[iTran] TVガイドPERSON vol 32 – 伊野尾慧

 
わかりにくい

 
 
—-ดูท่าว่าจะกระทันหันไปซะหน่อย แต่ก่อนอื่น ช่วยพูดอะไรซัก 3 คำที่แสดงถึงความเป็นตัวเองหน่อยได้มั้ย?
” 3 คำ!? นั่นสินะ….มิตรภาพ, ความพยายาม, ชัยชนะ! อ่าาา นี่มันคำพูดของ “โชเนนจัมพ์” นินา (ยิ้ม)….แต่ยังไง คำอื่นมันก็ได้นินา ยกตัวอย่างเช่น ขยะ, ผัก, ซุป คิดว่าก็เป็น 3 คำได้อยู่นะ แต่ว่า… ถ้าจะเอามาพูดในที่นี้ ยังไงก็คงไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ (หัวเราะ)?”
 
—-ไม่ ๆๆ ถ้ามันเป็นสิ่งที่สื่อให้เห็นถึงความเป็นอิโนโอะคุงแล้วล่ะก็ ใช้ได้นะ (หัวเราะ)
“ขยะก็….อย่างเช่นในตัวผมเนี่ย มีส่วยที่เป็นขยะอยู่เหมือนกันนะ แต่ว่า เพราะอยากจะให้เป็นธรรมชาติ  ก็จะให้ดูส่วนที่เป็นขยะ ถ้าเห็นส่วนนั้นอยู่ในตัวผม แล้วรับได้ ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี”
 
—-ส่วนที่คิดว่าเหมือนขยะนี่คือ?
“เช่นตอนที่หน้ามันหนืด ๆ”
 
—-หนืด ๆ!? อ๋อ ก็แค่เจลแต่งผมติดหน้านินา…..
“ฮ่า ๆๆๆๆ! จะว่าอย่างงั้นก็ด้วย… จากนั้นก็…ผักสินะ…ผักนี่เป็นตัวช่วยสร้างสุขภาพของผมเลยนะครับ ถ้าสุขภาพไม่ดีแล้ว ก็จะทำงานไม่ได้ แล้วไหนจะเรื่องสำคัญต่อกิจกรรมต่าง ๆ บนโลกใบนี้อีก จะว่าไป ช่วงนี้กำลังฮิตมะเขือเทศแฮะ! แล้วก็….สุดท้าย…ซุป…ซุป….อืมมมมมมม…..โอ๊ย แย่ละ ของแบบนั้น…. ไม่ได้อยากจะถูกผสมโรงไปด้วยของ 3 อย่างอ่าาา (หัวเราะ) แต่ถ้าจะให้พูดจริง ๆ คิดว่ากลับไปที่ตั้งหลักที่ 3 อย่าง “โชเนนจัมพ์” ตะกี้ดีกว่านะ!”
 
—-(หัวเราะ) เริ่มแรก “มิตรภาพ” เรื่องที่คิดอยู่เป็นประจำ หรือความรู้สึกคือ?
“มิตราภาพก็คือเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งเช่นกัน การที่รู้คุณค่าของคนอื่น ๆ ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญนะ ความหมายนั่นก็คือเรื่องดี ๆ ตอนที่ได้เข้ามหาวิทยาลัยก็มีนะ แน่นอนล่ะ ในส่วนของการเป็นดาราก็มีอยู่บ้าง แล้วไหนจะเรื่องเป้าหมายที่จะต้องไปให้ถึงอีก เพราะต่างกัน เวลาที่กำลังพูดอยู่ ก็เลยรู้สึกว่าถูกกระตุ้นขึ้นมา ตอนนี้ที่เรียนจบแล้วก็เหมือนกัน ได้เจอเพื่อนที่กำลังพยายามอยู่ในโลกที่แตกต่างไปจากเรา เรื่องที่ได้รู้ก็มีเยอะแยะ เลยทำให้รู้สึกสนุกล่ะนะ”
 
