[Review] ยูนิเวอร์เศร้า

เราไม่ได้เศร้าคนเดียวในจักรวาล
 
 
   สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านบล็อคทุกท่าน TwT หลังจากที่ไคโนะต่อสู้ฟันฟ่ากับความคิดตัวเอง ว่าจะไปงานสัปดาห์หนังสือดีไหม เพราะรวม ๆ ค่ารถ กับค่าโรงแรม ค่าบลา ๆ แล้วมันไม่คุ้มเสียเลย เงินสี่พันที่เสียไป สามารถซื้อหนังสือล็อตใหญ่ได้ตั้งเยอะ
   
   แต่ก็นั่นแหละ… ถามที่บ้าน ที่บ้านบอกว่า ถ้าอยากไป ก็จะช่วยออกค่าใช้จ่ายให้
   จัดการอะไรเสร็จสรรพทันที 5555
 
   โดยการไปครั้งนี้ของเรามีเพียงแค่จุดประสงค์เดียว
   นั่นคือการเจอเว็บมาสเตอร์ของ Exteen คือพี่แชมป์ @champcpe นั่นเองค่ะ ^^ 
 
   ส่วนเรื่องความเป็นมาเป็นไป การเดินทางยังไง
   ไม่พูดพร่ำทำเพลงนะคะ ถ้าอยากรู้ว่าตรากตรำไปขนาดไหน
   รออ่าน part Report เนอะ ^^
   ส่วนตอนนี้รีวิลกันเลยดีกว่า
   ^^
 
   มีโปรเจคที่ด้านล่างเอนทรี่ สามารถเลื่อนลงไปดูได้ค่ะ ^^
 
 
ถึงพี่แชมป์…
จำหนูได้ใช่ไหมคะ… หัวสี ๆ น่ะ หลายสีด้วย ^^
คนที่ขอให้พี่วาดรูปให้ด้วย 1 ภาพ ขอบพระคุณมากค่ะ
อ่านจบแล้วชีวิตเปลี่ยนไปเยอะนะ ทั้ง ๆ ที่คิดว่าหนังสือ
เล่มนี้ไม่มีอะไรแท้ ๆ นอกเสียจากการเดินทางของเด็กชาย
แต่รู้แล้วค่ะ… ในความไม่มีอะไร นั่นแหละ มีอะไร
 
ยูนิเวอร์เศร้า
 
   
   เรื่องย่อ
   หนังสือเล่มนี้ (ยูนิเวอร์เศร้า) เป็นแนวจิตวิทยา ปรัชญาค่ะ โดยทั้งเล่มนั้น ดำเนินเรื่องโดย เด็กชายคนหนึ่ง
   ที่ชีวิตนี้ไม่มีไรและ รอยยิ้มก็ไม่มี ของเล่นก็ไม่เล่น อาหารอร่อยก็เฉย ๆ 
   เรียกได้ว่าน้องคนนี้ไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิงค่ะ ซึ่งเป็นที่ทุกข์อกทุกข์ใจของพ่อและแม่มาก
   ด้วยความรักลูก ทั้งพ่อและแม่ก็เลยซื้อโปรเจคกำจัดความเศร้า โดยการส่งลูกออกไปนอกโลก
 
   และเด็กชายก็ไปง่าย ๆ ไม่อาลัยอาวร เพราะน้องแกคิดว่า โลกนี้ไม่มีอะไรอยู่แล้ว
   
   เมื่อถึงอวกาศ เด็กชายเจอกับหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่ดูแลสถานีอวกาศ หุ่นยนต์ตัวนั้นถามเด็กชายว่า จะมาบำบัดเรื่องอะไร
   เด็กชายตอบว่า “ไม่รู้”
   ใช่สิ … เขาไม่รู้จุดประสงค์อะไรเลย….
 
