษะนั้นมา แล้วค่อยมาสอบอีกครั้งก็ได้ ตามสะดวก เลือกเอาที่เหมาะกับตัวเอง

สุดท้าย ไคโนะได้มีโอกาสคุยกับพี่ล่ามท่านหนึ่งที่รู้จักกันในงานมีตติ้งเพจภาษาญี่ปุ่น คุยกันเรื่องสอบวัดระดับ พี่เขามีแนวคิดว่า

“เราเก่งทักษะไหน ให้เรามุ่งพัฒนาทักษะนั้น เพราะถ้าเราไปพัฒนาทักษะที่เราอ่อน เราจะเสียเวลา พัฒนาไปมันก็ไม่ทัน ถ้าเรามีเวลาน้อย ให้มุ่งพัฒนาทักษะที่เราเก่ง เพื่อจะเก็บคะแนนจากพาทนั้น มาทนแทนคะแนนพาทที่เราทำได้น้อย”

← ไคโนะลองใช้วิธีนี้ ถือว่าเวิร์คนะคะ แต่พาทที่เราอ่อน ก็อย่าทิ้งแบบไม่อ่านอะไรเลย เพราะการจะผ่านสอบวัดระดับนั้น ทุกพาทจะต้องได้ 19 คะแนนขึ้นไป ต่อให้คะแนนรวมผ่านเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนพาทใดพาทหนึ่ง ไม่ผ่าน 19 คะแนน ก็ถือว่าตกค่ะ!

ขอให้โชคดีกับการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น ระดับ N2 นะคะ
เอนทรี่ที่เกี่ยวกับ JLPT ครั้งหน้าอยากจะเขียน
“ผ่าน N1 ฉันอ่านอะไรบ้าง?”

95e66-untitled-2… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …
カイノへ
ご苦労様でした
俺より。
… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …

・หากจะนำบทความไปโพสที่อื่น รบกวนช่วยให้เครดิตด้วยค่ะ เราใช้ทั้งเวลา ทั้งสมองในการเขียน อย่าก๊อปไปฟรี ๆ หรือดัดแปลงค่ะ ไม่ให้เกียรติเรา ก็กรุณาให้เกียรติคุณเวลา และคุณสมองของเราด้วยค่ะ

・หากจะถามเกี่ยวกับการสอบ ตั้งแต่ N5~N2 สามารถติดต่อเราได้ที่ทวิตเตอร์ค่ะ @kainoo

・อาจจะมีการแก้ไขบทความเพิ่มเติมในภายหลัง

・บล็อคเกี่ยวข้อง ว่าด้วยเรื่อง JLPT N2

Advertisements

17 thoughts on “KainO : ผ่าน N2 ฉันอ่านอะไรบ้าง?

  1. สุดยอดครับผมขอบคุณครับแนะนำนะค๊าบอ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย

    Like

  2. แต่ว่าหนังสือที่พี่แนะนำมาแปลยากมากๆครับ พี่มีวิธีการแปลแบบเร็วๆมัยครับ. เปิดแอฟอะไรเนะนำหน่อยค๊าบผม

    Like

    • ตัวเล่มสีน้ำเงินที่เป็นญี่ปุ่นเหรอคะ? ไม่มีวิธีแปลแบบเร็ว ๆ ค่ะ ที่ทำคือเปิดดิกออนไลน์ของทาง J-doradic บางคำจะมี บางคำจะไม่มี คำไหนไม่มีจะหาจากดิกออนไลน์ ญี่ปุ่น-ญี่ปุ่น แล้วแกะเอาว่ามันคืออะไรค่ะ

      Like

  3. ขอบคุณค๊าบผม. ผมอยากรู้จักพี่มากกว่านี้นะครับเผื่อได้ปรึกษาเกี่ยวกับการเรียน. ニュウ君 ポンサゴーンอันนี้ชื่อเฟสผมนะถ้าไม่รังกรียจ@มาหน่อยนะครัช.

    Like

  4. อยากได้death noteแบบซับญี่ปุุ่นมั่งอะค่ะ
    หาได้จากไหนคะ
    ติ่งเหมือนกัน555

    Like

  5. ผมว่าเป็นแนวทางที่ดีครับแต่อยากนำเสนออีกมุมนึงละกันครับ…อย่าไปเน้นมากกะการอ่านและทำข้อสอบเพราะถ้าคุณไปทำงานจะต้องไปนับหนึ่งใหม่ไม่ต้องเอาระยะเวลาเป็นเงื่อนไขเช่น ภายในปีนี้ ภายในสองปีต้องได้ อยากให้เรียนรู้ความคิดความอ่านแบบญี่ปุ่น บวกกับภาษา คุณจะได้ทั้งสองอย่างคือภาษาและแนวความคิดคุณไม่ต้องไปเครียดกับการสอบแต่คุณจะผ่านโดยไม่รู้ตัวและจะเข้าใจในแนวความคิดแบบญี่ปุ่นและเวลาเข้าไปทำงานจะง่ายและคุณจะไม่เครียดทั้งด้านการใช้ภาษาและแนวคิด

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s