—-นั่นสินะ ถ้าอยู่แค่โลกส่วนนี้ เรื่องที่ไม่สามารถสัมผัสได้ ก็จะสามารถสัมผัสได้สินะ
“อือ ๆๆ แบบนั้นแหละ แล้วก็นะ ตอนที่อยู่มหาวิทยาลัยปี 4 ช่วงที่เข้าสัมนา ได้เจอกับอาจารย์แล้วก็รู้สึกว่า โอ๊ะ! ยิ่งใหญ่จังเลย ทั้งกำลังวางแผนลงพื้นที่วิจัย ได้ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้คุยกับคนในพื้นที่ด้วย”
 
—-ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังได้มั้ย?
“อย่างตอนที่วางแผนลงพื้นที่ ได้รับหน้าที่แบกของพวกเครื่องมือของมหาวิทยาลัย เกี่ยวกับการวางแผนสร้างสะพาน ทั้งเรื่องบริการและการจัดการพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น ในตอนนี้ตรงภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีบ้านพักชั่วคราวที่ถูกสร้างขึ้นมาหลังจากภัยพิบัติแผ่นดินไหว แต่ว่า ในบ้านเหล่านั้น ก็มีส่วนที่ไม่ทนต่อหิมะ ผมก็ต้องเข้าไปสอบถามปัญหากับบุคคลที่อาศัยในบ้านพักชั่วคราวโดยตรง หรือแม้แต่ต้องถามเรื่องแนวคิดการบริหารจัดการ ตามปกติแล้ว ส่วนมากจะเป็นฟังสัมนามหาวิทยาลัยแล้วก็จบ แต่อาจารย์ที่สอนผมอยู่เป็นพวกที่แบบเรื่องอื่นก็สำคัญเหมือนกัน ตอนเย็นก็เลยนั่งกินข้าวกับคนในพื้นที่ พูดคุยบ้าง มีปฏิสัมพันธ์ มองดูท่าที่สนุกสนานบ้าง ระหว่างที่ทำกิจกรรมร่วมกัน ผมก็เริ่มที่จะชอบสังคมแบบนี้ขึ้นมา ทั้งคนที่เจอหน้ากันครั้งแรก ทั้งคนที่มีอายุต่างกัน”
 
 
—-แบบนี้นี่เอง ก่อนหน้านี้ไม่ชอบเหรอ?
“อืม….ไม่ได้รับรู้ถึงความจำเป็นน่ะ สังคมที่เหนือจากสถานที่ทำงานแล้ว ผมไม่มีความรู้สึกว่าจะเชื่อมสัมพันธ์อะไรกับการเจอกันแค่ครั้งเดียว คิดว่าไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกันเลย โคตรของการสร้างกำแพงเลยครับ แต่ว่า หลังจากที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับอาจารย์ท่านนั้นแล้ว ก็รู้สึกสนุกขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล รับรู้ถึงความน่าสนใจ นอกจากความน่าสนใจต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นด้วยตัวเองแล้ว ผมก็คิดว่าผมเริ่มคิดในแง่บวกมากยิ่งขึ้น การได้เจออาจารย์ก็เป็นจุดแบ่งแยกหนึ่งเช่นกัน”
 
—-เป็นความทรงจำที่ได้เจอคุณลุงที่อยู่ทางเหนือสินะ…
“ใช่ ๆ ตอนนี้ก็ยังคุยแลกเปลี่ยนกันกับคนที่ดูแลเราในตอนนั้นด้วยนะ ปีที่ปิดวิจัยตัวนั้นแล้ว ก็ไปหาด้วยครั้งหนึ่ง หรือว่าตอนที่คนจากทางนั้นเข้ามาที่โตเกียว ก็จะไปกินข้าวกันล่ะ”
 