   ดังนั้นหุ่นยนต์ จึงให้แผนที่แก่เด็กชาย ไปตามหาสถานีบำบัดของตัวเอง เพราะหุ่นยนต์เชื่อว่า จะต้องมีสถานีซักสถานีนึง ที่สามารถบำบัดอาการของเด็กชายได้
 
   เด็กชายเริ่มออกเดินทางไปยังสถานีต่าง ๆ
   การเดินทางสู่ความเศร้าในจักรวาลเริ่มต้นขึ้น
 
   ความคิดเห็นส่วนตัว 
   โดยส่วนตัว บอกตรง ๆ ว่าไม่ได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้นะ ดู ๆ ไปก็เหมือนนิยายธรรมดา ๆ ที่ตัวหนังสือน้อย ๆ แต่ภาพเยอะ ๆ มีความเศร้า (ซึ่งถ้าซื้อพวกหนังสือนิยายทั่วไปก็มีความเศร้าเหมือนกัน =.=”)
   แต่ว่า… ลองอ่านในช่วงเวลาที่ไม่ธรรมดาสิ…
 
   น้ำตาแตก 55555555555
 
   ไคโนะอ่านคนเดียวในโรงแรมค่ะ ช่วงเย็น ๆ กำลังเหงา ๆ แอร์เย็น ๆ
   แล้วอีกอย่าง แต่ละบทในหนังสือเล่มนี้ เหมือนเอาชีวิตไคโนะมาเขียนเลยแฮะ ตั้งแต่บนแรก ยันบทสุดท้าย ให้ความรู้สึกที่ว่า “เฮ้ย นี่มันชีวิตตรูชัด ๆ !!!!!!”
 
   มันก็เลยช่วยบิ้วอารมณ์ได้เยอะมาก
 
   เป็นหนังสือที่เน้นภาพ ดังนั้นเราจะอ่านจบเร็วค่ะ แต่แนะนำว่าให้อ่านช้า ๆ ค่อย ๆ ซึมซับไปทีละตัวอักษร ทีละคำ ทีละประโยค
   เพราะทุกอักษร ทุกคำ ทุกประโยคในหนังสือเล่มนี้ บอกอะไรเราได้เยอะมากกว่าคำว่านิยายเล่มนึง (เอ๊า ไหงรีวิลขัดแย้งกับตอนต้นซะงั้น 5555)
 
   คือพออ่านจบแล้วไม่ได้อะไร นอกจากน้ำตาไหลเป็นสายเลย เช็ดจนตาบวม
   เคยอ่านหนังสือแล้วค้างไหมคะ?
   แบบอ่านจบ งงกับตัวเองว่า “นี่กุกำลังอ่านอะไร?” “กุอ่านจบแล้วเหรอ?” “สรุปจะสื่ออะไรเนี่ย”
   นี่แหละค่ะ อารมณ์ตอนอ่านจบ แบบนี้เลย
   555555
 
   แต่ถึงจะบอกว่าไม่ได้อะไรก็เถอะ… เอาจริง ๆ มันก็ได้อยู่นะ แต่มันอธิบายออกมาไม่ได้อ่ะ
   ลองซื้ออ่านเองนะ ^^
 
   บทที่แนะนำ
   
 
   สำหรับใครที่ถูกแฟนทิ้ง รอแฟนเก่ากลับมา หรือรอใครบางคน จนฝังใจ แนะนำให้อ่านบทนี้ค่ะ
   เพราะไคโนะก็อาการเดียวกัน
   รอบางคน รอทั้ง ๆ ที่รู้ว่ารอไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่เราก็รอ รอจนไม่ทำอะไร จนชีวิตจืดชืดไปหมด…
 
   แล้วสุดท้ายแล้ว… เราก็จะรู้ว่า เรารอได้ แต่ก็สามารถทำอะไรอย่างอื่นระหว่างที่รอได้เหมือนกัน
 
   เหมือนหญิงสาว
   ที่รอใครซักคน
   เธอไม่ทำอะไรเลย ดวงดาวของเธอเหือดแห้ง เพราะเธอไม่ทำอะไรนอกจากรอ
 
   จนกระทั้งเธอเจอเด็กชาย
   
   เด็กชายพาเธอวนรอบดวงดาว รอบแล้วรอบเล่า
   ทุกอย่างค่อย ๆ กลับมาสดใส เมื่อเธอเคลื่อนตัว…
 
   หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่า… ถ้าเอาแต่รอ ชีวิตจะมีอะไร…
   เรารอได้ แต่ระหว่างรอ ก็ทำอะไรอย่างอื่นได้เหมือนกัน…
   ดังนั้น หญิงสาวจึงรอต่อไป… แต่ก็ลุกไปทำอย่างอื่นด้วย…
 
   บทนนี้แทงใจดีค่ะ 
   แนะนำให้อ่านเลย 55555
   คือบอกไว้ก่อนว่า หลังจากที่ไคโนะอ่านบทนี้จบ วางหนังสือ ร้องไห้ (น้ำตาหยดใส่หนังสือ กรี๊ดแทบตาย)
   พลางคิดว่า ชีวิตนี้เรารอมาเกือบ ๆ จะ 6 ปีแล้ว รอแล้วได้อะไรเนี่ย คำตอบที่ดังอยู่ในหัวคือ “ไม่ได้อะไรเลย”
   