—-ถ้าพูดแบบนั้น หมายความว่าละครเวทีเรื่อง “karafuto ojiisan” ที่ได้รับเลือกให้แสดงนำครั้งแรกนั้นก็เป็นเรื่องเล่าของผู้ที่ประสบกับเหตุแผ่นดินไหวสินะ
“เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของโอซาก้าและโกเบ ตอนที่ตัวเองลงไปสัมนายังสถานที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว ไม่ได้คิดเลยว่าจะได้มาพูดคุยเรื่องราวอะไรแบบนี้ จริง ๆ แล้วคือ กลุ่มคนที่ผมสนิทด้วยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็มีคนที่สูญเสียภรรยาไปกับเหตุการณ์นี้อยู่ รอบตัวมีคนที่ไม่มีความทรงจำไม่ดีอยู่น้อยมากกว่าอ่ะ ได้ฟังเรื่องราวจากผู้ที่โดยเหตุการณ์นี้โดยตรง ถึงวิธีที่พวกเขาดำเนินชีวิต วิธีคิดของพวกเขา เรื่องการดำเนินชีวิตของพวกเขาเนี่ย ไม่รู้ว่าจะสื่อออกมาได้ตรงแค่ไหน คิดว่าถ้าเพิ่มความรู้สึกแง่บวกให้กับเรื่องที่รู้อย่างน้อยแค่ 1 อย่าง ในฐานะคนที่ไปสัมผัสมาแล้วบ้างล่ะก็นะ…”
 
—-ตอนที่ลงไปคุยกับคนในพื้นที่ภัยพิบัติ ไม่กังวลใจเลยเหรอว่าจะไปสอบถามยังไง?
“แน่นอน สามัญสำนึกจากก้นบึ้งจิตใจมันก็มีอยู่หรอกนะ นี่ยังคิด ๆ อยู่เลยว่าไม่ได้ทำเรื่องสำคัญสำหรับการสอบถามหรือเปล่านะ…ประมาณนั้น ผมน่ะ ได้ไปพื้นที่ก็เพราะเรื่องวิจัย สภาพพื้นที่ภัยพิบัติก็เปลี่ยนจากเดิมไปตั้ง 1 ปี กลับกัน รู้สึกถึงความรู้สึกแปลก ๆ ของพื้นที่นั้นด้วย ถึงจะพูดรวม ๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้นไม่ค่อยได้ก็เถอะนะ”
 
—-แบบนี้นี่เอง เพราะความหมายต่าง ๆ เป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่นะ ดูเหมือนว่าจะมีบุคคลลักษณะต่าง ๆ รอบตัวเลยนะ คนที่รู้จักทางภาคตะวันออกเฉียงเหนืออ่ะ
“ก็เยอะอยู่นะ คิดว่าเพื่อนของตัวเองนี่มีเยอะพอสมควร จริง ๆ ผมไม่แคร์นะว่าจะเป็นเด็ก คนแก่ ผู้หญิง หรือผู้ชาย เพราะผมมีเพื่อนที่หลากหลาย ทั้งพนักงานเงินเดือนที่มีลูกแล้ว ชาวประมงบ้างล่ะ แต่ว่า ไม่ค่อยมีคนที่อายุต่ำกว่าผมนะ โดยพื้นฐานนี่กำลังเปลี่ยนอยู่หรือเปล่านะ….คนแปลก ๆ นี่เยอะเลย! เพราะงั้น เวลาที่มาอยู่ด้วยกันนี่จะขำเลยล่ะ แล้วก็ สังคมรอบ ๆ ตัวผมเนี่ย มันเริ่มจากเมื่อไรกันนะ? มันเป็นช่วงเวลาที่จู่ ๆ เพื่อนจากสังคมต่าง ๆ ก็มาอยู่ด้วยกันโดยบังเอิญ ถึงช่วงนี้จะเริ่มรู้สึกแล้วว่าเป็นอย่างนั้น นับว่ารอบตัวนี่ศูนย์รวมบุคคลคล้ายคลึงกันเลยล่ะครับ (หัวเราะ)
 
 
– End part 1 –
 
 
 
มีแปลผิดแน่ ๆ ค่ะ ถ้ายังไงรบกวนแก้ให้ด้วยจะดีใจมากเลยค่ะ
เรายอมรับฟังคำแนะนำค่ะ ทักได้ ไม่เป็นไร เพราะเราอยากจะแปลให้ถูกต้องมากที่สุด
เป็นสัมภาษณ์ที่มีคุณค่ามากค่ะ เต็มไปด้วยเรื่องมิตรภาพ และเรื่องที่เรายังไม่รู้
เกี่ยวกับผู้ประสบภัยพิบัติแผนดินไหวเยอะมาก
 
กำลังพยายามจะแปลส่วนที่ 2 ค่ะ
จะพยายามค่ะ
 
 
– Let’s start part 2 –
 

 
 
—-เหมือนมีอะไรซักอย่างเชื่อมโยงอยู่สินะ เอาล่ะ หัวข้อต่อไป “ความพยายาม”
“เป็นเรื่องปกติล่ะ สำหรับการทำงานแล้วความพยายามนี่เป็นเรื่องสำคัญมาก การที่เราใส่ความจริงใจเข้าไในงานก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คิดอยู่เสมอ”
 
—-ทั้งการถ่ายทำละครเรื่อง “tatakau! shoten girl” ทั้งเรื่องละครเวที แล้วก็เรื่องการเรียนที่ทับซ้อนกันอยู่ การแสดงละครนี่สนุกมากมั้ย?
“สนุกสิ! มีแต่ประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งนั้น”
 
—-ตอนที่เข้าฉาก สิ่งแรกที่คิดเลยคืออะไรเหรอ?
“มันเป็นเรื่องธรรมดาน่ะ (ยิ้ม) บทที่ได้รับรอบนี้ก็คือบทของคุซากะ เคอิจิโร่ เด็กหนุ่มที่ชื่นชอบข่าวลือเป็นที่สุด เป็นคนที่ให้อารมณ์ว่า ความหมายของการมีอยู่ของเขาคือการเก็บรวบรวมข่าวสารต่าง ๆ แถมตอนนี้ ก็มีฉากที่ต้องถ่ายกับพนักงานที่ทำงานในร้านเดียวกันอย่างคามิ (ซึซึกิ จินามิ) และ ยูกะ (คิซากิ ยูริอะ) เยอะอ่ะ เวลาที่อยู่ด้วยกัน 3 คน ผู้กำกับมักจะบอกว่าให้แสดงถึงบรรยากาศของความกระตือรือร้น ก็มานั่งคิดว่าวิธีการพูด การแสดงแบบไหนนะ ที่จะทำให้เห็นถึงบรรยากาศแบบนั้น เนอะ มันก็เรื่องธรรมดาใช่มั้ยล่ะ (หัวเราะ) ?”
 
—-ยกตัวอย่างเช่น คิดถึงเรื่องการปรับอารมณ์ให้เข้าถึงบทบาทที่ได้รับ? เช่นมีสภาพแบบล้อมแบบไหน อยู่บ้านแบบไหน ประวัติเบื้องหลังเป็นยังไงหรือเปล่า…
“ประวัติก็ คิดขึ้นมาเองเลยนะ! น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ เพราะผมคิดว่า เออ ลองทำดูน่าจะดี ช่วงนี้เพิ่งจะได้ลองทำงานประเภทบทละคร ก็เลยมีแนวคิดแบบนั้น การที่ได้ค้นพบว่ามีวิธีการแบบนั้นอยู่ ช่วงนี้เป็นบ่อยเลย ง่าย ๆ คือทำแบบไม่รู้วิธีการนี่แหละ”
 