   คือไม่รู้ว่าตัวเองจะร้องไห้ทำไม
   แต่เหมือนร้องไห้สมเพชตัวเองมากกว่า ที่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าต่อให้รอไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำไมต้องให้เด็กชายคนหนึ่งมาบอกด้วย…
 
   ตลกดีค่ะ
 
   ช่วงเวลาแห่งการตรัสรู้
   วู้~~ ดู Topic แล้วแปลกดี 5555
   แต่ขอใช้คำว่าตรัสรู้เลยค่ะ
   เพราะใช้ชีวิตมา 20 ปีนี่คิดมาตลอดนะคะว่า “ไคโนะสามารถอยู่คนเดียวได้” เพราะเราไม่แคร์ใครอยู่แล้ว เราทำอะไรตัวคนเดียวมาตลอด เราพึ่งตัวเอง เราเชื่อมั่นในตัวเอง
   จนกระทั่งวันที่อยู่โรงแรมคนเดียว เปิดแอร์เย็น ๆ ในช่วงเวลาเย็น ๆ แล้วหยิบหนังสือยูนิเวอร์เศร้า ขึ้นมาอ่าน
   ช่วงหน้ากระดาษสีดำ ๆ มืด ๆ น้ำเงินเข้ม ๆ
   
   เปลี่ยนความคิดเรา…
 
 
ความเงียบจะบอกอะไรเราค่ะ….
 
 
สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกตัวว่าอยู่คนเดียวไม่ได้ คือความ…เคว้งคว้าง
 
   เพราะช่วงเวลาที่อยู่โรงแรม คิดอะไรหลาย ๆ อย่าง เพราะมันเงียบ… ความเงียบบอกอะไรเราหลาย ๆ อย่าง เราเฉยกับมันนะคะ แต่พอมีอะไรมาสะกิด (หนังสือเล่มนี้แหละ) ทำให้สะดุดกับคำว่าเคว้งคว้างทันที
 
   ที่ไคโนะบอกตัวเองว่าอยู่คนเดียวได้ นั่นเพราะมี Internet มี Twitter มี Facebook มี Exteen มีโซเชียลต่าง ๆ
   เป็นการโกหกตัวเองค่ะ ว่าเราอยู่คนเดียว แต่อันที่จริงแล้ว เราไม่ได้อยู่คนเดียวเลย เรายังคุยกับคนอื่นอยู่ดี 
 
   แต่ลองมาอยู่โรงแรม ล็อกห้อง ไม่มีเน็ตสิค่ะ…
   เคว้งคว้างของจริง…
 
   เหงาของจริง…
 
   เศร้าของจริง…
   
   สำนึกของจริง…  
 
 
 
 
   พอถึงตรงนี้ก็ร้องไห้อีกรอบ 55555
   ความเหงาทรมานเราดีมากเลยค่ะ คิดถึงบ้านทั้ง ๆ ที่ไม่เคยคิดถึง และเคยลั่นปากออกไปว่า ตลอดชีวิตที่เรียนมหาลัย จะไม่กลับบ้าน (บ้านเรามีปัญหาค่ะ เลยไม่อยากกลับไปเจอปัญหา เบื่อ =.=”)
   แต่ถึงจะลั่นปากแบบนั้น ก็ตอนนั้นมันไม่ได้เหงานิ เรามีพร้อมทุกอย่าง…
 
   แต่ตอนนี้… เนตไม่มี เพื่อนไม่มีจะคุย
   สิ่งแรกที่คิดถึง ก็คือบ้าน…
 
   ไคโนะเข้าใจเด็กชายนะคะ เพราะอารมณ์เดียวกัน…
 
 
 
ประโยคเด็ดค่ะ 5555555
 
   อันนี้รู้ซึ้งถึงประโยคที่ว่า “เมื่อสูญเสีย จึงรู้ว่าสิ่งที่เคยมี สำคัญแค่ไหน”
   ก็ไคโนะเสียเพื่อนไปหลายคนแล้วนิเนอะ ^^
 