—-ทำไมถึงมีความคิดที่ว่า “ลองทำดู”?
“อืมมมม อาจจะเพราะว่า ยังไม่ได้มีฐานที่คิดว่าเป็นตัวของตัวเอง หรือสิ่งที่สื่อว่า เนี่ย ตัวผมนะยังไม่ชัดเจนพอ ก็เลยให้ความสำคัญเวลาที่มีคนอื่นเข้ามาบอกหรือว่ามาสอน ไม่ใช่ว่าจะแข็งข้อ ยืนยันว่าจะต้องเป็นแบบนี้ ๆ ในทางกลับกัน อยากจะทดลองใช้วิธีอื่น ๆ มากกว่า”
 
—- No data —-
“อ่าาาา ยิ่งอายุมาก ยิ่งจะหัวรั้นไม่ใช่เหรอ (หัวเราะ) ? โดยพื้นฐานแล้ว ผมเป็นพวกที่ชอบทำเรื่องที่ยังไม่เคยทำ หรือยังไม่เคยมีประสบการณ์ เช่นวันนี้ที่ถ่ายแบบบนดาดฟ้า ก็เป็นตัวกระตุ้นผมอย่างดีเลย ได้สามารถทำอะไรที่อยู่เหนือความคาดหมายได้ เป็นเรื่องที่สนุกนะผมว่า แถมยังสามารถรับรู้สัมผัสแห่งความรู้สึกใหม่ ๆ ได้ด้วย บางที…ที่คิดว่าช่วงเวลาเด็ก เวลามันนานขึ้น 1 ปีนั้นอาจจะเป็นเพราะได้รับและได้ทำประสบการณ์ใหม่ ๆ เยอะก็ได้ พอโตขึ้นมา รู้สึกว่าชีวิตยืนยาวขึ้นก็เพราะได้ทำสิ่งที่ใหม่ ๆ เหมือนในวัยเด็ก แบบนี้หรือเปล่านะ…”
 
 
—-นั่นสินะ พอโตขึ้นมา อิโนโอะคุงเป็นคนประเภทไหนเหรอ ระหว่างล้อมรอบ กับถูกล้อมรอบไปด้วยสิ่งต่าง ๆ 
“ถ้าเป็นเมื่อก่อน จะเป็นถูกล้อมรอบซะเยอะ แต่เมื่อได้ทำอะไรต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยผมก็เริ่มจะเป็นคนล้อมรอบขึ้นมาบ้าง แต่ว่า…คิด ๆ ดูแล้ว มันครึ่ง ๆ กันหรือเปล่านะ (หัวเราะ) ผมน่ะของที่แบบชอบมาก ๆๆๆ ไม่ค่อยมีหรอก เป็นพวกที่ชอบฟังเรื่องราวของคนอื่น ไม่งั้นก็ชอบฟังเรื่องที่ตัวเองมีความสนใจ ถึงสิ่งนั้นจะไม่ได้ให้พลังงานอะไร แต่คิดว่าการได้รับรู้ว่าคนนั้นคนนี้มีความสนใจเรื่องอะไรมันเป็นเรื่องสนุก”
 
—-มนุษย์เรามีเหตุผลเยอะแยะที่จะชอบอะไรซักอย่างงั้นเหรอ?
“ใช่แล้ว น่าจะเป็นเพราะผมเป็นสื่อกลางให้คนอื่น ๆ มาเยอะก็ได้ พอได้ลองฟังเรื่องเล่าที่มันสนุก ๆ มากแล้วล่ะก็ ผมก็จะมีความรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที จากนั้นจะเอาไปเซิร์สในอินเตอร์เนต สิ่งนี้ผมก็คิดว่ามันเป็นเรื่องสนุกมากครับ”
 