   เพราะไม่เห็นค่านี่แหละ ช่วงเวลาที่มีเพื่อน ก็กวนตรีนบ้าง ด่าบ้าง โกหกบ้าง ตอแหลบ้าง อะไรบ้าง
   จนเมื่อต้องห่างกัน… จู่ ๆ ก็ไม่ติดต่อกันอีกเลย…
   พอสูญเสีย แล้วถึงรู้ว่า เพื่อนนั้น สำคัญแค่ไหน…
   (เพราะเหตุนี้ มันถึงกัดกินหัวใจ และบอกตัวเองว่า อยู่คนเดียวดีกว่า) 
 
 
แฮร๊ก~~~ สปอยประโยคสุดท้ายและ
 
   พอเจอประโยคนี้ก็ร้องอีก 5555
   เพราะไคโนะยึดติด ไม่ยอมปล่อยวางค่ะ
   มีเพื่อนคนนึงที่ไคตามสโตรกหนักมาก ยิ่งสโตรกเรายิ่งทุกข์ เพราะยิ่งรู้ว่าเขาไปกับคนนั้น ไปกับคนนี้ ไปในที่ที่เราอยากไป เรายิ่งอิจฉา เรายิ่งอะไรทุกอย่าง
   เราปล่อยวางไม่ได้….
   (เอาง่าย ๆ คือตรูอิจฉาอ่ะ =.=”)
 
   แต่เชื่อไหมคะ… พออ่านประโยคนี้จบ…
   ซื้อชั่วโมงอินเตอร์เนตทันที
   พยายามเข้า Facebook ด้วยมือถือ Nokia กาก ๆ 
 
   บน Facebook ที่ตามสโตรกมาเกือบ ๆ 4-5 ปี
   กดเข้าดูอีกครั้ง ซึมซับภาพให้ได้มากที่สุด ทั้งรอยยิ้ม ทั้งหน้าบึ้ง ทั้งภาพนู่นภาพนี่
   แล้วก็กด “เลิกติดตาม”
 
   โฮ๊ค!!!!!!!!
   รู้สึกราวกับปล่อยเชือกที่ลากอะไรซักอย่างเลยอ่ะ
   มันเบาหวิวเลย TwT 
 
   รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างในชีวิตหายไป จากที่ต้องส่องทุกวัน
   มีความเคลื่อนไหวทุกวัน…
   แต่ต่อจากนี้จะไม่มีแล้ว…
 
   ใจหายเหมือนกันนะ…
   แต่รู้สึกโล่งมากกว่า 
 
การปล่อยวางยากค่ะ
แต่พอได้ปล่อยแล้ว
มันง่ายกว่ายึดติดมาก….
 
   
 
   
 
   ทิ้งท้ายนิดนึงค่ะ
  อย่าเพิ่งกดปิดกันนะ
 
   คือตอนนี้ไคโนะมีโปรเจคจะซื้อหนังสือ “ยูนิเวอร์เศร้า” เข้าห้องสมุดค่ะ
   ซึ่งเท่า ๆ ที่เล็งไว้มีทั้งหมด 4 ที่คือ
   – ห้องสมุดคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
   – หอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น
   – ห้องสมุดโรงเรียนสมัยมัธยม
   – ห้องสมุดโรงเรียนสมัยประถม และอนุบาล
 
   ไม่ทราบว่ามีใครอยากจะร่วมโปรเจคครั้งนี้ไหมคะ?
   (คาดไว้ว่าไม่มี =.=”)
   คือถ้าสนใจยังไงก็สามารถคอมเม้นไว้ที่เอนทรี่นี้ หรือว่า EMS Exteen มาก็ได้ค่ะ แล้วจะบอกรายละเอียดอีกที
   ซึ่งตอนนี้ที่เล็ง ๆ ไว้ก็น่าจะไปซื้อที่ร้านหนังสือนั่นแหละ =.=” (ไม่มีส่วนลดไรเลย ราคาเต็ม 55555)
   แต่หนังสือดี ๆ แบบนี้ บางทีก็คิดว่า “อยากให้คนอื่นได้อ่านบ้าง”
 
   ยิ่งไคโนะมาจากที่ที่คำว่า “หนังสือดี ๆ” เข้าไปไม่ถึง ยิ่งอยากจะซื้อให้ อยากจะให้เด็กได้อ่าน
   ยังไงก็ คุยกันได้นะคะ… ^^
 
   ส่วนที่ซื้อให้ห้องสมุดมหาวิทยาลัย กับคณะนั้น เพราะเห็นว่า คนในคณะไม่ค่อยสนใจอะไรแบบนี้เลย =.=”
 
   KainO.
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s