—-เดี๋ยวขอกลับไปเรื่องละครหน่อยนะ สังคมที่กองถ่ายละครนี่เป็นยังไงบ้าง
 “ถ้าเกี่ยวกับงานตอนนี้คือ ส่วนมาจะเป็นงานของ JUMP ตอนที่อยู่ JUMP นั้นพวกเราอยู่กันมาหลายปี ให้ความรู้สึกเหมือนครอบครัว ที่กองถ่ายกับที่อยู่กับ JUMP เลยรู้สึกว่าแตกต่างกันมาก ไหนจะต้องออกไปกองถ่ายคนเดียว รอบตัวมีคนหลากหลายวัย —- No data —- ความรู้สึกที่ผมอยากจะเข้าไปทำความรู้จักกับทุกคนมันก็มีอยู่หรอก แต่ว่าไม่รู้ว่าจะเข้าไปยังไงดี แต่…พอได้ดูท่าทางของทาชิ ฮิโรชิซัง ไม่ว่าจะเป็นใครเขาก็ใจดีด้วยหมด ตั้งแต่สตาฟ คนที่เพิ่งไปอัดรายการวาไรตี้แล้ววิ่งมากองบ้างล่ะ ฟร้อนของสตูดิโอ้บ้างล่ะ เขาใจดีด้วยหมดเลย แม้แต่คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดนตรงกับกองถ่ายก็ด้วย ก็ยังใส่ใจ แต่ที่กองถ่ายของ “นารุโยนิ~” ก็เหมือนกันนะ ผมได้เรียนรู้อะไรมาเยอะเลยเกี่ยวกับการเข้าสังคม พอมีประสบการณ์จากที่ตรงนั้น มาคราวนี้ก็เริ่มที่จะคุยกับทุกคนได้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น”
 
—-มีอีกเรื่องนะ…เราเจอจิบะ ยูไดคุงที่ร่วมแสดงกับอิโนโอะคุงด้วย เขาฝากเรามาบอกว่า “อยากจะเป็นเพื่อนกับอิโนโอะคุง”
“ห๊ะ? จริงเหรอ? ผมเองก็เหมือนกัน แต่ว่านะ จึงถึงตอนนี้ เราก็คุยกันเยอะอยู่หรอก เขาใจดีนะ เอ่อออออ ผมเองก็ใจดีนะครับ! (หัวเราะ)”
 

 
—-สุดท้าย ที่อิโนโอะคุงพูดคือคำว่า “ชัยชนะ”
“ในตอนนี้ ทั้งละคร, ละครเวที งานที่เกี่ยวกับแสดงได้รับมาเยอะมาก แต่ผมจะไม่ให้มันจบลงแค่ตรงนี้หรอกนะ มันจะต้องเหลืออะไรไว้บ้างแหละ ก่อนหน้านี้งานที่ทำนอกเหนือจากงานของ JUMP สำหรับผมแล้วถือว่าน้อย ระหว่างนั้นสมาชิกคนอืนก็ออกไปทำ ส่งผลให้มีคนรู้จัก Hey! Say! JUMP มากยิ่งขึ้น ระหว่างนั้นจนถึงตอนนี้ ผมอยากจะตอบแทนให้กับสมาชิกทุกคน ในส่วนที่ผมทำอะไรไม่ได้ แม้จะน้อยนิดก็ยังดี และเพื่อสิ่งนั้น เมื่อทำอะไรซักอย่างแล้ว จะต้องมีอะไรหลงเหลืออยู่”
 
 
伊野尾慧先輩へ
お疲れさまでした、いろいろ。大学はどうだったか?
苦労だったでしょ? 私も 今までとても苦労んだ
もう勉強したくない。勉強したいことがないんだから、
先輩は運がいいだよ。勉強したい学部で勉強できる。
ここから頑張ってね。私 後ろから応援しています。
 
大学院、卒業したか? 私に推測させたら、先輩が
卒業したと思う。ただ先輩は他人に知らせたくないだけだ。
まーどっちでもいい
 
先輩は面白い!
 
最後には面白いことを語ってくれて、いつもありがとうございます。
先輩は頑張ったら、私も頑張らなきゃ!
伊野尾慧先輩の後輩になりたいけどなれないかなーと思っているカイノより。
 
 
 

 
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s